ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 455 ไม่มีค่าพอให้ทำ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 455 ไม่มีค่าพอให้ทำ
บทที่ 455 ไม่มีค่าพอให้ทำ
ซ่างกวนจิ่งหงผงะไป จากนั้นก็ยกยิ้มมุมปากเยาะเย้ยตนเอง
“นางไม่มาหรอก”
น้ำเสียงของเขาดูอ้างว้างเปล่าเปลี่ยวผสมเข้ากับลมทะเลเค็ม ๆ ที่ดูเหมือนจะมีความเศร้าจาง ๆ ที่ไม่อาจเอ่ยได้อยู่ในนั้น
อันชิงชิงเงียบลง มองเขาอย่างพิจารณา อยู่ ๆ ในใจก็ปรากฏความรู้สึกเห็นอกเห็นใจขึ้นมา
“ดูท่า ท่านคงจะชอบคุณหนูกู่มากจริง ๆ”
“แล้วเจ้าเล่า” ซ่างกวนจิ่งหงกวาดสายตา “เจ้าเองก็ชอบซ่งชิงเป่ยมากไม่ใช่หรือ”
“แน่นอนอยู่แล้ว! ตั้งแต่แวบแรกที่ข้าเห็นเสี่ยวเป่ย ข้าก็ชอบเขา แต่น่าเสียดายที่เขาไม่สนใจข้าเลย เฮอะ ช่างน่าผิดหวังเสียจริง!”
สิ้นเสียง ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในหัวของอันชิงชิง นางจับแขนของซ่างกวนจิ่งหงอย่างตื่นเต้น “ดูท่าแล้ว พวกเราเป็นผู้ร่วมชะตากรรมที่อกหักเหมือนกัน เป้าหมายของพวกเราก็เหมือนกัน เหตุใดไม่ร่วมมือกันเล่า”
ซ่างกวนจิ่งหงขมวดคิ้วสงสัย “ร่วมมือหรือ เจ้าหมายความว่าอย่างไร”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ท่านคิดดูนะ ท่านชอบกู่เยียนหราน ข้าชอบซ่งเสี่ยวเป่ย เช่นนั้นขอเพียงพวกเราร่วมมือกันหาวิธีแยกพวกเขาออกจากกัน ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะได้สิ่งที่ต้องการ ท่านได้อยู่กับกู่เยียนหราน ส่วนข้าก็ได้อยู่กับซ่งเสี่ยวเป่ย เป็นอย่างไร ดีหรือไม่?”
“เรื่องนั้น…” ซ่างกวนจิ่งหงพิจารณาข้อเสนอของนางอย่างจริงจัง
เพียงแต่อย่างไรเสีย ตนก็ไม่อาจผ่านด่านในใจนั้นไปได้
เขากล่าว “การกระทำชั้นต่ำเช่นนี้ ไม่มีค่าพอให้ข้าทำหรอก”
อันชิงชิงกระวนกระวายขึ้นมาในทันใด “นี่เป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตคนเรานะ จะมาสนใจเรื่องชั้นต่ำชั้นสูงอันใดอีก ข้าคิดว่านะ… พวกเราแสร้งทำเป็นปล่อยวางไปก่อน ให้พวกเขาไม่ทันระวังแล้วเข้าใกล้พวกเขา จากนั้นก็ฉวยโอกาสค่อย ๆ แทรกซึมเข้าไป ถึงตอนนั้นเจ้ามัดใจกู่เยียนหรานไว้ได้ ข้ามัดใจซ่งเสี่ยวเป่ยไว้ได้ สุดท้าย…”
อันชิงชิงยิ่งพูดยิ่งฮึกเหิม
ซ่างกวนจิ่งหงฟังความคิดเด็ก ๆ เหล่านั้นของนาง อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
สุดท้ายอันชิงชิงก็พูดด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาเถิด! เช่นนั้นพวกเราตกลงตามนี้ ข้าจะกลับไปนอนแล้ว”
พูดจบนางก็ยืนขึ้น ตบก้นแล้วจากไป
ซ่างกวนจิ่งหงมองภาพด้านหลังของนาง อยู่ ๆ ก็ตกตะลึง
ไม่สิ จะตกลงตามนี้ได้อย่างไร เห็น ๆ อยู่ว่าเขาไม่ได้พูดอะไรเลย!
