ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 461 เจ้าไม่ได้คิดเอาไว้แล้วหรือ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 461 เจ้าไม่ได้คิดเอาไว้แล้วหรือ
บทที่ 461 เจ้าไม่ได้คิดเอาไว้แล้วหรือ
ซ่งชิงหลันเห็นว่าบรรยากาศยิ่งกระอักกระอ่วนกว่าเดิมก็รีบเอ่ยปาก “เอามาให้ข้าเถิด”
แม่นางหงเองเป็นคนที่รู้จักวางตัวคนหนึ่ง
ในเมื่อมีคนมอบบันไดให้ นางย่อมต้องก้าวลงไป
นางยิ้มอย่างอ่อนหวาน ยกมือหยกขาวขึ้นเพื่อนำรายการอาหารยื่นไปตรงหน้าซ่งชิงหลัน “เชิญแม่นางซ่งเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วเปิดดูรายการอาหาร
ส่วนอู่เชียนเชียนยอดนักกินก็โน้มตัวมาดูรายการอาหารกับซ่งชิงหลันอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
เมื่อเปิดดูหน้าแรก ทั้งสองคนถึงกับตะลึงไปพร้อมกัน
จากนั้นดูหน้าที่สอง หน้าที่สาม หน้าที่สี่…
เพียงไม่นาน ซ่งชิงหลันก็ดูรายการอาหารทั้งเล่มจนจบ
นางปิดรายการอาหาร ช้อนตาขึ้นมองแม่นางหงที่มีสีหน้าราบเรียบ “หากไม่เห็นว่าที่ด้านหน้ารายการอาหารเขียนว่าภัตตาคารอี่หง ข้าคงคิดว่านี่คือรายการอาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลายของข้า”
ที่แท้ อาหารในรายการอาหารนี้เหมือนกับภัตตาคารอวิ๋นหลายแปดถึงเก้าส่วนทีเดียว
หากแต่แม่นางหงกลับไม่เปลี่ยนสีหน้าพร้อมยิ้มบาง ๆ “แม่นางซ่งพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ท่านจะบอกว่า ภัตตาคารอี่หงของข้านี้เลียนแบบรายการอาหารของท่านหรือ”
“ท่านคิดว่าอย่างไรเล่า”
“ข้าคิดว่า… ฮิ ๆ…” แม่นางหงหัวเราะออกมาด้วยสีหน้ายั่วโมโห “รายการอาหารในทุก ๆ ภัตตาคารล้วนคล้ายคลึงกันอยู่มาก รายการอาหารของภัตตาคารสองแห่งของเราคล้ายคลึงกันเพียงนี้ ก็บอกได้เพียงว่า ข้าและแม่นางซ่งมีความชอบคล้ายกันมากทีเดียวเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางยังมองไป๋เย่หานอย่างจงใจแวบหนึ่ง ราวกับกำลังเชื้อเชิญ
สายตาของซ่งชิงหลันในยามนี้เย็นชาอย่างมาก ในใจลอบกล่าว
‘ช่างกล้ายั่วยวนผู้ชายของข้าต่อหน้าข้าอย่างนั้นหรือ ช่างไม่เห็นแก่หน้าพี่สาวคนนี้เลยจริง ๆ!’
