ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 470 ตื่นเต้น
บทที่ 470 ตื่นเต้น
ในที่สุดพวกเขาก็บรรลุวัตถุประสงค์ ในใจของอันชิงชิงนั้นตื่นเต้นอย่างมาก
นางกะพริบตาให้ซ่างกวนจิ่งหงอย่างเริงร่า ท่าทางยินดีนั้นราวกับแมวน้อยตัวหนึ่ง น่าเอ็นดูไม่น้อย
ซ่างกวนจิ่งหงเป็นคนควบคุมตนเองได้ดีมาโดยตลอด แต่เมื่อเห็นท่าทางเช่นนี้ของนางกลับอดกลั้นไว้ไม่อยู่ เขาอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากอย่างอ่อนโยน
ในตอนนั้นเอง ประตูห้องส่วนตัวห้องหนึ่งที่ชั้นสองก็เปิดออก
ซ่างกวนจิ่งหงจึงได้สติขึ้นมาทันที เขามองไปอย่างสงบนิ่ง เห็นร่างสีแดงดูสวยงามอ่อนช้อยมีเสน่ห์เหลือล้นเดินออกมา
หญิงผู้นั้นทั้งอ่อนหวานยั่วยวน ดวงตาเต็มไปด้วยเสน่ห์ ทุก ๆ ย่างก้าวล้วนลึกลับดึงดูดสายตา จนใครหลายคนถูกนางดึงดูดจนถลำลึก
ในใจของซ่างกวนจิ่งหงเต้นดัง ‘ตุบ!’ ในใจลอบกล่าว ‘ดูท่า หญิงตรงหน้าผู้นี้ก็คือแม่นางหงสินะ’
อันชิงชิงเองก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติของชายหนุ่ม และเห็นสายตาของซ่างกวนจิ่งหงที่จับจ้องไปยังแม่นางหง นางอดไม่ได้ที่จะเม้มปาก ในใจไม่สบอารมณ์อย่างมาก
ขณะเดียวกันก็กล่าวเหน็บแนมในใจ ‘เฮ้อ ผู้ชายหนอ ใจอ่อนกับหญิงงามเหมือนกันหมด!’
พวกซ่างกวนจิ่งหงกำลังเดินขึ้นบันได ส่วนแม่นางหงกำลังเดินลงบันได
พวกเขาพบกันที่กลางบันได เหล่าเฮยมองนางแล้วหยุดเดิน “แม่นางหง”
แม่นางหงยิ้มอย่างเย้ายวน กวาดตามองอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงอย่างรวดเร็ว “ลูกค้าทั้งสองท่านนี้คือ…”
เหล่าเฮยส่งสายตาให้นาง “ลูกค้าทั้งสองท่านนี้ต้องการเพลิดเพลินกับห้องส่วนตัวที่ชั้นสอง ข้าจึงพาพวกเขาขึ้นมาขอรับ”
แม่นางหงเข้าใจในทันที พยักหน้าแล้วยิ้ม “ดี เช่นนั้นเจ้าก็ดูแลพวกเขาให้ดีเถิด โดยเฉพาะคุณชายท่านนี้…”
กล่าวจบ นางก็เดินไปที่ข้างกายซ่างกวนจิ่งหงอย่างเชื่องช้า โดยไม่ทันรู้ตัว สายตานั้นแทบอยากจะเกาะติดกับตัวเขา
ซ่างกวนจิ่งหงถูกนางมองด้วยสายตากลืนกินก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาขมวดคิ้วตามสัญชาตญาณ จับมืออันชิงชิงเอาไว้
เหตุใดเขาจึงมีความรู้สึกว่าตนเองเหมือนเป็นเหยื่อในสายตาแม่นางหงอย่างไรอย่างนั้น
แม่นางหงดูออกถึงความคิดที่อยากจะหลีกเลี่ยงของเขา ก็ไม่ได้โกรธอันใด แต่กลับส่งสายตาให้เหล่าเฮย “ดูแลทั้งสองท่านให้ดี ข้าลงไปก่อนละ”