ผ่านไปสองวัน ในที่สุดพวกซ่งชิงหลันกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว
หลังจากรู้ข่าวว่าพวกเขากลับมา แม่เฒ่าซ่งดีใจมาก
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็กน้อยปากหวานชาญฉลาดทั้งสองคนเพียงเข้ามาในจวนอ๋องก็พุ่งตัวเข้าใส่อ้อมกอดของแม่เฒ่าซ่ง แล้วกล่าวอย่างออดอ้อน “ท่านยายทวด พวกข้าคิดถึงท่านเหลือเกินเจ้าค่ะ”
“ยายทวดเองก็คิดถึงพวกเจ้ามาก” แม่เฒ่าซ่งกอดเด็กน้อยทั้งสองคนไว้ในอ้อมแขนพร้อมยกยิ้ม มองใบหน้าเล็กของพวกเขาแล้วเอ่ย “ดีที่พวกเจ้าไม่ได้ซูบผอมลง ดูท่าการเดินทางครั้งนี้คงเที่ยวเล่นอย่างมีความสุขมากกระมัง”
“เจ้าค่ะ! เรือนพักร้อนวั่งเหมยทั้งใหญ่ทั้งสนุกเจ้าค่ะ!” ซ่งซิงเยว่กะพริบตากลมโตกล่าวอย่างเกินจริง
ซ่งซิงเฉินเองรีบแทรก “ท่านยายทวด เรือนพักร้อนวั่งเหมยเป็นบ้านของท่านน้าสะใภ้สี่ หากท่านอยากจะไปเที่ยวด้วย ครั้งหน้าพวกเราไปด้วยกันนะขอรับ!”
“น้าสะใภ้สี่หรือ” แม่เฒ่าซ่งจับประเด็นได้ในทันที
นางจึงได้เงยหน้าขึ้นมา มองทุกคนตรงหน้า จากนั้นก็มองไปยังข้างกายของซ่งชิงเป่ย มีหญิงงดงามโดดเด่นคนหนึ่งในชุดกระโปรงยาวสีเหลืองทองยืนอยู่ อีกทั้งดูแล้วยังดูคุ้นตายิ่งนัก
แม่เฒ่าซ่งมองนาง และกล่าวออกมา “เจ้า…”
กู่เยียนหรานเดินหน้าไปทันที จับมือของแม่เฒ่าซ่งอย่างสนิทสนม “ท่านย่า ข้าเองเจ้าค่ะ ข้าคือต้าหู่”
“ว่าอย่างไรนะ” แม่เฒ่าซ่งเบิกตากว้างในทันที จากนั้นหัวเราะคิกคักแล้วพูด “ไปกัน เข้าไปคุยกับย่าในห้องเถิด”
กล่าวจบ นางจับมือของกู่เยียนหรานเดินเข้าไปในห้องอย่างอดรนทนไม่ไหว ไม่สนใจแม้แต่เด็กน้อยน่ารักสองคนอย่างซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่
ในตอนนี้ ซ่งชิงตงเองก็กลับมาแล้ว
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่งและเอ่ยถาม “ชิงตง จัดการเรื่องเรียบร้อยแล้วหรือ”
“ขอรับ” ซ่งชิงตงพยักหน้า “บ้านหลังนั้น ข้าสั่งให้คนคอยเก็บกวาดมาโดยตลอด ของที่น้องสี่และน้องสะใภ้สี่นำกลับมา ข้าก็ให้คนขนเข้าไปไว้ที่พักเรียบร้อยแล้ว”
ซ่งชิงหลันและซ่งชิงตงเตรียมการล่วงหน้าไว้นานแล้ว พวกเขาซื้อเรือนหลังหนึ่งไว้ให้ซ่งชิงเป่ยตั้งแต่เนิ่น ๆ อยู่ข้าง ๆ พวกซ่งชิงตง
ตอนนี้เขาเองแต่งงานมีครอบครัวแล้ว ย่อมต้องแยกออกไป
ซ่งชิงหลันพยักหน้าอย่างพอใจ “ชิงตง ลำบากเจ้าแล้ว”
“ไม่ลำบากเลยขอรับ นี่ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าต้องทำในฐานะพี่” ซ่งชิงตงยิ้ม จากนั้นกล่าวอย่างอยากรู้อยากเห็น “จริงสิ ท่านพี่ เหตุใดข้าจึงได้ยินมาว่าน้องสะใภ้สี่คนนี้คือต้าหู่เล่า เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่หรือขอรับ”
