ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 458 ภัตตาคารตรงข้าม
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 458 ภัตตาคารตรงข้าม
บทที่ 458 ภัตตาคารตรงข้าม
วันต่อมา
ยามที่ซ่งชิงหลันตื่นมา นางรู้สึกเพียงว่าทั้งเอวและหลังของนางเจ็บปวดราวกับถูกทุบตี เพียงขยับตัวก็ร้าวรานไปทั่วร่าง
นางหันหน้าไปมองตัวการที่กำลังหลับสบาย อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา “ชาติหน้าข้าจะเกิดเป็นผู้ชายบ้าง จะทรมานท่านให้สาแก่ใจเลย”
อยู่ ๆ ไป๋เย่หานลืมตาสีดำงดงามขึ้นมาในทันที ยกยิ้มมุมปากบางร้ายกาจ กล่าวพลางหัวเราะเบา ๆ “เหตุใด พระชายายังอยากจะทำต่ออีกหรือ”
“ไม่ ๆ ๆ! ข้าจะไปแล้ว” ซ่งชิงหลันรีบลุกขึ้น ไม่รับฟังสิ่งใดทั้งนั้น จัดการเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างรวดเร็ว ทำผมให้เรียบร้อย จากนั้นก็ออกจากห้องไปทันที
“เฮ้อ…” หลังจากปิดประตูห้อง ซ่งชิงหลันถอนหายใจออกมา พร้อมพึมพำกับตนเองเบา ๆ “ชายคนนี้นี่ อึดถึกทนเกินไปแล้ว”
นางยิ้มแล้วส่ายหน้า จากนั้นเดินไปที่ประตูใหญ่ของจวนแม่ทัพ
ยามที่ออกนอกประตูไป นางก็เห็นหลิวกุ้ยเสีย
ซ่งชิงหลันผงะไป “ท่านอาสะใภ้ เหตุใดท่านจึงมาอยู่ที่นี่เล่าเจ้าคะ”
หากตามความเคยชินแล้ว หลิวกุ้ยเสียจะไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายก่อนนางเสมอเพื่อเตรียมเปิดร้าน
หากแต่เมื่อหลิวกุ้ยเสียเห็นซ่งชิงหลันนางก็ถอนหายใจโล่งอก “หลันหลัน ในที่สุดเจ้าก็ออกมา ข้ารอเจ้าอยู่ที่นี่เพราะมีเรื่องจะคุยกับเจ้าเสียหน่อย”
เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของหลิวกุ้ยเสีย ซ่งชิงหลันย้อนนึกถึงเมื่อคืนตอนที่ดื่มกัน ที่นางเห็นความผิดปกติจากสีหน้าของหลิวกุ้ยเสีย เมื่อเชื่อมโยงเรื่องเข้าด้วยกันก็รู้ได้ว่าภัตตาคารอวิ๋นหลายมีเรื่องเป็นแน่
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วและถามเบา ๆ “พวกเราคุยไประหว่างทางเถิดเจ้าค่ะ”
จากนั้น ทั้งสองคนก็นั่งรถม้าไปที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายด้วยกัน
“ความจริง เรื่องนี้ข้าอยากจะบอกเจ้าตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เพียงแต่เจ้าเพิ่งกลับมา และคงเหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง เกรงว่าจะไปรบกวนการพักผ่อนของเจ้า”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ท่านอาสะใภ้ เกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่หรือ”
หลิวกุ้ยเสียนั่งตัวตรง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “หลังเจ้าออกจากเมืองหลวงไปได้ไม่นาน ตรงข้ามภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราก็มีภัตตาคารแห่งใหม่มาเปิด”
