ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 469 ให้ข้าเข้าไปเป็นเพื่อนท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 469 ให้ข้าเข้าไปเป็นเพื่อนท่าน
บทที่ 469 ให้ข้าเข้าไปเป็นเพื่อนท่าน
รถม้าหรูหราคันหนึ่งหยุดอยู่ตรงประตูหน้าของภัตตาคารอี่หง
คนขับเปิดผ้าม่านรถ จากนั้นคุณชายสูงศักดิ์ที่หน้าตาหล่อเหลาและสง่างามก็เดินลงมา
คนผู้นั้นก็คือซ่างกวนจิ่งหง ในมือของเขาถือพัดกระดาษโบกเบา ๆ ทุกความเคลื่อนไหวดูสง่างามยิ่งนัก
เหล่าหญิงสาวที่คอยเรียกลูกค้าอยู่หน้าประตูดวงตาเป็นประกายโดยพลัน สวรรค์! ชายผู้นี้เพียงดูก็รู้ว่าเป็นคุณชายผู้สูงศักดิ์ ลูกค้ารายใหญ่มาแล้ว!
พวกนางยิ้มออกมาทันที พร้อมทั้งเดินบิดเอวอย่างยั่วยวนไปต้อนรับชายผู้นั้น “คุณชาย ท่านมากินข้าวที่ภัตตาคารอี่หงของเรากระมัง อยากกินอันใดเจ้าคะ ให้ข้าเข้าไปเป็นเพื่อนท่านเถิด”
“ใช่! ใช่แล้ว! คุณชายดูแล้วไม่คุ้นหน้าเลย คงมาเป็นครั้งแรกเป็นแน่ ให้พวกข้าแนะนำอาหารอร่อย ๆ ให้ท่านนะเจ้าคะ”
พวกนางต่างมารุมล้อมซ่างกวนจิ่งหงราวกับฝูงผีเสื้อตอมดอกไม้
“แค่ก ๆ ๆ…” ซ่างกวนจิ่งหงไอออกมาทันควัน
เพราะเขาสำลักกลิ่นน้ำหอมแรง ๆ บนร่างพวกนาง
ใบหน้าหล่อเหลาของซ่างกวนจิ่งหงเปลี่ยนเป็นเย็นชา เขาขมวดคิ้วแน่น หันหน้าไปมองรถม้าด้านหลัง ในใจลอบกล่าว ‘เหตุใดอันชิงชิงจึงยังไม่ลงมาอีก’
ส่วนอันชิงชิงที่อยู่บนรถม้าในตอนนี้กำลังพึมพำอยู่ “เหตุใดซ่างกวนจิ่งหงจึงยังไม่มารับข้าลงจากรถม้าอีก ไหนบอกว่าต้องเล่นละคร เช่นนั้นก็ควรเล่นละครให้ครบสิ! มีหญิงสาวจากตระกูลร่ำรวยที่ไหนที่ลงจากรถม้าเองบ้างฮะ!”
สุดท้าย ก็เป็นซ่างกวนจิ่งหงที่ยอมแพ้
เขาเดินหน้าไปเปิดผ้าม่านรถ “เหตุใดเจ้า…” ยังไม่ลงมาอีก
ในเวลาเดียวกัน อันชิงชิงเองก็เอ่ยออกมา “เหตุใดเจ้า…” เพิ่งจะมา
ดวงตาทั้งสี่ของทั้งสองจ้องมองกัน ราวกับมีบรรยากาศแปลก ๆ กำลังไหลเวียนอยู่ในอากาศ ทั้งคู่หยุดชะงัก
แต่เป็นซ่างกวนจิ่งหงที่ตอบสนองขึ้นมาก่อน ชายหนุ่มกระแอมเบา ๆ สองครั้งเพื่อคลายความกระอักกระอ่วน จากนั้นยื่นมือออกไปหาอันชิงชิง “ลงมาเถิด”
“ได้สิ” อันชิงชิงตอบกลับด้วยเสียงอ่อนหวานอย่างหาได้ยาก
จากนั้นนำมือของตนวางไว้บนฝ่ามือกว้างของเขา
ซ่างกวนจิ่งหงพาอันชิงชิงลงจากรถม้า
เหล่าหญิงสาวเห็นเช่นนั้น ก็เข้าใจสถานการณ์ในทันที ไม่แปลกเลยที่ไม่ว่าพวกนางจะยั่วยวนเพียงใด คุณชายผู้นั้นยังอยู่เฉย ที่แท้ก็มีหญิงงามมาด้วยนี่เอง
