ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 471 สู้กัน
บทที่ 471 สู้กัน
อันชิงชิงรู้สึกตัวเบาหวิว เมื่อหันหน้าไปมองก็พบเข้ากับสันกรามคมชัดของซ่างกวนจิ่งหง
ใจของนางเต้นระรัว นี่เป็นครั้งแรกที่นางอยู่ใกล้ซ่างกวนจิ่งหงมากเพียงนี้ ที่แท้ เขาก็รูปงามเพียงนี้เลยหรือ
ไม่รอให้นางได้ชื่นชมเสร็จ เท้าของนางก็สัมผัสพื้น พวกเขาเหาะลงมาถึงชั้นล่างแล้ว
ในตอนนี้ ชายชุดดำเหล่านั้นก็ล้อมพวกเขาทั้งคู่ไว้
อันชิงชิงกะพริบตา พึมพำเบา ๆ “นี่มันเกิดอันใดขึ้น”
ซ่างกวนจิ่งหงกวาดตามองชายชุดดำรอบ ๆ พิจารณาความแข็งแกร่งของพวกเขา โชคดีที่คนเหล่านี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา
เขายิ้มเย็น และกล่าวกับอันชิงชิง “หากเจ้ากลัว ก็หลบอยู่ด้านหลังข้าเป็นพอ คนพวกนี้ให้ข้ารับมือเอง”
“อันใดนะ นี่ท่านดูถูกข้า อันชิงชิงผู้นี้อย่างนั้นหรือ จะมากเกินไปแล้ว” อันชิงชิงโมโหขึ้นมา “เรื่องอย่างการต่อสู้ ข้าจะไม่เข้าร่วมได้อย่างไร!”
“ได้ เช่นนั้นก็รีบสู้ให้จบเสีย” ซ่างกวนจิ่งหงพยักหน้า
จากนั้น เหล่าชายชุดดำก็เข้ามาโจมตีพวกเขา ซ่างกวนจิ่งหงถือพัดไว้ในมือ และโจมตีกลับง่าย ๆ อย่างคล่องแคล่ว ไม่นานก็จัดการชายชุดดำเหล่านั้นล้มลงจนหมด
อันชิงชิงที่อยู่อีกด้านก็ไม่ธรรมดาเช่นกัน ชายชุดดำที่ล้อมนางเอาไว้เหล่านั้นล้มลงจนหมด
ทั้งสองคนสบตากัน จากนั้นก็ออกจากภัตตาคารอี่หงไป
ตอนนี้ภัตตาคารอี่หงเละเทะไปหมด ลูกค้าที่มากินอาหารเห็นภาพการต่อสู้ก็ล้วนพากันตกใจ ไปหลบตัวสั่นอยู่ตรงมุมด้านหนึ่ง
แม่นางหงที่ตอนนี้มองดูการต่อสู้ที่จบลงอยู่ตรงชั้นสอง ดวงตาเย้ายวนคู่นั้นไม่อาจเก็บซ่อนความตกใจและความตื่นเต้นเอาไว้ได้
นางยกยิ้มมุมปากหวานหยดย้อย “ชายหนุ่มผู้นี้ ช่างถูกใจข้าเกินไปแล้ว”
ยามเห็นการต่อสู้ที่ลื่นไหลของซ่างกวนจิ่งหง ราวกับว่านางถูกดึงดูดเอาไว้
เหล่าเฮยเดินหน้ามาก้าวหนึ่ง กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “ข้าคิดอยู่แล้วเชียวว่าท่านจะต้องชอบเขาเป็นแน่ จึงพาพวกเขาขึ้นไป จากนั้นก็จะได้เก็บใส่กระเป๋าเสีย เพียงแต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเป็นคนของซ่งชิงหลัน”
แม่นางหงหรี่ตา “เมื่อครู่เจ้าได้ยินแล้วนี่ อันชิงชิงผู้นั้นเรียกเขาว่าซ่างกวนจิ่งหง หากข้าเดาไม่ผิด เขาเป็นไปได้มากว่าจะเป็นคนจากตระกูลซ่างกวน”
“ท่านหมายถึง… ตระกูลซ่างกวนนั้นน่ะหรือ” เหล่าเฮยตกตะลึง “หากเป็นเช่นนั้นจริง ตระกูลซ่างกวนเป็นปรปักษ์กับเรา เช่นนั้นจะโชคร้ายเกินไปแล้วกระมัง”
“เฮอะ!”
