ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 457 ทุกอย่างตามแต่เจ้าตัดสินใจ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 457 ทุกอย่างตามแต่เจ้าตัดสินใจ
บทที่ 457 ทุกอย่างตามแต่เจ้าตัดสินใจ
อาหารมื้อนี้ ทุกคนกินกันอย่างมีความสุข โดยเฉพาะแม่เฒ่าซ่ง เพียงสุราไม่ถึงครึ่งจอกลงท้องไปก็มีความสุขเสียจนเมาเล็กน้อยแล้ว
หลิวกุ้ยเสียเห็นเช่นนั้นจึงรีบพยุงนางกลับไปพักผ่อนในห้อง
ซ่งชิงหลันมองซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหราน แล้วกล่าวขึ้นมา “ชิงเป่ย เยียนหราน ที่พักของพวกเจ้า ข้าให้ชิงตงจัดการเรียบร้อยแล้ว พวกเจ้าไปถึงก็เข้าอยู่ได้เลย”
“ท่านพี่กับพี่ชิงตงรอบคอบยิ่งนัก ขอบคุณขอรับ” ซ่งชิงเป่ยจับมือกู่เยียนหรานแล้วกล่าวออกไป
ในขณะที่ทั้งสองคนเตรียมจะจากนั้นเอง อยู่ ๆ ด้านหลังก็มีเสียงตะโกนไม่พอใจดังขึ้น “เช่นนั้นพวกข้าต้องอยู่ที่ไหนเล่า!”
ทุกคนหันหน้าไปตามต้นเสียง เห็นอันชิงชิงที่โกรธเกรี้ยว ทั้งยังมีซ่างกวนจิ่งหงที่ดูสุภาพเรียบร้อยยืนอยู่ข้างกายนาง
ภาพของทั้งสองคนยืนอยู่ด้วยกันนั้นช่างย้อนแย้ง แต่ยังมีความเข้ากันที่บอกไม่ถูก
ซ่งชิงหลันยิ้มเดินหน้าไป “พวกเจ้าวางใจเถิด ที่จวนแม่ทัพมีห้องว่างมากมาย ข้าให้พ่อบ้านเก็บกวาดเอาไว้ให้พวกเจ้าแล้ว”
“ข้าอยู่ที่นี่ไม่ได้” อันชิงชิงกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ซ่งชิงหลันผงะไป “เหตุใดหรือ”
“พวกท่านเองก็น่าจะรู้แล้ว กลุ่มอินทรีย์ดำของพวกข้านั้นไม่ถูกกับราชสำนักมาโดยตลอด ข้าเป็นบุตรสาวของหัวหน้ากลุ่มอินทรีย์ดำ ข้าจะพักอยู่ที่จวนของแม่ทัพใหญ่และขุนนางใหญ่แห่งราชสำนักได้อย่างไร”
อันชิงชิงพูดชัดถ้อยชัดคำอย่างมีเหตุผล
ทว่าดูเหมือนอู่เชียนเชียนจะอ่านความคิดของนางออก จึงยิ้มออกมาแล้วจงใจเอ่ยถาม “เช่นนั้นเจ้าคิดจะทำอย่างไร ข้าหาโรงเตี๊ยมให้พวกเจ้าพักดีหรือไม่”
“พักโรงเตี๊ยมหรือ” อันชิงชิงตะลึงไปทันที และกระวนกระวายขึ้นมา “นั่นก็จะลำบากเกินไป พี่ชิงหลันบอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าเตรียมเรือนใหม่เอาไว้ให้เสี่ยวเป่ย เรือนหลังนั้นก็มีห้องว่างมากมาย พวกเราไปพักที่เรือนของเสี่ยวเป่ยก็ได้นี่ ใช่หรือไม่ คุณชายซ่างกวน”
พูดจบ นางมองไปที่ซ่างกวนจิ่งหงที่อยู่ด้านข้าง ดึงเขามาไว้ข้างกายตน
ซ่างกวนจิ่งหงตะลึงไปชั่วขณะ เหตุใดเขาถึงรู้สึกเหมือนถูกลากไปร่วมชะตากรรมด้วยเสียแล้ว
อันชิงชิงเห็นว่าเขาไม่มีการตอบสนอง ก็อดถลึงตาใส่เขาไม่ได้ พร้อมกัดฟันแล้วพูดเบา ๆ “เจ้าพูดอันใดหน่อยสิ!”