ดังนั้น คนที่บริการเก่งอย่างพวกนางก็เปลี่ยนกลยุทธ์การดูแลแขกทันที
พวกนางใส่ผ้าคลุมไหล่ในทันใด เดินหน้าไปต้อนรับพร้อมรอยยิ้มสุภาพ “ลูกค้าทั้งสองท่าน ภัตตาคารอี่หงของเรามีทั้งสุราดี ๆ และอาหารดี ๆ ให้เลือกสรร เชิญด้านในก่อนเจ้าค่ะ”
ทั้งสองคนนั่งลงที่โต๊ะ อันชิงชิงมองไปรอบ ๆ อย่างประหม่า นางเห็นเพียงว่าทั่วทั้งห้องโถงมีลูกค้าที่มากินอาหารนั่งอยู่ บรรยากาศครึกครื้นเช่นนี้ทำให้นางประหลาดใจจริง ๆ
“สวรรค์! ที่นี่คึกคักมากเลย!” พูดจบ นางมองซ่างกวนจิ่งหงอีกครั้ง และเอ่ยถามเบา ๆ “จริงสิ พี่ชิงหลันบอกว่าให้พวกเราหาวิธีเบี่ยงเบนความสนใจของแม่นางหงผู้นั้น แล้วแม่นางหงอยู่ที่ใดเล่า พวกเราควรทำอย่างไรดี”
นางโตมาได้ถึงขนาดนี้ เพราะที่ผ่านมาล้วนใช้กำลังไม่ได้ใช้สมอง เมื่อมีเรื่องให้นางต้องใช้สมอง มันจึงทำให้นางลำบากใจมากเกินไปจริง ๆ
ซ่างกวนจิ่งหงส่งสายตาบอกให้นางสบายใจ “ขอเพียงเจ้าไม่พูดอันใดเป็นใช้ได้ ให้ข้าจัดการเอง”
อันชิงชิงฟังถึงตรงนี้ก็ถอนหายใจโล่งอก
มีคู่หูที่ขยันเช่นนี้ ช่างเป็นโชคดีของนาง
ในตอนนั้นเอง มีบริกรคนหนึ่งนำรายการอาหารมาทักทายอย่างเร่งรีบ “ลูกค้าทั้งสองท่าน นี่คือใบรายการอาหารของภัตตาคารอี่หงของเราขอรับ ดูว่าต้องการสิ่งใดได้เลยนะขอรับ”
ซ่างกวนจิ่งหงรับใบรายการอาหารมา เริ่มเปิดดูด้วยท่าทางสง่างาม ความเย่อหยิ่งในความสูงส่งนั้นก็แผ่ออกมา
เขามองดูไปพลาง พูดไปพลาง “อาหารแนะนำของพวกเจ้าที่นี่มีอันใดบ้างหรือ ไม่แนะนำให้ข้าเสียหน่อยเล่า”
บริกรหัวเราะฮิ ๆ “ต้องบอกคุณชายตามตรง อาหารของพวกเราที่นี่ล้วนเป็นอาหารแนะนำ และอร่อยเป็นพิเศษ ทุกคนล้วนบอกว่ากินแล้วก็อยากกินอีก มาแล้วก็อยากมาอีกขอรับ”
“เฮอะ ช่างพูดเสียจริง” ซ่างกวนจิ่งหงปิดรายการอาหารดัง ‘ปัง’ “รายการอาหารของพวกเจ้าก็ไม่ได้มีอันใดพิเศษ แทบจะไม่ต่างจากภัตตาคารอวิ๋นหลายที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเลย”
อันชิงชิงมองเห็นโอกาสดี จึงกล่าวตามน้ำ “เช่นนั้นหรือ พวกเรามาเมืองหลวงเป็นครั้งแรก เดิมทีอยากจะลองหลาย ๆ อย่างที่แตกต่างออกไป ถ้าหากเป็นเช่นนี้ เช่นนั้นพวกเราไปภัตตาคารอวิ๋นหลายฝั่งตรงข้ามดีกว่ากระมัง อย่างน้อย ที่นั่นพวกเราก็จะได้นั่งในห้องส่วนตัว”
“ได้ เอาตามที่เจ้าว่า” ซ่างกวนจิ่งหงทำตามสถานการณ์
จากนั้นเขาก็เงยหน้ามองบริกรที่ใบหน้าเต็มไปด้วยความกังวล “ขอคืนรายการอาหารให้เจ้า พวกเราไม่กินข้าวที่นี่แล้ว”
ว่าจบ ทั้งสองคนก็ลุกขึ้นจะจากไป