ซ่งชิงหลันยกยิ้มมุมปากหยอกล้อ “ของปลอมก็คือของปลอม ต่อให้จะห่อมาสวยเพียงใด ก็ยังเป็นของปลอม”
รอยยิ้มบนใบหน้าแม่นางหงแข็งทื่อไป นางกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย “ของปลอมหรือ”
นี่หมายความว่าอย่างไร เหตุใดนางจึงไม่เคยได้ยินคำคำนี้เลย
“คิก!” อู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
นางอยู่ข้างกายซ่งชิงหลันมานาน คงได้รับอิทธิพลมา และคุ้นเคยกับการที่นางพูดคำศัพท์ใหม่ ๆ ออกมาเป็นครั้งคราว แต่ทว่าไม่เข้าใจความหมาย
มองแม่นางหงที่มีสีหน้างุนงง เหมือนกับได้เห็นตนเองเมื่อก่อน
อู่เชียนเชียนหัวเราะและกล่าวอธิบาย “คำว่าของปลอมน่ะหรือ ก็คือสินค้าลอกเลียนแบบอย่างไรเล่า”
“ของเลียนแบบ?” แววตาของแม่นางหงเย็นเยียบ และหันมองซ่งชิงหลัน
ไป๋เย่หานสัมผัสได้ถึงจิตสังหารจากสายตาของนางได้อย่างเฉียบไว เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย หากแต่แม่นางหงปิดบังสายตาเย็นชาของตนในทันใด เปลี่ยนเป็นหัวเราะอย่างเสแสร้ง “แม่นางซ่งนี่ช่างล้อเล่นได้เก่งเสียจริง”
“ข้าไม่มีเวลามาล้อเล่นกับท่านหรอก” ซ่งชิงหลันยิ้มเย็น “รายการอาหารนี้พวกท่านเลียนแบบได้ หากแต่รสชาติของอาหารนั้น เกรงว่าคงจะไม่อาจลอกเลียนได้ ผู้ใดจริงผู้ใดปลอม ในใจท่านคงรู้ดี”
“ในเมื่อแม่นางซ่งยังสงสัยรายการอาหารมาตลอด เช่นนั้นก็สั่งอาหารมาลองชิมเองเถิดเจ้าค่ะ ดูว่าอาหารจากภัตตาคารอวิ๋นหลายของท่านหรืออาหารจากภัตตาคารอี่หงของพวกข้าที่อร่อยกว่ากันแน่”
พูดจบ แม่นางหงก็กอดมือสองข้างไว้ที่อก แสดงท่าทางหยิ่งยโส มองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าหยอกล้อ “แต่ข้าว่าแม่นางซ่งคงเห็นแล้ว ภัตตาคารอี่หงของเราไม่มีที่นั่งว่างเลย ข้าเชื่อว่าการเลือกของแขกจะเป็นคำตัดสินที่จริงใจที่สุด”
อู่เชียนเชียนพูดขัดจังหวะนางอย่างไม่พอใจ “ชิ เหตุใดที่ร้านเจ้ามีลูกค้าผู้ชายมากมายเช่นนี้ ในใจเจ้าไม่ได้คิดเลยหรือ ทำภัตตาคารเสียจนเหมือนกับหอนางโลม ใช้หน้าตามารับรองแขก เรียกแขกเช่นนี้ ช่างเป็นวิธีของคนโกงจริง ๆ”
นางยังจงใจเน้นเสียงที่คำว่า ‘ลูกค้าผู้ชาย’ ซึ่งเป็นความหมายแฝงที่เหยียดหยาม
แม่นางหงหรี่ดวงตาลึกลับนั้น พยายามควบคุมความโกรธในใจ
นางกวาดดวงตามองซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง ทุกคนล้วนเปิดร้านทำการค้าขาย ท่านควรจะรู้ว่าเพื่อผลกำไรแล้ว เราย่อมต้องใช้ทุกวิถีทาง”
ซ่งชิงหลันเปิดเปลือกตาขึ้นอย่างเกียจคร้าน มองนางอย่างเยือกเย็น “ทุกคนล้วนมีปณิธาน หากแต่วิธีของท่าน ข้าไม่เห็นด้วย”
แม่นางหงหรี่ตา เอียงคอ จากนั้นมองหญิงตรงหน้าอย่างสนอกสนใจ