“เอ่อ… ข้า…” ซ่างกวนจิ่งหงขมวดคิ้ว สีหน้าดูมีความลำบากใจ
แต่ไม่รอให้เขาพูดจบ อยู่ ๆ กู่เยียนหรานก็เอ่ยปากออกมา “ได้สิ”
ครั้งนี้เป็นคราวของอันชิงชิงที่ตะลึงไป นางมองกู่เยียนหรานด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ กล่าว “เจ้า… เจ้าว่าอันใดนะ”
“ข้าบอกว่า… พวกเจ้าไปพักที่บ้านของข้าได้” กู่เยียนหรานยิ้ม หันหน้าไปมองซ่งชิงเป่ยที่อยู่ข้าง ๆ “ชิงเป่ย เจ้าเองก็เห็นด้วยใช่หรือไม่”
ซ่งชิงเป่ยพยักหน้า มองนางด้วยใบหน้าเอ็นดู “อืม ทุกอย่างตามแต่เจ้าตัดสินใจ”
อันชิงชิงได้เห็นภาพอันรักใคร่ของพวกเขา ในใจก็ลุกเป็นไฟ
แต่อย่างไรนางก็บรรลุเป้าหมายแล้ว จึงทำได้เพียงอดทนไว้ก่อน
“นี่ ๆ ๆ! เดี๋ยวสิ!” ในยามที่ทุกอย่างกำลังจะสิ้นสุด อยู่ ๆ ก็มีน้ำเสียงที่ไม่กลมกลืนดังขึ้นมา
ทุกคนมองตามเสียงไป ก็เห็นอู่เชียนเชียนที่อยู่ ๆ ค้านขึ้น ส่วนฉูซื่อโม่วที่อยากห้ามก็ยังห้ามไม่ได้
อู่เชียนเชียนกระโดดมาตรงหน้าซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหราน กะพริบตาพูดเบา ๆ “พวกเจ้าสองคนรู้หรือไม่ว่าตนเองกำลังทำสิ่งใดอยู่ ไป พวกเราไปคุยกันทางด้านนั้นก่อน”
พูดจบ นางก็ดึงพวกเขาไปอีกด้านหนึ่ง
“เฮ้อ…” อู่เชียนเชียนถอนหายใจออกมา เมื่อระงับอารมณ์ได้แล้วก็มองพวกเขาทั้งสองคน “พวกเจ้าสองคนเป็นบ้าไปแล้วหรือไร นี่คิดจะให้ซ่างกวนจิ่งหงกับอันชิงชิงไปอยู่กับพวกเจ้าจริง ๆ หรือ?”
กู่เยียนหรานกะพริบตาอย่างสงสัย “มีปัญหาอันใดหรือ”
“นี่แหละเป็นปัญหามากเชียว!” อู่เชียนเชียนมองนางด้วยสีหน้าอยากจะหลอมเหล็กให้เป็นเหล็กกล้า “เยียนหราน เจ้าดูไม่ออกหรือ ชิงชิงนางยังชอบชิงเป่ยอยู่นะ! แล้วก็เจ้า ชิงเป่ย…”
พูดจบ นางก็หันหน้าไปมองทางซ่งชิงเป่ย “เจ้าโง่หรือไร ซ่างกวนจิ่งหงผู้นั้นอุตส่าห์ตามจากเรือนพักร้อนวั่งเหมยมาถึงที่นี่ ก็เพราะเขาไม่อาจปล่อยเยียนหรานไปได้อย่างไรเล่า”
“เพราะฉะนั้น…” อู่เชียนเชียนสูดหายใจลึก ๆ “พวกเจ้าสองคนใจกว้างเกินไป ยอมให้ศัตรูหัวใจของตนเองไปอยู่ร่วมกัน ไม่กลัวครอบครัวจะเปลี่ยนแปลงหรือ”
อู่เชียนเชียนวิเคราะห์ความสัมพันธ์อันยุ่งเหยิงนี้ให้พวกเขาฟังอย่างละเอียด
พวกซ่งชิงเป่ยเองก็ฟังอย่างเข้าใจแล้ว
เพียงแต่ว่าผลสรุปยังคงเหนือความคาดหมาย
ทั้งสองคนสบตากัน กู่เยียนหรานมองอู่เชียนเชียนด้วยสีหน้าจริงจัง “ที่ท่านพูดมาทั้งหมดพวกเรารู้ดี แต่พวกเราเองก็เชื่อว่าความเป็นไปได้ที่ท่านพูดถึงจะไม่เกิดขึ้น”
อู่เชียนเชียนจนปัญญา “นี่… ไม่ใช่สิ… ที่ข้าพูดไปตั้งมากมายเสียเปล่าอย่างนั้นหรือ”
ซ่งชิงเป่ยมองนางอย่างลึกซึ้งและกล่าว “วางใจเถิด ข้ากับเยียนหรานคิดเอาไว้หมดแล้ว”
“เอาเถิด ในเมื่อพวกเจ้าล้วนพูดเช่นนี้ ข้าเองคงไม่สามารถไปร้อนใจแทน”
