ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 460 ข้าจะไปกับเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 460 ข้าจะไปกับเจ้า
บทที่ 460 ข้าจะไปกับเจ้า
ไป๋เย่หานรีบเอ่ยเรียก “ชิงหลัน”
ซ่งชิงหลันได้ยินเสียงเรียกก็หมุนตัวไปมองและเห็นไปเย่หาน “ไป๋เย่หาน?”
ไป๋เย่หานค่อย ๆ เดินมาตรงหน้าทั้งสองคน
“เอ๋ ท่านอ๋องมาได้อย่างไรหรือเพคะ” อู่เชียนเชียนมองไป๋เย่หานอย่างสงสัย
หากแต่แววตาของไป๋เย่หานยังคงจับจ้องไปที่ซ่งชิงหลัน “เจ้าจะไปที่นี่หรือ”
ว่าจบ เขามองไปยังป้ายของภัตตาคารอี่หง
“อืม” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ท่านเล่า”
“ข้าจะไปกับเจ้า” ไป๋เย่หานจับมือนางเดินเข้าไปโดยพลัน
เหลือไว้เพียงอู่เชียนเชียนเพียงผู้เดียวที่อยู่ที่เดิม
“นี่! พวกท่านทั้งสอง รอข้าด้วยสิ!” อู่เชียนเชียนรีบเดินตามเข้าไป
เพียงเดินเข้าไปยังภัตตาคารอี่หง อู่เชียนเชียนถึงกับตะลึงไปกับภาพตรงหน้า “สวรรค์ ที่นี่… หรูหราเกินไปแล้วกระมัง”
นางเห็นว่าทั่วทั้งภัตตาคารนั้นตกแต่งได้อย่างโอ่อ่างดงาม ราวกับวังหลวง หากได้กินอาหารในบรรยากาศเช่นนี้ ช่างทำให้รู้สึกราวกับว่าตนเองเป็นชนชั้นสูงเสียจริง
ไม่แปลกเลยที่โถงใหญ่ของภัตตาคารในตอนนี้จะคลาคล่ำไปด้วยผู้คน เหล่าแขกชนแก้วสังสรรค์ ดื่มสุราพูดคุยกันอย่างมีความสุข ช่างครึกครื้นยิ่งนัก
และที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือที่กลางโถงใหญ่ของภัตตาคารยังมีเวทีใหญ่ตั้งอยู่ มีหญิงงามสะสวยกำลังร้องเพลงและเต้นรำเพื่อขับเร้าความสนุกสนาน การกินอาหารที่นี่ช่างทำให้รู้สึกเพลินตาจริง ๆ
เมื่อเห็นทุกสิ่งตรงหน้า ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะยิ้มแห้ง กล่าวเสียงเบา “ที่นี่ช่างเป็นที่ที่ดีสำหรับการสำมะเลเทเมาเสียจริง”
ไม่แปลกเลยที่จะมีลูกค้าผู้ชายมากมาย เพราะเพียงมากินอาหารหนึ่งมื้อยังมีหญิงงามให้ชื่นชม ใบเสร็จนี้จะคำนวณอย่างไรก็ถือว่าคุ้มค่า
หากแต่อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว พึมพำเบา ๆ ประโยคหนึ่ง “นี่… เป็นภัตตาคารจริง ๆ หรือ เหตุใดจึงทำเหมือนหอนางโลมอย่างไรอย่างนั้น พวกเราไปกันดีหรือไม่เจ้าคะ”
นางช่างไม่ชินกับความเอิกเกริกเช่นนี้จริง ๆ
เพียงแต่ว่า ในตอนนี้มีหญิงสาวสองสามคนที่สวมใส่เสื้อผ้าสีสันสดใสเดินนวยนาดมาตรงหน้าทั้งสามคน ยิ้มหวานชวนให้หวั่นไหว พร้อมกล่าวอย่างออดอ้อน “ลูกค้าทั้งสามท่านช่างไม่คุ้นหน้าเลย คงมาที่ภัตตาคารอี่หงครั้งแรกกระมัง พวกท่านอยากจะทานอันใดเจ้าคะ ให้ข้าช่วยแนะนำให้พวกท่านดีหรือไม่”
