ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 453 ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าครั้งหนึ่ง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 453 ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าครั้งหนึ่ง
บทที่ 453 ข้าติดหนี้บุญคุณเจ้าครั้งหนึ่ง
ซ่งชิงเป่ยตามอันชิงชิงมาถึงดาดฟ้าเรือ
มองนางอย่างจนปัญญา “ชิงชิง เจ้าจะคุยอันใดกับข้าหรือ”
อันชิงชิงเดินเข้าใกล้ซ่งชิงเป่ย
ซ่งชิงเป่ยเห็นเช่นนั้นก็รีบถอยเท้าหนึ่งก้าว
เขาขมวดคิ้วแล้วพูดเบา ๆ “มีอันใดจะพูดก็พูดมาเถิด”
“ซ่งเสี่ยวเป่ย เจ้ายังจำได้หรือไม่ว่าก่อนหน้านี้ที่เจ้าไปกลุ่มอินทรีย์ดำเพื่อช่วยพี่สามของเจ้ากับคุณหนูซุน เจ้ารับปากข้าไว้อย่างไร”
ซ่งชิงเป่ยหัวใจเต้นดัง ‘ตุบ!’ ในทันที
สิ่งที่กลัวกำลังมาแล้ว
เขาขมวดคิ้วเอ่ยว่า “ข้าจำได้ ข้าพูดเอาไว้ว่าข้า ซ่งชิงเป่ย ติดหนี้บุญคุณเจ้าครั้งหนึ่ง”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ดี ดีที่เจ้าไม่ได้ลืม” อันชิงชิงยิ้ม สองมือกอดอก เลิกคิ้วด้วยสีหน้าภาคภูมิ “เช่นนั้นตอนนี้ก็ถึงเวลาที่เจ้าต้องตอบแทนบุญคุณแล้ว”
“เจ้าจะให้ข้าทำอันใดหรือ”
อันชิงชิงพูดชัด ๆ ทีละคำ “เจ้าอยู่กับกู่เยียนหรานไม่ได้เด็ดขาด!”
ซ่งชิงเป่ยตอบปฏิเสธโดยไม่แม้แต่จะคิด “ไม่!”
พูดจบ เขาถอนหายใจเบา ๆ กล่าว “ชิงชิง ข้ากับเยียนหรานไหว้ฟ้าดินที่เรือนพักร้อนวั่งเหมยไปแล้ว แต่งงานเป็นสามีภรรยากันแล้ว เรื่องนี้มีหลายคนที่รู้เห็น เจ้าเองเป็นชาวยุทธภพย่อมรู้ดี เหล่าคนในยุทธภพให้ความสำคัญกับศีลธรรมมากที่สุด เรื่องการทรยศหักหลังเช่นนี้ ข้าไม่อาจรับปากได้”
“ก็ได้” อันชิงชิงมุ่ยปาก ยอมรับสิ่งที่ด้อยกว่า “เช่นนั้นเจ้าแต่งงานกับข้าสิ ข้าไม่สนเรื่องการเป็นเมียรองหรอกนะ”
“ไม่ได้!” ซ่งชิงเป่ยปฏิเสธไปอีกครั้ง
ครั้งนี้อันชิงชิงโกรธแล้วจริง ๆ รีบเอ่ยถาม “เหตุใดกัน ข้ายอมถอยให้แล้วนะ!”
“แต่ข้าไม่ยอม” ซ่งชิงเป่ยกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ชิงชิง ในใจข้ามีเพียงเยียนหรานคนเดียวเท่านั้น ตลอดชีวิตนี้ ข้ามีนางเป็นภรรยาได้เพียงคนเดียว ชิงชิง เจ้าเป็นผู้หญิงที่ดีคนหนึ่ง เจ้าควรไปหาคนที่รักเจ้าอย่างจริงใจเถิด”
ไม่ว่าซ่งชิงเป่ยจะพูดอย่างจริงใจเพียงใด แต่อันชิงชิงกลับไม่รับฟัง
นางจ้องมองเขาอย่างโมโห “ซ่งเสี่ยวเป่ย เห็นอยู่ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้า เรื่องนั้นเจ้าก็ไม่รับปาก เรื่องนี้เจ้าก็ไม่เห็นด้วย นี่หมายความว่าอย่างไร เจ้ายังเป็นผู้ชายอยู่หรือไม่!”