ในตอนที่นางจะจากไปนั้นเอง อยู่ ๆ ที่จุดเลี้ยวของบันไดก็มีเสียงประหลาดใจและหยาบกระด้างดังขึ้น “เอ๋ นั่นไม่ใช่เสี่ยวชิงชิงจากกลุ่มอินทรีย์ดำหรอกหรือ”
อันชิงชิงผงะไป เมื่อหันไปมอง ที่แท้คนที่เรียกนางก็คือคุณชายของตระกูลค้าอาวุธอย่างตระกูลหลี่
คุณชายตระกูลหลี่ผู้นั้นอยู่ในอันดับหกของตระกูล ทุกคนล้วนเรียกเขาว่าหลี่เหล่าลิ่ว
อาวุธของกลุ่มอินทรีย์ดำทั้งหมดล้วนมาจากตระกูลหลี่ ดังนั้นอันต้าเต๋อและหลี่เหล่าลิ่วจึงมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิด และเขาย่อมรู้จักอันชิงชิงไปด้วย
เมื่อได้ยินคำว่า ‘กลุ่มอินทรีย์ดำ’ อันชิงชิงรู้ว่าตัวตนของตนเองถูกเปิดเผยแล้ว นางหลบไปที่ด้านหลังของซ่างกวนจิ่งหงโดยไม่รู้ตัว พยายามหลีกเลี่ยงคนผู้นั้น
พวกเขาวางแผนมามากมาย แต่ไม่ได้คิดถึงความเป็นไปได้ที่จะพบคนคุ้นเคยที่นี่เลย
เมืองหลวงใหญ่เพียงนี้ เหตุใดจึงมีเรื่องบังเอิญเช่นนี้เกิดขึ้นได้อีก
แม่นางหงที่อยู่ข้าง ๆ หรี่ดวงตาคู่สวย จ้องมองอันชิงชิงเขม็ง เมื่อเห็นท่าทางตื่นกลัวของนาง อดไม่ได้ที่จะสงสัยอยู่ในใจ ริมฝีปากบางเอ่ยถาม “ท่านเป็นคนของกลุ่มอินทรีย์ดำหรือ”
แม่นางหงพอรู้จักกลุ่มอินทรีย์ดำอยู่บ้าง หากนางเป็นคนของกลุ่มอินทรีย์ดำ เช่นนั้นเหตุใดนางต้องแต่งตัวเหมือนหญิงสาวชั้นสูงเช่นนี้ และเหตุใดถึงจงใจปกปิดตัวตนของตนเอง เหมือนว่าจงใจจะเข้าหาพวกนางอย่างไรอย่างนั้น
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกว่าผิดปกติ แววตาที่นางใช้มองอันชิงชิงเย็นชาลงมาก
“เอ่อ… คือว่า… ความจริงข้า….” อันชิงชิงดึงเสื้อด้านหลังของซ่างกวนจิ่งหงอย่างประหม่า
ซ่างกวนจิ่งหงเองก็รู้สึกได้ว่านางประหม่า เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย มองดูหลี่เหล่าลิ่วที่กำลังเดินขึ้นบันไดมุ่งหน้ามาหาพวกเขา ขวางอยู่ตรงหน้า “ท่านจำคนผิดแล้ว”
หลี่เหล่าลิ่วผู้นั้นจ้องมองซ่างกวนจิ่งหงอย่างไม่พอใจ กล่าว “เจ้าถอยไป! ข้าเห็นเสี่ยวชิงชิงมาตั้งแต่เด็กจนโต จะจำผิดได้อย่างไร”
พูดจบ เขาก็ชะโงกหน้าไปมองด้านหลังของซ่างกวนจิ่งหง มองอันชิงชิงแล้วเผยรอยยิ้มออกมา กล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “บอกแล้วว่าข้าไม่ได้มองผิด เสี่ยวชิงชิง เป็นเจ้าจริง ๆ ด้วย แต่เหตุใดเจ้าจึงแต่งกายเช่นนี้เล่า หากไม่ใช่ว่าข้าสนิทสนมกับเจ้า ก็คงคิดว่าเจ้าเป็นคุณหนูจากตระกูลสูงส่งไปแล้ว!”