พวกซ่งชิงหลันสบตากันแล้วยิ้ม
อู่เชียนเชียนยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย “พี่ชิงตง ท่านน่ะไม่รู้อะไร ตลอดทางนี้เกิดเรื่องกับพวกเรามากมาย หากจะให้เล่า ก็คงยาวกว่าผ้าม้วนหนึ่งเสียอีก”
“หา เจ้าพูดเช่นนี้ ข้าก็ยิ่งอยากรู้สิ พวกเจ้ารีบพูดมาเถิด เกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง”
ซ่งชิงตงรู้สึกคันยิบในใจเพราะความอยากรู้
ซ่งชิงหลันมองเขาแวบหนึ่ง “ท่านย่าลากเยียนหรานเข้าห้องไปแล้ว หากเจ้าอยากรู้ก็รีบเข้าไปเถิด ส่วนที่เหลือ คืนนี้พวกเราค่อยกินไปคุยไป”
อู่เชียนเชียนรีบเดินเข้าห้องตามไป
นางอาสารับหน้าที่บอกเล่าเรื่องราวระหว่างที่ไปเรือนพักร้อนวั่งเหมย ความอันตรายและยากลำบาก เรื่องหวาดเสียวและแปลกประหลาดระหว่างนั้น แม่เฒ่าซ่ง สามีภรรยาซ่งชิงตง และสามีภรรยาซ่งอวิ๋นเฟิงล้วนตะลึงไป
เรื่องเล่านี้ ทำให้อู่เชียนเชียนต้องเล่าตั้งแต่กลางวันไปจนถึงยามค่ำ นางพูดเจื้อยแจ้วไม่หยุด สุดท้ายก็ปากแห้งคอแห้ง เสียงแทบจะแหบพร่าเสียแล้ว
ฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้าง ๆ รีบส่งชาร้อนจอกหนึ่งให้นาง และกล่าวอย่างเป็นห่วง “เจ้านี่นะ พอเจ้าได้เล่าแล้วก็หยุดไม่ได้เลย ดูสิ เสียงแหบหมดแล้ว”
อู่เชียนเชียนดื่มชาจอกหนึ่งอึก ๆ จนหมด จากนั้นหัวเราะคิกคัก “พวกท่านย่าอยากฟัง ข้าย่อมต้องเล่าให้ฟัง อีกอย่าง พวกเราผ่านเรื่องเหล่านี้มา หากไม่เล่าก็คงเสียเปล่า”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ในตอนนี้ ซ่งชิงหลันที่เสร็จงานจากในครัว ยกอาหารเดินเข้ามาพร้อมคนครัวได้เห็นท่าทางหัวเราะคิกคักของพวกเขา อดไม่ได้ที่จะหันมองอู่เชียนเชียน “เหตุใด เจ้าเล่าเรื่องจบแล้วหรืออย่างไร”
อู่เชียนเชียนหัวเราะคิกคักแล้วกล่าวตอบ “ได้เวลาพอดีเจ้าค่ะ ทางด้านนี้ข้าเล่าจบแล้วจะได้เริ่มกินอาหารกันพอดีเจ้าค่ะ”
ไป๋เย่หานรีบเดินหน้าไปรับถาดอาหารในมือของนาง เอ่ยถามด้วยเสียงอ่อนโยน “เหนื่อยหรือไม่”
“ไม่เหนื่อยเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันส่ายหน้า “ข้าแค่ยืนออกคำสั่งอยู่ข้าง ๆ อาหารเหล่านี้ล้วนเป็นพวกลุงหลินที่ทำ”
อู่เชียนเชียนเดินหน้าไปดมกลิ่นอาหาร อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้ง “ไม่เลวเลย ฝีมือของลุงหลินที่มีท่านพี่ชิงหลันคอยชี้แนะ ถือว่าสำเร็จการฝึกฝนแล้วเจ้าค่ะ”
แม่เฒ่าซ่งยืนขึ้น “เอาเถิด ทุกคนหิวกันหมดแล้วกระมัง รีบตั้งโต๊ะกินอาหารกันดีกว่า”