“เอ๋ แล้วนี่มันแปลกตรงไหนหรือเจ้าคะ” ซ่งชิงหลันยิ้ม “ทำธุรกิจย่อมเป็นเช่นนี้ ร้านนี้ปิดตัวไป ร้านนั้นก็เปิดใหม่ อีกอย่าง ก่อนหน้านี้ก็มีภัตตาคารเปิดอยู่ในเมืองหลวงตั้งมากมายนะเจ้าคะ”
แต่สุดท้าย เป็นเพราะภัตตาคารอวิ๋นหลายมีชื่อเสียงโด่งดัง ค้าขายดีเกินไป ร้านพวกนั้นจึงเปิดกิจการไปได้ไม่เท่าไรก็ต้องปิดตัวลง
หลิวกุ้ยเสียขมวดคิ้วอย่างประหม่า “แต่ภัตตาคารแห่งนี้แตกต่างออกไปเล็กน้อย ตั้งแต่พวกเขาเปิดร้าน หนึ่งเดือนมานี้ กิจการของภัตตาคารอวิ๋นหลายเราก็ขายได้น้อยลงมาก ลูกค้าประจำมากมายก็ไปกินอาหารที่ร้านพวกเขา”
“มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือเจ้าคะ” ตอนนี้ซ่งชิงหลันเริ่มสนใจขึ้นมา
ในตอนนี้ รถม้าวิ่งเข้าสู่ถนนหย่งอัน ใกล้จะถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันยกผ้าม่านในรถม้าขึ้นดู หลิวกุ้ยเสียก็ชี้ไปที่ภัตตาคารฝั่งตรงข้ามที่ตกแต่งหรูหราอย่างกระวนกระวาย “หลันหลัน เจ้าดูสิ ภัตตาคารนั้นแหละ”
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นป้ายตรงประตูนั้นเขียนเอาไว้ว่า ‘ภัตตาคารอี่หง’
เมื่อมองดูอย่างละเอียด เห็นว่าตรงหน้าประตูภัตตาคารอี่หง มีหญิงสาวที่หน้าตาดีสองสามคนยืนอยู่ กำลังเรียกแขกอย่างตั้งอกตั้งใจ
“ไอ้หยา! นายท่าน วันนี้ภัตตาคารอี่หงของพวกเรามีกิจกรรม อาหารทุกจานล้วนลดถึงสองส่วน รีบเข้ามานั่งเถิดเจ้าค่ะ”
“ไอ้หยา! นายท่านจาง ท่านมาใช้บริการอีกแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้รับเหมือนเดิมหรือไม่เจ้าคะ”
“ฮิ ๆ… วันนี้ภัตตาคารอี่หงของพวกเรามีอาหารจานใหม่ ทุกท่านผ่านไปผ่านมา พลาดไม่ได้นะเจ้าคะ!”
“นายน้อยผู้นี้ ลองเข้าภัตตาคารอี่หงของพวกเราหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ ไม่รับประทานอาหาร เพียงดื่มชาก็ได้เจ้าค่ะ!”
……
มองดูภาพนี้แล้ว ซ่งชิงหลันก็ขนลุกไปทั้งร่างในทันที
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย มองหลิวกุ้ยเสียแล้วกล่าว “นี่… เป็นภัตตาคารจริงหรือ”
เหตุใดนางจึงรู้สึกว่านี่เหมือนหอนางโลมเสียมากกว่าเล่า
หลิวกุ้ยเสียยิ้ม เข้าใจความหมายของนางทันที และกล่าวอย่างมีนัย “หากเจ้าเห็นเจ้าของภัตตาคารอี่หงนี้ เจ้าจะรู้เอง”
ฟังนางพูดเช่นนี้ ซ่งชิงหลันยิ่งอยากรู้
ในตอนนี้ รถม้าหยุดลงตรงหน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ซ่งชิงหลันและหลิวกุ้ยเสียลงจากรถม้าแล้วเดินเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นหลายด้วยกัน
ภัตตาคารอวิ๋นหลายในตอนนี้มีเพียงแขกสองสามโต๊ะที่มาดื่มชายามเช้าเท่านั้น ไม่ได้มีภาพที่ผู้คนคลาคล่ำและครึกครื้นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
