ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 454 ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 454 ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น
บทที่ 454 ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น
ในตอนที่ชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้ายแห่งความเป็นความตาย อยู่ ๆ ก็มีแขนแกร่งปรากฏขึ้น จับมืออีกข้างของอันชิงชิงเอาไว้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ
กู่เยียนหรานและอันชิงชิงตะลึงไปพร้อมกัน
กู่เยียนหรานหันหน้าไปมอง เห็นซ่างกวนจิ่งหงที่เส้นเลือดปูดอยู่บนหน้าผากอยู่ข้างกายนาง ก็กล่าวอย่างตื่นตกใจ “พี่จิ่งหง เหตุใดท่าน…”
“อย่าเพิ่งคุย เราดึงนางขึ้นมาได้ก่อนค่อยว่ากัน” ซ่างกวนจิ่งหงหันหน้าไป “มา หนึ่ง สอง สาม…”
“เจ้าค่ะ” กู่เยียนหรานพยักหน้า
ทั้งสองคนรวมพลังกัน ในที่สุดก็ดึงอันชิงชิงขึ้นมาได้
อันชิงชิงยังคงหน้าซีดเผือด ทั้งตื่นตระหนกและงุนงง
“ชิงชิง… ชิงชิง เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่” กู่เยียนหรานมองนางด้วยสีหน้าเป็นกังวล
ผ่านไปครู่หนึ่งอันชิงชิงก็ค่อย ๆ ได้สติกลับมา นึกถึงภาพที่ชวนให้หวาดเสียวเมื่อครู่ ก็ยังคงหวาดกลัวอยู่
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองผู้ช่วยชีวิตทั้งสองคนตรงหน้าแล้วส่ายหัว “ไม่… ไม่เป็นไร”
นางกล่าวอย่างอาย ๆ อีกครั้ง “เมื่อครู่… ขอบคุณ… ขอบคุณพวกเจ้าที่ช่วยข้า”
กู่เยียนหรานยิ้ม “หากเปลี่ยนเป็นเจ้า ข้าก็เชื่อว่าเจ้าก็จะทำเช่นนี้”
เป็นเพราะประโยคนี้ อันชิงชิงจึงได้ชะงักไป ความจริงแล้วนางเองก็ไม่อาจยืนยันได้ ว่าจะช่วยศัตรูหัวใจอย่างไม่สนใจความปลอดภัยของตนเช่นนี้จริงหรือไม่
ชั่วพริบตานี้เอง ราวกับว่านางจะเข้าใจบางอย่าง ว่าเหตุใดซ่งชิงเป่ยจึงชอบกู่เยียนหรานเพียงนี้
เป็นเพราะนางเองก็ชอบผู้หญิงกล้าหาญผู้นี้ขึ้นมาเล็กน้อยแล้วเช่นกัน
คิดถึงตรงนี้ อันชิงชิงรู้สึกละอายอย่างมาก นางก้มหน้าลงแล้วพูดเสียงแผ่ว “คือว่า… ข้า… ข้ากลับไปพักที่ห้องโดยสารก่อนล่ะ”
พูดจบ นางก็ยืนขึ้น
“เช่นนั้น ข้าลงไปกับเจ้าด้วยแล้วกัน” กู่เยียนหรานยังคงเป็นห่วงนางอยู่
แต่อันชิงชิงรีบโบกมือ “ไม่ ไม่ต้อง ข้าไม่ได้อ่อนแอเพียงนั้น”
กล่าวจบ นางก็จากไป
เห็นอันชิงชิงจากไปแล้ว กู่เยียนหรานถอนหายใจโล่งอกได้เสียที