แน่นอน ยอดหญิงในตำนานนี่แตกต่างจากทุกคนจริง ๆ นางโอ้อวดตนเองว่ามีรัศมียิ่งใหญ่เพียงพอ และไม่เคยมีผู้ใดที่สามารถจ้องหน้านางได้นานเพียงนี้แล้วยังไม่ยอมพ่ายแพ้ไปได้ ยิ่งไปกว่านั้น ยังเป็นหญิงคนหนึ่งที่อ่อนแอโดยสิ้นเชิงอีกด้วย
แม่นางหงหัวเราะออกมา ในแววตาอดไม่ได้ที่จะเผยความชื่นชม นางดันรายการอาหารกลับไปตรงหน้าซ่งชิงหลันอีกครั้ง พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “แม่นางซ่ง ไม่ต้องพูดให้มากความหรอกเจ้าค่ะ สั่งอาหารเถิด”
ซ่งชิงหลันดันรายการอาหารกลับไปอีกครั้ง ริมฝีปากแดงขยับน้อย ๆ และกล่าวชื่ออาหารออกมารัว ๆ “ไก่ผัดพิทักษ์วัง ปลาทอดเปรี้ยวหวาน เป็ดแปดสมบัติ แกงตุ๋นในลูกฟัก กุ้งอบน้ำมัน ผัดสามเซียน มันฝรั่งเส้นผัด มะเขือเทศผัดไข่ เท่านี้ละ”
ตลกแล้ว รายการอาหารเหล่านี้นางจำขึ้นใจตั้งนานแล้ว เหตุใดยังจะต้องดูอีก
พูดจบ นางมองแม่นางหงอย่างหยอกล้อ “ไม่รู้ว่าแม่นางหงจะจำได้หรือไม่”
แม่นางหงยิ้มยั่ว กะพริบตาให้ซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “แน่นอน หากไม่มีสมองสักนิด จะเป็นเจ้าของร้านได้อย่างไร พวกท่านรอก่อนนะเจ้าคะ”
พูดจบ นางก็ส่งสายตายั่วไป๋เย่หานอีกครั้ง จากนั้นบิดเอวอ่อนช้อยจากไป
อู่เชียนเชียนเห็นเช่นนั้นถึงกับขนลุกจากความคลื่นเหียน นางมองไป๋เย่หานแล้วเอ่ยถาม “ท่านอ๋อง ท่านรู้จักแม่นางหงผู้นี้หรือเพคะ”
อย่างไรเสีย จากคำพูดและการกระทำของแม่นางหงเมื่อครู่ นางก็พอจะมองออก
ไป๋เย่หานขมวดคิ้วกล่าวตอบอย่างเฉียบขาด “ไม่รู้จัก”
ซ่งชิงหลันยิ้มหยอกล้อ “แต่ว่าแม่นางหงสนใจท่านอ๋องมากเลยนะ”
ไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด อยู่ ๆ ไป๋เย่หานก็เย็นหลังขึ้นมาเสียอย่างนั้น รู้สึกเหมือนกับว่าหลังกลับบ้านไปเขาคงได้นั่งรอเก้อ
คิดไปเองกระมัง…
ในขณะที่เขาจะอ้าปากอธิบายนั้นเอง แม่นางหงเดินบิดเอวเข้ามาเสียก่อน “ไอ้หยา กำลังพูดถึงข้าอยู่หรือเจ้าคะ”
แม้คนยังมาไม่ถึง แต่เสียงก็ดังมาก่อน ยามที่นางเดินมาถึงข้างโต๊ะของพวกเขา นางนำกาสุราในมือวางเอาไว้บนโต๊ะ
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วสงสัย “แม่นางหง นี่ท่านเป็นอันใดไป ข้าจำได้ว่าพวกเราไม่ได้สั่งเหล้านะ”
“ข้ารู้ นี่ข้ามอบให้พวกท่านเป็นการส่วนตัวเจ้าค่ะ” แม่นางหงยิ้มออกมา จากนั้นหยิบเอาจอกสุราออกมาอย่างไม่สนใจผู้ใด แล้วรินสุราให้พวกเขาทีละคน “สุรานี้เป็นของสะสมของข้า คนทั่วไปไม่ได้ดื่มหรอกเจ้าค่ะ ท่านอ๋อง ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ”
พูดจบ นางช้อนดวงตางามขึ้นมองไป๋เย่หานอย่างลึกซึ้ง
ไป๋เย่หานรู้สึกไม่สบายใจในทันที จึงปฏิเสธด้วยเสียงเย็น “ข้าไม่ดื่มสุรา”
หากแต่แม่นางหงกลับยิ้มหวาน “ท่านอ๋องไม่ดื่มสุรา หรือไม่ดื่มสุราของข้ากันแน่เจ้าคะ”