สุดท้าย ทั้งสามคนกลับมาอยู่ตรงหน้าทุกคนอีกครั้ง
กู่เยียนหรานเดินหน้าไปจับมืออันชิงชิงไว้แล้วกล่าว “ชิงชิง ไปกันเถิด”
การที่กู่เยียนหรานมีไมตรีจิตเพียงนี้กลับทำให้อันชิงชิงตกใจ ร่างแข็งทื่อไปชั่วครู่ พยักหน้าอย่างแข็ง ๆ จากนั้นก็ปล่อยให้กู่เยียนหรานลากตนไป
ซ่งชิงเป่ยเองก็พูดกับซ่างกวนจิ่งหงเช่นเดียวกัน “เชิญคุณชายซ่างกวน”
อู่เชียนเชียนมองภาพด้านหลังของพวกเขาทั้งสี่ที่จากไปพร้อมกัน ดวงตาก็เบิกตรง พร้อมพึมพำเบา ๆ “นี่มันเรื่องอันใดกัน ข้าไม่เข้าใจเลย”
หากแต่ซ่งชิงหลันตบบ่าของนาง “ไม่เข้าใจก็ไม่ต้องคิดแล้ว นี่ดึกแล้ว เจ้ารีบกลับไปนอนเถิด”
จากนั้น ฉูซื่อโม่วจึงพานางจากไปด้วยกัน
หลังจากส่งทุกคนแล้ว ซ่งชิงหลันอาบน้ำให้กับซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่
ตอนแรกเด็กน้อยทั้งสองคนยังงอแงอยากจะนอนกับพวกเขา
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ทว่าเพียงเด็กทั้งสองคนฟุบเข้ากับเตียง และมีซ่งชิงหลันที่เล่านิทานให้ฟัง เพียงไม่นาน พวกเขาก็ผล็อยหลับสนิทไป
ซ่งชิงหลันห่มผ้าห่มให้ลูกน้อยอย่างดี จากนั้นจึงได้ออกมาอย่างเงียบ ๆ
เพียงซ่งชิงหลันกลับไปถึงห้องของตนเอง ก็นอนลงบนเตียงทันที กล่าวอย่างถอนใจ “ต่อให้เป็นรังเงินรังทองก็สู้รังหมาของเราไม่ได้จริง ๆ[1]*…”
ไป๋เย่หานขึ้นเตียงมาเลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรมชาติ เอื้อมมือไปนวดไหล่ของซ่งชิงหลัน “เฉินเฉินกับเยว่เยว่หลับแล้วหรือ”
“อืม” ซ่งชิงหลันพลิกตัวมองไป๋เย่หาน “เจ้าเด็กสองคนนี้ เมื่อครู่ยังงอแงจะนอนกับพวกเราอยู่เลย แต่เพียงขึ้นเตียงก็หลับเสียแล้ว ช่างน่ารักมากเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพูดเรื่องของตนเองไป เพียงนึกถึงเด็กทั้งสองคนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มอบอุ่นของคนเป็นแม่ออกมา
แต่นางไม่ได้สังเกตเลยแม้แต่น้อยว่าไป๋เย่หานนั้นลุกขึ้นเข้ามาใกล้ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ คร่อมอยู่บนตัวนาง เริ่มถอดเสื้อผ้าของนางเสียแล้ว
จนกระทั่งซ่งชิงหลันรู้สึกเย็นที่อกจึงได้พบความผิดปกติ ทว่ามันสายไปเสียแล้ว นางถูกถอดเสื้อผ้าไปไม่น้อย
“ไป๋เย่หาน!”
“พระชายา ชั่วครู่แห่งค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิมีค่าล้ำเท่าพันตำลึงทอง[2]* พวกเรารีบทำเรื่องสำคัญกันเถิด!”
“ท่านอย่ามาจับข้านะ… อ๊ะ…”
“ไม่ได้หรอก ข้าเก็บกดมาหลายวันแล้ว ต้องเอาคืนทบต้นทบดอก…”
……
[1] ต่อให้เป็นรังเงินรังทองก็สู้รังหมาไม่ได้ หมายถึง อยู่ที่ไหนก็ไม่สุขใจเท่าบ้านเรา
[2] ชั่วครู่แห่งค่ำคืนฤดูใบไม้ผลิมีค่าล้ำเท่าพันตำลึงทอง หมายถึง ค่ำคืนของคู่รักมีค่ายิ่งนัก