นางหันหน้าไปมองซ่างกวนจิ่งหงที่ขมวดคิ้วมองตนด้วยสีหน้าเคร่งขรึม
กู่เยียนหรานตกใจ “เหตุใดท่านต้องมองข้าเช่นนั้นด้วย จริงสิ เหตุใดท่านจึงปรากฏตัวได้อย่างพอดิบพอดีเช่นนี้เล่า เมื่อครู่หากไม่มีท่าน เกรงว่าข้ากับชิงชิงคง…”
“ไม่ได้บังเอิญ แต่ข้าดูพวกเจ้ามาตลอดต่างหาก” ซ่างกวนจิ่งหงเอ่ยปากขัดจังหวะนาง “ทั้งที่ซ่งชิงเป่ยและอันชิงชิงคุยกัน และที่เจ้าและอันชิงชิงคุยกัน ข้าได้ยินทั้งหมดแล้ว”
กู่เยียนหรานมุ่นคิ้วอย่างไม่พอใจ “ท่านแอบฟังหรือเจ้าคะ”
นางไม่อยากเชื่อเลยจริง ๆ ซ่างกวนจิ่งหงเป็นคนที่ทำอันใดเปิดเผยมาโดยตลอด คิดไม่ถึงว่าจะทำเรื่องไร้มารยาทไม่สมเป็นสุภาพบุรุษอย่างการแอบฟังได้
ซ่างกวนจิ่งหงไม่สนใจ แต่กลับพูดอย่างจริงจัง “ข้าทำเช่นนี้ก็เพราะเป็นห่วงเจ้า”
“เป็นห่วงข้าหรือ”
“ถูกต้อง เยียนหราน เจ้าเองก็เห็นแล้ว เจ้าคนชั่วซ่งชิงเป่ยกับอันชิงชิงนั้นความสัมพันธ์คลุมเครือ ต่อจากนี้ไปไม่แน่ว่าจะทำเรื่องอุกอาจอันใดขึ้นมา ผู้ชายเช่นนี้ เจ้ามั่นใจจริง ๆ หรือว่าเขามีค่าพอให้เจ้าไว้ใจไปตลอดชีวิต” ซ่างกวนจิ่งหงพูดอย่างมั่นใจ
“ข้ามั่นใจ” กู่เยียนหรานพูดอย่างเด็ดขาด “ชิงเป่ยเป็นคนอย่างไร ข้าย่อมรู้ดีกว่าท่าน ซ่างกวน ถ้าหากท่านยังคิดจะเป็นเพื่อนกับข้าต่อไป รบกวนท่านอย่าได้มาแทรกแซงเรื่องระหว่างข้ากับชิงเป่ยอีกเลย ไม่อย่างนั้น แม้แต่เพื่อน เราก็เป็นไม่ได้”
พูดจบ กู่เยียนหรานมองเขาด้วยสายตาเย็นชา หมุนตัวเดินจากไปอย่างไม่ลังเล
ส่วนซ่างกวนจิ่งหงยืนอยู่ที่เดิมอย่างโดดเดี่ยว มองหลังของนางที่จากไป ในใจนั้นเกินจะทน
เขานั่งอยู่ตรงดาดฟ้าเรือตัวคนเดียวไปจนฟ้ามืดเช่นนั้น
เมื่อถึงเวลาอาหาร ซ่งชิงหลันเห็นว่าในห้องโดยสารไม่มีร่างของซ่างกวนจิ่งหง จึงอดไม่ได้ที่จะเป็นกังวลขึ้นมา “นี่ คุณชายซ่างกวนไปไหนหรือ ชิงเป่ย เจ้ารีบไปดูที่ดาดฟ้าเรือหน่อยสิ”
ซ่งชิงเป่ยกำลังจะขยับตัว แต่กู่เยียนหรานที่อยู่อีกด้านกลับยื่นมือไปห้ามเขา “ไม่ต้องไปหรอก เขาบอกข้าแล้วว่าอยู่บนเรือไม่อยากอาหาร ไม่กินมื้อเย็นแล้วด้วย ไม่ต้องไปรบกวนเขา”
“เช่นนั้นแล้ว พวกเราเหลืออาหารไว้ให้เขาหน่อยเถิด ไม่แน่ว่าคืนนี้เขาอาจจะหิว” พูดจบ ซ่งชิงหลันลุกขึ้นใช้ตะเกียบคีบอาหารจำนวนหนึ่งวางไว้อีกด้าน
อันชิงชิงลอบสังเกตกู่เยียนหราน พบว่านางมีบางอย่างผิดปกติ