บริกรผู้นั้นกระวนกระวายขึ้นมาทันที “นี่ ท่านลูกค้า ท่านลูกค้า พวกท่านอย่าไปเลยขอรับ ที่นี่นั้น…”
อันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงจงใจเดินให้ช้า ราวกับว่ารอให้คนสำคัญปรากฏตัว
ในตอนนี้เอง ร่างสีดำก็โผล่มาตรงหน้าพวกเขา
ใบหน้าของเหล่าเฮยเปื้อนยิ้ม ขวางทางเดินของทั้งสองคนไว้ แล้วพยักหน้าด้วยสีหน้าสำรวม “เชิญท่านทั้งสองอยู่ต่อเถิด”
ซ่างกวนจิ่งหงหรี่ตาเล็กน้อย “ท่านนี้คือ…”
บริกรที่อยู่ข้าง ๆ รีบกล่าวต่อ “เป็นรองเจ้าของร้านของภัตตาคารอี่หงของพวกข้าขอรับ”
เหล่าเฮยพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “เมื่อครู่ข้าได้ยินทั้งสองท่านบอกว่ามาเมืองหลวงครั้งแรก อยากลองอันใดใหม่ ๆ เช่นนั้นภัตตาคารอี่หงของพวกเราก็เหมาะกับพวกท่านมากขอรับ ในเมื่อมากันแล้ว เหตุใดไม่กินอันใดเสียก่อนแล้วค่อยไปเล่าขอรับ”
อันชิงชิงจงใจเผยสีหน้าลำบากใจ นางขมวดคิ้ว กล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล “ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่อยากกิน เพียงแต่ร้านนี้ของพวกท่านคนเยอะและเสียงดังเกินไป พวกข้าอยากจะกินอาหารกันอย่างเงียบ ๆ ที่ดีที่สุดก็อยากให้เป็นแบบที่มีห้องส่วนตัวเช่นนั้น”
สิ้นเสียง นางมองไปทางชั้นสองอย่างจงใจ สัญญาณนี้ชัดเจนมากแล้ว
เหล่าเฮยคุ้นชินกับยุทธภพเป็นอย่างดี ย่อมฟังออกถึงความนัยแอบแฝงของพวกเขา
อีกทั้งที่สำคัญที่สุด เขาดูออกว่าทั้งสองคนตรงหน้านี้เป็นคนสูงส่งร่ำรวย โดยเฉพาะคุณชายตรงหน้า ทุก ๆ การกระทำล้วนดูสง่างาม ทั้งยังมีวรยุทธ์สูงส่ง หากแม่นางหงเห็นเข้าจะต้องหิวกระหายเป็นแน่
หากดึงดูดพวกเขาทั้งสองคนมาฝั่งตนเองได้แล้วละก็ จะต้องเป็นผลดีอย่างมาก
แผนการในใจของเหล่าเฮยเรียกได้ว่าก้องกังวาน
คิดถึงตรงนี้ เขายิ้มออกมาบาง ๆ “ทั้งสองท่านอย่าได้ใจร้อนไปขอรับ ภัตตาคารอี่หงของเรานั้นเห็นแก่ลูกค้ามาก่อนเสมอ ในเมื่อพวกท่านทั้งสองต้องการห้องส่วนตัว เช่นนั้นให้ข้าช่วยจัดการให้ท่านทั้งสองเป็นอย่างไร แต่เกรงว่าราคานั้นจะ…”
ซ่างกวนจิ่งหงยิ้ม ในใจลอบคิด ‘ข้าก็รอให้เจ้างับเหยื่ออยู่เลย’
เขาคลี่พัดแล้วโบกอย่างสง่างาม “เรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา”
“ได้ยินคำพูดนี้ของคุณชาย ข้าก็วางใจแล้วขอรับ” เหล่าเฮยยิ้มอย่างพอใจ “เชิญทั้งสองท่านตามข้ามาขอรับ”
สุดท้าย เขาก็นำทางอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงเดินขึ้นไปบนชั้นสอง