พูดจบ หญิงผู้นั้นก็ส่งสายตายั่วยวนให้ไป๋เย่หานอย่างแรงกล้า
ซ่งชิงหลันมองความพยายามของนางก็พยายามกลั้นหัวเราะ นางเป็นกังวลจริง ๆ ว่าตนจะไม่ทันระวังแล้วเปลือกตาเป็นตะคริวไป
ส่วนไป๋เย่หานหน้าตาเคร่งขรึม เหลือบตาขึ้นแล้วส่งสายตาเย็นชา ทำให้หญิงที่พยายามยั่วยวนนั้นตกใจเสียแทบตาย ถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยไม่รู้ตัว หากไม่ใช่เพราะข้าง ๆ ยังมีหญิงงามอีกสองคนช่วยพยุง เกรงว่าคงจะล้มลงไปกับพื้นเสียแล้ว
ภาพนี้ทำให้ซ่งชิงหลันถึงกับหัวเราะเบา ๆ นางดึงมือไป๋เย่หานแล้วกล่าว “ท่านจะทำคนเขาตกใจจนตายเลยหรือไร”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วเอ่ยถามเสียงเบา “จะไปหรือไม่”
ในสถานที่เช่นนี้ หากอยู่ต่ออีกนิดคงรู้สึกไม่สบายไปทั้งตัว หากรู้แต่แรกจะให้หานเฟยเจ้าบ้านั่นมาแทนแล้ว
ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงยั่วยวนเสียงหนึ่งดังขึ้น “ในเมื่อมากันแล้ว เหตุใดต้องรีบไปด้วยเล่าเจ้าคะ”
สิ้นเสียงนั้น ก็มีร่างที่ดูงดงามยั่วยวนเดินออกมาจากหลังผ้าม่าน นางใส่ชุดกระโปรงสีแดง เผยหน้าอกออกมาครึ่งหนึ่ง ภายนอกยังคลุมผ้าโปร่งสีแดง ปลายยาวสองข้างพันแขนไว้ ยามที่เดินจะปลิวไสวไปมาเป็นครั้งคราว
เพียงแค่มองสตรีผู้นี้ ก็รู้ได้ว่าอีกฝ่ายต้องเป็นยอดหญิงงามเป็นแน่ ยามที่นางเดินมาถึงตรงหน้า ใบหน้ารูปไข่อันสวยงามของนางนั้นมีเครื่องหน้าที่สะสวย ทุกอากัปกิริยาล้วนเย้ายวนใจ คงยากที่จะมีชายใดสามารถยั้งใจกับความงามเช่นนี้ได้
หญิงชุดแดงผู้นี้โบกมือให้ผู้หญิงทั้งสามคนด้วยน้ำเสียงเกียจคร้านแต่ก็ฉอเลาะ “พวกเจ้าไปเถิด”
พูดจบ นางเหลือบสายตาขึ้นมาเล็กน้อย มองพวกซ่งชิงหลันทั้งสามคน แล้วยิ้มอย่างน่ารัก “หานอ๋อง แม่นางซ่ง แม่นางอู่ คนของข้ามีตาหามีแววไม่ ไม่รู้ว่ามีแขกคนสำคัญมา ดูแลได้ไม่ดีพอ ขอพวกท่านโปรดอภัยด้วยเจ้าค่ะ”
น้ำเสียงของนางชวนให้ลุ่มหลง ทำให้คนได้ฟังอดไม่ได้ที่จะคันยุบยิบในใจ
ซ่งชิงหลันหรี่ตาเล็กน้อย พร้อมกล่าวเสียงต่ำ “ท่านรู้จักพวกข้าด้วยหรือ”
“ไอ้หยา ดูข้าสิ…” หญิงสาวยกมือขาวปิดปากแล้วหัวเราะเบา ๆ “ข้าลืมแนะนำไปเจ้าค่ะ ข้าคือเจ้าของภัตตาคารอี่หง พวกท่านเรียกข้าว่าแม่นางหงเป็นใช้ได้ ส่วนทุกท่านนั้น…”
แม่นางหงกวาดสายตา และกล่าวเบา ๆ “ข้ามาที่นี่เพื่อทำการค้า ย่อมต้องทำความรู้จักคนที่นี่ให้ทั่ว และย่อมรู้จักพวกท่านทั้งสามเจ้าค่ะ โดยเฉพาะหานอ๋องผู้โด่งดัง ข้าจะบังอาจไม่รู้จักได้อย่างไร”