หลิวกุ้ยเสียที่อยู่ข้าง ๆ เห็นซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว จึงรีบกล่าวอธิบาย “ตั้งแต่ภัตตาคารอี่หงเปิด พวกเขาเองก็ทำตามเรา อย่างการขายน้ำชายามเช้า ลูกค้ามากมายจึงได้ไปเข้าร้านพวกเขา”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลงเล็กน้อย กล่าวเสียงเย็น “เช่นนั้นแล้ว พวกเขาจงใจแย่งลูกค้าเราอย่างชัดเจนเลยใช่หรือไม่”
“ใช่” ใบหน้าหลิวกุ้ยเสียเต็มไปด้วยความกังวล “หลันหลัน เจ้าว่าพวกเราควรทำอย่างไรดี”
หลิวกุ้ยเสียเป็นกังวลมานาน แต่ทำได้เพียงคาดหวังรอให้ซ่งชิงหลันกลับมา
เพราะนางรู้ว่าไม่มีปัญหาใดที่ซ่งชิงหลันแก้ไม่ได้
ซ่งชิงหลันมีสีหน้าเคร่งขรึม “ท่านอาสะใภ้ ท่านเอาบัญชีของช่วงนี้ไปให้ข้าดูที่ห้องส่วนตัวชั้นบนทีเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆ” หลิวกุ้ยเสียพยักหน้า จากนั้นไปเอาบัญชี
ซ่งชิงหลันกลับมาที่ห้องส่วนตัว ตรวจดูบัญชีอย่างเงียบ ๆ นี่ถ้าหากไม่ดูคงไม่รู้ แต่พอได้เห็นก็ต้องตกใจ
ที่แท้ กิจการตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมานี้ รายได้หายไปเกือบครึ่ง ข้อมูลนี้น่าตกใจประมาณหนึ่งเลย
ซ่งชิงหลันปิดสมุดบัญชีอย่างแรง กล่าวกับตนเองเบา ๆ “หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เราต้องถูกพวกเขาแย่งลูกค้าไปหมดแน่”
ซ่งชิงหลันเปิดประตูห้องเดินออกไป นางยืนอยู่ตรงราวกั้นชั้นสอง สองมือกอดอก มองภัตตาคารอี่หงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามอย่างเงียบ ๆ
นางเห็นว่าตรงหน้าประตูภัตตาคารอี่หงมีแขกไม่ขาดสาย ภาพที่คึกคักเป็นพิเศษนั้น เหมือนบรรยากาศของภัตตาคารอวิ๋นหลายเมื่อก่อนไม่มีผิด
ยามที่ซ่งชิงหลันมองไม่คลาดสายตาก็มีเสียงร้อนรนของอู่เชียนเชียนดังมาจากด้านหลัง “พี่ชิงหลัน… พี่ชิงหลัน…”
ซ่งชิงหลันหันหน้าไปมองนางและเอ่ยถาม “มีอันใดหรือ”
ตอนนี้อู่เชียนเชียนเดินมาถึงข้างกายของซ่งชิงหลันแล้ว มองลงไปตามสายตาของอีกฝ่าย ก็รู้ว่าซ่งชิงหลันกำลังมองภัตตาคารอี่หงอยู่
นางสูดหายใจลึก ๆ กล่าว “ข้ามาเพราะภัตตาคารอี่หงนี่แหละเจ้าค่ะ เมื่อเช้าตอนข้าตื่นนอน ได้ยินท่านพ่อของข้าพูดว่าเดือนที่แล้วมีภัตตาคารอี่หงมาเปิด กิจการดีไม่น้อยเลย…”
พูดไป ๆ นางก็เหมือนรู้สึกได้ถึงสิ่งผิดปกติ จึงได้มองไปรอบ ๆ แล้วพบว่าภัตตาคารอวิ๋นหลายที่เคยเต็มไปด้วยแขกเต็มร้าน ยามนี้กลับว่างเปล่า
นางขมวดคิ้วแน่นและเอ่ยถาม “เกิดอันใดขึ้น แขกไปไหนกันหมดแล้วหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันแค่นหัวเราะ มองไปยังภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้าม เหมือนจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม “ไปที่นั่นกันหมดแล้ว”
นางยืนอยู่ตรงนี้เป็นเวลาไม่ถึงครึ่งจอกน้ำชาก็เห็นเหล่าลูกค้าประจำของนางไปเข้าร้านฝั่งตรงข้ามหมดแล้ว