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจลอบกล่าว ‘แปลกเสียจริง ตอนที่พวกเขาสองคนช่วยข้าก็ยังดี ๆ อยู่ เหตุใดจึงเหมือนว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น หรือว่าหลังจากที่ข้าจากมา ก็เกิดเรื่องอันใดระหว่างพวกเขาอีกหรือ’
อันชิงชิงรีบกินอาหารและวางชามลง “ข้ากินอิ่มแล้ว พวกท่านค่อย ๆ กินเถิด”
พูดจบนางก็ลุกขึ้นจากไป
หลังจากเห็นว่าอันชิงชิงไปแล้ว ทุกคนล้วนมองซ่งชิงเป่ยด้วยความสงสัย
หากแต่ซ่งชิงเป่ยมีสีหน้างุนงง มองพวกเขาแล้วเอ่ยถาม “เหตุใดพวกท่านต้องมองข้าเช่นนี้เล่า”
อู่เชียนเชียนไม่อาจสงบใจ รีบเอ่ยถาม “ชิงเป่ย ชิงชิงเป็นอันใดไปหรือ”
“เป็นอันใด? ท่านพูดอันใดเนี่ย เหตุใดข้าจึงไม่เข้าใจเล่า”
“วันนี้ตอนที่กินข้าวเที่ยง ชิงชิงยังเอาแต่ตอแยเจ้าอยู่เลย เหตุใดพอพวกเจ้าออกไปคุยกันแล้ว นางก็เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เหมือนกับว่าไม่สนใจไม่ใส่ใจเจ้าแล้วอย่างไรอย่างนั้น วันนี้เจ้าคุยอันใดกับนางกันแน่” อู่เชียนเชียนอยากรู้อยากเห็น
“เอ่อ… เรื่องนี้… ความจริงก็ไม่มีอันใดเป็นพิเศษ”
ซ่งชิงเป่ยคิดได้ว่าคำที่พูดกับอันชิงชิงในวันนี้จะแรงไป ไม่แน่ว่าเป็นเพราะเรื่องนี้ นางจึงได้หดหู่ใจ
ซ่งชิงหลันเห็นท่าทางลำบากใจของเขาก็เอ่ยปากทำให้เรื่องจบด้วยดี
นางถลึงตามองอู่เชียนเชียน และกล่าวเบา ๆ “เชียนเชียน เจ้าเลิกพูดได้แล้ว รีบกินข้าวเถิด”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ข้าแค่สงสัยนี่นา” อู่เชียนเชียนมุ่ยปาก ขณะเดียวกันก็มองไปยังกู่เยียนหราน “เยียนหราน เจ้าไม่อยากรู้หรือ”
กู่เยียนหรานส่ายหน้า “ไม่อยากรู้หรอก”
หลังอันชิงชิงจากไป นางเดินไปสูดอากาศที่ดาดฟ้าเรือ “เฮ้อ… อากาศยามค่ำคืนกลางทะเลนี่สดชื่นจริง ๆ”
พูดจบนางหันหน้าไปมองเห็นเงาสีขาวนั่งอยู่ท้ายเรือ
นางตกใจในทันที “สวรรค์! ข้าตกใจหมดเลย!”
ซ่างกวนจิ่งหงได้ยินเสียงนี้ก็หันหน้ามามองเห็นอันชิงชิง และขมวดคิ้ว “เป็นเจ้าเองหรือ”
อันชิงชิงตบอกด้วยความหวาดกลัว เดินหน้าไปแล้วนั่งลงข้าง ๆ ซ่างกวนจิ่งหง “เหตุใด พอเห็นข้าแล้ว ดูเหมือนท่านจะผิดหวังนะ”
ซ่างกวนจิ่งหงหันหน้าหนีไม่ได้ตอบอันใด
ดูเหมือนบรรยากาศจะเงียบสงบลงทันใด
อันชิงชิงลอบหันหน้าเหลือบมองใบหน้าด้านข้างที่เฉียบคมและหล่อเหลาของซ่างกวนจิ่งหง “เจ้าคงรอคุณหนูกู่อยู่กระมัง”