หลี่เหล่าลิ่วพูดทุกอย่างออกมาพลางยกยิ้ม
“แหะ ๆ ๆ…” อันชิงชิงยิ้มกระอักกระอ่วน
ในใจลอบกล่าว ‘เจ้าเหล่าลิ่วผู้นี้ หุบปากหน่อยไม่ได้หรือ!’
แต่ความจริงกลับสวนทางกัน คำพูดจากปากของหลี่เหล่าลิ่วยิ่งทำให้นางต้องพังทลายลงกว่าเดิม
หลี่เหล่าลิ่วขมวดคิ้ว “นี่ ไม่กี่วันก่อนข้าเพิ่งกลับมาจากกลุ่มอินทรีย์ดำ ได้ยินพ่อเจ้าบอกว่าเจ้าตามไอ้เด็กบ้าซ่งชิงเป่ยมาถึงเมืองหลวง ข้ายังคิดว่าพ่อเจ้าพูดเล่นอยู่เลย คิดไม่ถึงว่าจะเป็นเรื่องจริง เจ้าเด็กคนนี้ชอบเจ้าเด็กเวรซ่งชิงเป่ยนั่นมากจริง ๆ สินะ เช่นนั้น เจ้าเองก็พิจารณาตระกูลหลี่ของพวกข้าบ้างดีหรือไม่ ข้ามีหลานที่หน้าตาไม่เลวอยู่นะ”
อันชิงชิงอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา
จบกัน จบกัน ทุกอย่างจบสิ้นแล้ว นางทำพังหมดแล้ว
นางหันหน้าไปเล็กน้อยลอบมองแม่นางหงที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเพียงสีหน้าที่เย็นเยียบ
แม่นางหงได้ยินใจความสำคัญของเรื่องแล้ว นางหรี่ตาเล็กน้อย กล่าว “ที่แท้ พวกเจ้าก็รู้จักซ่งชิงเป่ย ว่ามาเถิด ผู้ใดส่งพวกเจ้ามากันแน่”
อันชิงชิงปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรมทันใด กล่าวอย่างทนไม่ไหว “ผู้ใดส่งพวกข้ามากัน ข้าไม่รู้ว่าเจ้าพูดเรื่องอันใดอยู่ พวกข้าก็เพียงอยากมากินอาหาร ไม่ได้หรือ หากเป็นเช่นนั้นพวกข้าไปก็ได้”
สมองเล็ก ๆ ของนางคิดอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าสถานการณ์ผิดปกติไป ก็ต้องหาทางหลบหลีกเสียดีกว่า
นางแตะมือของซ่างกวนจิ่งหงเบา ๆ “ไปกันเถิด ซ่างกวนจิ่งหง”
แม่นางหงเห็นว่าพวกเขาจะไปแล้ว ก็ยืดขายาวออกมา ขาขาวบริสุทธิ์เผยออกมาจากกระโปรงสีแดง พาดอยู่ตรงราวบันได ขวางทางเดินของพวกเขาทั้งสอง
อันชิงชิงตกใจกับภาพนั้น นางหันหน้าไปมองแม่นางหง “ท่านทำเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร”
แม่นางหงยิ้มโปรยเสน่ห์ กล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน “แม่นางอัน เจ้าคิดว่าภัตตาคารอี่หงของข้าเป็นอันใดกัน คิดอยากจะมาก็มา คิดอยากจะไปก็ไป”
ซ่างกวนจิ่งหงส่งสายตาเย็นชา “ข้าจะไปแล้ว พวกเจ้าเองก็ห้ามไม่ได้!”
กล่าวจบ เขาก็โอบเอวของอันชิงชิงเอาไว้ และเหาะไปที่ชั้นล่าง
แม่นางหงเห็นเช่นนั้นก็ยิ้มเย็น จากนั้นผิวปากออกมาอย่างสบาย ๆ ทันใดนั้นทั่วทั้งภัตตาคารอี่หงก็มีชายชุดดำเหาะออกมา
หลี่เหล่าลิ่วเห็นภาพสถานการณ์เช่นนี้ถึงกับตะลึงไป อดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “นี่… นี่มันเรื่องอันใดกัน”