พูดจบ นางจ้องมองไปยังร่างของไป๋เย่หาน ไม่ปกปิดความสนใจแม้แต่น้อย
ซ่งชิงหลันเห็นท่าทางเช่นนี้ ในใจไม่พอใจอย่างมาก
นางเดินไปข้างหน้าก้าวหนึ่ง จงใจขวางสายตาของแม่นางหงเอาไว้ “พวกเราเป็นคนในแวดวงเดียวกัน ควรมาแสดงความยินดีกับการเปิดกิจการของท่าน แต่ตอนนี้ภัตตาคารอี่หงเปิดทำการมาเป็นเดือนแล้ว ข้าเพิ่งจะมาเยี่ยมถึงที่ ช่างเสียมารยาทจริง ๆ เจ้าค่ะ”
“โธ่ แม่นางซ่งพูดเกินไปแล้วกระมัง” แม่นางหงยิ้มโปรยเสน่ห์ “ก่อนหน้านี้ตอนที่ภัตตาคารอี่หงของเราเปิดทำการ ข้านั้นส่งบัตรเชิญไปให้ภัตตาคารอวิ๋นหลายแล้ว แต่ได้ยินเจ้าของคนรองของพวกท่านบอกว่าแม่นางซ่งออกเดินทางไปไกล ช่างโชคร้ายนัก ในเมื่อวันนี้แม่นางซ่งมาหาด้วยตนเอง ข้าย่อมต้องดูแลในฐานะเจ้าบ้านอย่างดีที่สุด ให้พวกท่านได้กินดื่มกันอย่างดีเจ้าค่ะ”
พูดจบ นางบิดสะโพกหมุนตัวอย่างงดงาม ร่างกายอันเย้ายวนนั้นนำทางอยู่ด้านหน้า “ทั้งสามท่าน โปรดตามข้ามาเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะขนลุกซู่ไปทั้งตัว นางดึงมือซ่งชิงหลันแล้วมากล่าวเบา ๆ “ข้าแปลกใจนัก หญิงเช่นนี้จะมีชายที่ไหนรับมือได้กัน พี่ชิงหลัน ท่านจะต้องจับตาดูท่านอ๋องไว้ให้ดีนะเจ้าคะ ข้าดูออกว่านางสนใจท่านอ๋อง”
“ฮิ ๆ…”
ทันทีที่อู่เชียนเชียนพูดจบ อยู่ ๆ แม่นางหงที่เดินอยู่ข้างหน้าก็ปิดปากแล้วหัวเราะออกมา
ซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนผงะไปในทันใด ทั้งสองคนสบตากัน เริ่มสื่อสารกันด้วยสายตา
ซ่งชิงหลันกะพริบตา ราวกับบอกว่า ‘นางได้ยินหรือ’
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว ‘นั่นสิ หรือว่านางมีวรยุทธ์’
ไป๋เย่หานที่อยู่ข้าง ๆ เห็นพวกนางส่งสายตาหากัน อดไม่ได้ที่จะกลอกตา และเข้าร่วมการสนทนาทางสายตานั้นด้วย ‘พวกเจ้าไม่เบื่อหรือ อีกเดี๋ยวลองดูก็รู้แล้ว’
ซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนสบตากัน พยักหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย กล่าวด้วยสายตาพร้อม ๆ กัน ‘อืม มีเหตุผล’
สุดท้าย แม่นางหงนำพวกเขามานั่งตรงมุมหนึ่งที่เงียบสงบ และไม่รู้ว่าหยิบเอารายการอาหารน่าอร่อยเล่มหนึ่งมาจากที่ใดส่งมาตรงหน้าไป๋เย่หาน พร้อมกล่าวเสียงหวาน “เชิญท่านอ๋องเจ้าค่ะ”
ไป๋เย่หานทำหน้าเย็นชาราวภูเขาน้ำแข็ง ไม่มีความคิดจะรับมันไว้แม้แต่น้อย
ส่วนมือของแม่นางหงก็ค้างอยู่กลางอากาศอย่างกระอักกระอ่วนเช่นนั้น