ซ่งชิงเป่ยถอนหายใจอย่างจนปัญญา “ชิงชิง นอกจากสองเรื่องนี้ เรื่องอื่นข้ารับปากเจ้าได้ทั้งนั้น”
“เจ้าชอบกู่เยียนหรานผู้นั้นจริงหรือ”
“ถูกต้อง!”
“ได้!” อันชิงชิงร้องไห้ด้วยความโกรธ “เจ้าบอกว่าเรื่องอื่นล้วนรับปากได้ใช่หรือไม่ เช่นนั้นก็ได้ งั้นเจ้าไปตายเสีย!”
พูดจบ อันชิงชิงไม่รับฟังสิ่งใดทั้งนั้น ดึงมีดสั้นแหลมคมเล่มหนึ่งออกมาจากอกแล้วจ่อไปที่คอของซ่งชิงเป่ยโดยตรง
นางมองตาซ่งชิงเป่ยด้วยแววตาเย็นชาโหดเหี้ยม พยายามจะหาความหวาดกลัวและอ้อนวอนจากดวงตาเขา เช่นนั้นแล้ว นางจะสามารถให้อภัยเขาและรักษาหน้าไว้ได้
แต่นางต้องผิดหวังอีกครั้ง
ซ่งชิงเป่ยหลับตาลงช้า ๆ แล้วกล่าว “เจ้าลงมือเถิด”
เขายอมตายขอเพียงได้อยู่กับกู่เยียนหราน ความรู้สึกคับข้องใจและปวดใจพลุ่งพล่านอยู่ในใจของอันชิงชิง
น้ำตาใสไหลลงมาจากดวงตาของนาง นี่คือคนที่นางชอบ แล้วนางจะลงมือได้อย่างไร
อันชิงชิงชักมือกลับทันที หมุนตัวอย่างรวดเร็วแล้วเช็ดน้ำตาบนแก้ม
นางไม่อยากให้เขาเห็นสภาพย่ำแย่ของตนเช่นนี้
เมื่อรู้สึกได้ว่ามีดสั้นที่คอหายไปแล้ว ซ่งชิงเป่ยลืมตาทันที เห็นหลังของอันชิงชิงสั่นเทา ก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “ชิงชิง เจ้า…”
อันชิงชิงหันหลังให้เขา ยกยิ้มมุมปากอย่างขมขื่น กล่าวด้วยน้ำเสียงแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง “เฮอะ ข้าไม่ปล่อยเจ้าไปง่าย ๆ แน่! ข้าจะให้เจ้าจดจำบุญคุณที่ติดค้างข้าเอาไว้ไปตลอด ให้เจ้าจดจำข้าไปตลอดชีวิต!”
พูดจบ นางก็เดินจากไปอย่างไม่สนใจไยดี
ในตอนนี้ กู่เยียนหรานที่หลบอยู่อีกด้านล้วนเห็นภาพทุกอย่างแล้ว
นางมองอันชิงชิงวิ่งไปที่ท้ายเรือ ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเดินตามไป
อันชิงชิงที่กำลังระบายอารมณ์อยู่กับทะเล “เสี่ยวเป่ยคนเลว! ข้าเกลียดเจ้า! ข้าเกลียดเจ้าแทบตายแล้ว! เฮอะ! ฮือ ๆ ๆ…”
“เช็ดน้ำตาเสียหน่อยเถิด” อยู่ ๆ ในตอนนั้นก็มีเสียงอ่อนโยนเสียงหนึ่งดังมาจากด้านหลังของนาง
นางก้มหน้าลงมองก็เห็นผ้าเช็ดหน้าปักรูปดอกเหมยผืนหนึ่ง เมื่อเงยหน้าไปก็เห็นใบหน้าของกู่เยียนหราน
อันชิงชิงเหมือนไก่ตัวผู้ที่โกรธเกรี้ยว มองกู่เยียนหรานแล้วกล่าวเสียงเย็นชา “เหตุใดจึงเป็นเจ้า”
กู่เยียนหรานเก็บผ้าเช็ดหน้ากลับมาใส่ไว้ที่อก “เมื่อครู่ที่เจ้าคุยกับชิงเป่ย ข้าได้ยินทั้งหมด”
“แล้วเจ้ายังมาทำอันใดที่นี่อีก จงใจมาเยาะเย้ยข้าหรือ ตอนนี้เจ้าคงภูมิใจมากสินะ เสี่ยวเป่ยน่ะ ต่อให้ตายเขาก็ยังจะอยู่กับเจ้า”