แม่นางหงยิ้มเย็น “เหตุใดผู้ชายดี ๆ ล้วนไปช่วยซ่งชิงหลันกันหมด เหตุใดชีวิตนางจึงดีเพียงนั้น ยิ่งคิดยิ่งโมโหเสียจริง!”
พูดจบ นางก็ขยับร่างบางเดินลงบันไดอย่างช้า ๆ
เหล่าเฮยกระวนกระวายขึ้นมาทันที “แม่นางหง ท่านจะไปไหน”
ตอนนี้ภัตตาคารอี่หงยุ่งเหยิงไปหมด นางจากไปเช่นนี้แล้วความเละเทะนี้ผู้ใดต้องเก็บกวาดเล่า
หากแต่แม่นางหงไม่แม้แต่จะหันหน้ากลับมา นางหันหลังให้เขาแล้วโบกมือ “ข้าจะไปภัตตาคารอวิ๋นหลายฝั่งตรงข้ามเพื่อคิดบัญชีกับซ่งชิงหลัน ที่นี่ให้เจ้าจัดการแล้วกัน”
“นี่…”
เหล่าเฮยถอนหายใจอย่างแรง ทำได้เพียงกัดฟันทำไป เหล่าลูกค้าที่ขวัญเสียเมื่อครู่ก็พุ่งตรงเข้ามาราวกับฝูงผึ้ง รุมล้อมถามคำถามกับเขา
“ท่านรองเจ้าของร้าน เมื่อครู่เกิดอันใดขึ้นกัน เหตุใดอยู่ ๆ ถึงมีคนสู้กันเล่า”
“นั่นสิ ข้าตกใจหมด โชคดีที่ข้าหลบไปใต้โต๊ะทัน จึงได้ไม่บาดเจ็บอันใด”
“แต่ว่า อาหารเครื่องดื่มของพวกเราล้วนหกลงพื้นไปหมดแล้ว อารมณ์อยากจะดื่มก็ไม่มีแล้ว นี่จะทำอย่างไรเล่า”
“นั่นสิ! นั่นสิ! หากภัตตาคารอี่หงเป็นเช่นนี้ ต่อไปพวกเราก็คงไม่กล้ามาแล้ว!”
……
เมื่อเห็นทุกคนแตกตื่นเพียงนี้ เหล่าเฮยยังคงพูดอย่างราบเรียบ “ลูกค้าทุกท่านอย่าได้ร้อนใจไปขอรับ ใจเย็นก่อน ฟังข้าพูดก่อน…”
กล่าวออกไปเช่นนั้น ทุกคนก็ค่อย ๆ สงบลง
“เมื่อครู่เป็นเรื่องเหนือความคาดหมาย มีคนมาก่อเรื่อง แต่ข้าขอรับประกันตรงนี้เลย ต่อไปจะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก วันนี้ต้องทำให้ทุกท่านเสียอารมณ์ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดนี้ภัตตาคารอี่หงของพวกข้าจะรับผิดชอบเอง วันนี้ทุกท่านที่ยังอยู่ หากมากินอาหารที่ภัตตาคารอี่หงอีก พวกข้าจะมีส่วนลดให้ขอรับ”
“ดีเลย ๆ”
“ก็นั่นน่ะสิ ข้ายังชอบภัตตาคารอี่หงแห่งนี้อยู่นะ”
อีกด้านหนึ่ง
หลังจากซ่งชิงหลันมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย นางก็เดินขึ้นชั้นสอง และเอาแต่ให้ความสนใจความเคลื่อนไหวของฝั่งตรงข้าม
อู่เชียนเชียนเองก็มาแต่เช้า นางไม่มีทางพลาดความคึกคักเช่นนี้แน่
เพียงแต่เห็นอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงเข้าไปในภัตตาคารอี่หงได้ไม่นาน ด้านในก็มีเสียงต่อสู้ดังออกมา
อู่เชียนเชียนพลันหน้าตึงเครียด มองซ่งชิงหลันอย่างเป็นกังวล “พี่ชิงหลัน ข้างในต่อสู้กันแล้ว คงไม่ใช่ว่า… พวกชิงชิงเกิดเรื่องอันใดข้างในนั้นนะเจ้าคะ”
นางมีวรยุทธ์ ย่อมดูอันใด ๆ ออกมากกว่าซ่งชิงหลัน
“เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้” ซ่งชิงหลันเคร่งเครียด แต่ทำให้ตนเองสงบลงอย่างรวดเร็ว “ชิงชิงและคุณชายซ่างกวนล้วนมีวรยุทธ์ คงไม่เป็นอันใด…”
สิ้นเสียง พวกเขาก็เห็นอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงวิ่งออกมาจากภัตตาคารอี่หง
“นั่น! นั่นพวกเขา! พวกเขาออกมาแล้วเจ้าค่ะ!” อู่เชียนเชียนชี้ไปด้านล่างแล้วเอ่ยตะโกน
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว กล่าวเสียงต่ำ “พวกเราลงไปดูกันเถิด”
ทั้งสองคนลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่ลงมายังชั้นหนึ่ง นางเห็นอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหงกำลังนั่งดื่มชา ท่าทางเหนื่อยอ่อนอย่างมาก
อู่เชียนเชียนรีบเอ่ยถาม “เกิดอันใดขึ้น นี่พวกเจ้า…”
อันชิงชิงวางถ้วยชาลง เช็ดปาก และกล่าวอย่างโมโห “ตัวตนของข้าถูกแม่นางหงรู้เข้าแล้ว เมื่อครู่จึงได้ต่อสู้กัน”
“ต่อสู้กันแล้วหรือ” อู่เชียนเชียนดวงตาเป็นประกายทันที
หากรู้ว่าจะมีการต่อสู้แต่แรก นางคงไปร่วมสนุกด้วยแล้ว
หากแต่ซ่งชิงหลันมีสีหน้าเคร่งเครียด นางมองอันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหง “พวกเจ้าทั้งสองคน ขึ้นชั้นบนไปก่อนเถิด”
หลิวกุ้ยเสียเองก็ดูออกถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ จึงได้กล่าวกับพวกเขา “พวกเจ้าตามข้ามา”
พูดจบ นางก็พาพวกเขาขึ้นไปยังห้องส่วนตัวของซ่งชิงหลันที่ชั้นสอง
เมื่อทั้งสองคนเพิ่งจะเข้าห้องไป แม่นางหงก็มาถึง นางเหลือบตาขึ้นมองประตูห้องที่เพิ่งปิดลงเมื่อครู่โดยไม่รู้ตัว มุมปากยกยิ้มที่คาดเดายาก
ซ่งชิงหลันเห็นว่านางมาก็ไม่ได้ประหลาดใจ
ส่วนอู่เชียนเชียนที่นั่งไม่ติด เดินหน้าไปทันที และกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ “ท่านมาทำอันใดที่นี่”
“เชียนเชียน” ซ่งชิงหลันเรียกนางเอาไว้ จากนั้นยิ้มบาง และกล่าวอย่างไม่รีบร้อน “มีลูกค้ามา เสี่ยวโต้ว ไปนำชาที่ต้มเสร็จแล้วมาเสีย”
หวงเสี่ยวโต้วผงะไปครู่หนึ่งแล้วค่อยตอบสนอง “ขอรับ”
พูดจบก็เดินไปที่ครัว
“ไม่ต้องลำบากหรอก!” หากแต่แม่นางหงเอ่ยปากทันใด นางยิ้มเย็น ดวงตางดงามมีเสน่ห์จับใจคู่นั้นจ้องมองซ่งชิงหลันเขม็ง “เหตุใดข้าจึงมาในวันนี้ แม่นางซ่งย่อมรู้อยู่แก่ใจดี”