กู่เยียนหรานพิงขอบเรือแล้วยิ้ม “ความจริง พวกเราสองคนนิสัยคล้ายกันมาก ล้วนเป็นคนกล้ารัก กล้าเกลียด แต่ข้าไม่ได้ใจกว้างเท่ากับเจ้า ข้าจะไม่ยอมทนต่อสิ่งที่รับไม่ได้ ข้าไม่อยากแบ่งความรักของชายของข้ากับผู้หญิงคนอื่นหรอกนะ”
อันชิงชิงมุ่ยปาก “เจ้าจะแสร้งทำเป็นสูงส่งไปเหตุใด หนึ่งสามีหลายภรรยาเป็นเรื่องธรรมดา พ่อข้ายังมีภรรยาน้อยตั้งสามคน ท่านแม่ข้ายังไม่ว่าอันใดเลย อีกอย่าง ข้ายังยอมให้เจ้าเป็นหลวงด้วย”
“ชิงชิง เจ้าชอบชิงเป่ยจริง ๆ หรือ” อยู่ ๆ กู่เยียนหรานก็เปลี่ยนประเด็น
อันชิงชิงขมวดคิ้วอย่างสงสัยในทันใด “เจ้า… เจ้าพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร ข้าก็ต้องชอบเสี่ยวเป่ยสิ”
“เช่นนั้นเจ้าชอบอันใดในตัวเขาหรือ”
“ข้าชอบ… ความกล้าหาญที่เปล่งประกายในตัวเขา กับท่าทางมีชีวิตชีวายามที่ทำวีรกรรมกล้าหาญนั้น” อันชิงชิงอธิบายพร้อมดวงตาที่เป็นประกาย คิดถึงตอนที่พวกเขาพบกันเป็นครั้งแรก ภาพที่ซ่งชิงเป่ยยอมตกอยู่ในอันตรายโดยที่ไม่สนใจตนเองเพื่อช่วยนาง “ที่สำคัญที่สุดก็คือ ข้าชอบที่เขาดีกับข้า และอยากจะอยู่ข้างเขาไปตลอด”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ชิงชิง การชอบคนคนหนึ่งไม่ใช่เช่นนั้นเลย การชอบคนคนหนึ่งของเจ้านั้นเห็นแก่ตัวมาก คิดแต่เพียงอยากให้เขาดีกับเราแค่คนเดียวเท่านั้น”
“ไม่นะ… ข้า…” อันชิงชิงผงะไป ไม่รู้ว่าควรจะตอบสนองอย่างไร
ในตอนนั้นก็มีคลื่นม้วนตัวจากทะเล จนเรือสั่นไหวอย่างรุนแรง
อันชิงชิงไม่ได้ยืนอย่างมั่นคงจึงล้มลง ตกออกไปนอกเรือ
ในใจกู่เยียนหรานตื่นตะลึง พุ่งตัวไปข้างหน้าแล้วคว้ามือของอันชิงชิงไว้ด้วยสายตาที่เฉียบคมและมือที่ว่องไว
อันชิงชิงตกใจเสียจนหน้าซีด นางยังรู้สึกได้ราง ๆ ถึงคลื่นที่ซัดมาตรงขาตน หากนางตกลงไปเช่นนี้ก็คงตายอย่างไม่ต้องสงสัย
นางเงยหน้าขึ้นมองกู่เยียนหรานอย่างกังวล “เจ้า… เจ้า… เจ้าอย่าปล่อยมือนะ!”
กู่เยียนหรานกัดฟัน อดทนต่อความเจ็บที่มือแล้วกล่าว “อย่าพูดมาก! จับมือข้าให้แน่น ๆ ข้าจะดึงเจ้าขึ้นมา”
กล่าวจบ นางลอบใช้วรยุทธ์ เพื่อใช้พลังทั้งหมดดึงอันชิงชิงขึ้นมา
ในตอนนั้นเอง คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดมาอีกครั้ง เรือสั่นสะเทือนในทันที
ทั้งสองคนตกใจจนหน้าซีดไปพร้อมกัน กู่เยียนหรานรู้สึกได้ว่าตนเองจะจับมือของนางต่อไปไม่ไหวแล้ว
ความรู้สึกหวั่นวิตกพลุ่งพล่านขึ้นมาในใจอันชิงชิง
ดูท่า ครั้งนี้ นางจะต้องตายเป็นแน่…