ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 472 จะเล่นลูกไม้อันใดกันแน่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 472 จะเล่นลูกไม้อันใดกันแน่
บทที่ 472 จะเล่นลูกไม้อันใดกันแน่
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว กล่าวตอบอย่างเรียบเฉย “แม่นางหงช่างล้อเล่นเก่งเสียจริง ข้าไม่ใช่พยาธิในท้องท่านนะเจ้าคะ ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเหตุใดท่านจึงมาที่นี่”
“ฮ่า ๆ ๆ…” อยู่ ๆ แม่นางหงก็หัวเราะออกมา
แม้นางจะยิ้ม แต่เสียงหัวเราะนั้นดูน่าขนลุกไม่น้อย แม้แต่หลิวกุ้ยเสียที่อยู่อีกด้านหนึ่งก็ยังอดไม่ได้ที่จะขนลุกไปทั้งตัว
นางมองซ่งชิงหลันอย่างเย็นชา “แม่นางซ่งช่างรับมือกับเรื่องต่าง ๆ ได้อย่างไม่วิตกเสียจริง ไม่แปลกที่หญิงสาวอ่อนแอคนหนึ่งสามารถดูแลสถานที่ใหญ่เพียงนี้ได้ ช่างแตกต่างจากคนธรรมดาจริง ๆ”
ซ่งชิงหลันยิ้มบาง “แม่นางหงชมเกินไปแล้วกระมัง”
“เอาเถิด พวกเราอย่าได้อ้อมค้อมกันเลย วันนี้มีคนสองคนมาก่อเรื่องที่ภัตตาคารอี่หง หากข้าคิดไม่ผิดคงเป็นคนของท่านกระมัง”
“ใช่” ซ่งชิงหลันไม่แม้แต่จะหยุดคิด กล่าวออกไปตามตรง
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น อู่เชียนเชียนที่อยู่ด้านข้างก็ตะลึงงันไป นางมองซ่งชิงหลันอย่างตื่นตกใจ
นางคิดว่าซ่งชิงหลันจะโกหกแล้วไล่อีกฝ่ายออกไปเสียอีก อย่างไรนางเองก็ไม่มีหลักฐาน พวกเขาเองไม่จำเป็นต้องยอมรับสักหน่อย
นี่ไม่ใช่การเอาจุดอ่อนไปมอบใส่มือแม่นางหงคนน่ารังเกียจผู้นั้นหรอกหรือ นี่พี่ชิงหลันคิดจะเล่นลูกไม้ใดกันแน่
คนที่รู้สึกตกใจและประหลาดใจเช่นเดียวกันนั้น ก็คือตัวแม่นางหงเอง
นางเลิกคิ้ว หรี่ตาเล็กมองซ่งชิงหลัน กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “แม่นางซ่งนี่ช่างตรงไปตรงมา”
นางที่เตรียมคำพูดมามากมาย แต่กลับไม่ได้ใช้เลย
นางหัวเราะขบขัน มองซ่งชิงหลันด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็นึกว่าแม่นางซ่งเป็นคนใจกว้าง คิดไม่ถึงว่าจะเล่นลูกไม้เช่นนี้ ทำให้ข้าได้เปิดโลกมากทีเดียว”
มีความเหน็บแนมอยู่ในคำพูดนี้ แม้แต่อู่เชียนเชียนยังฟังออก
จนอารมณ์โกรธของนางพลุ่งพล่านขึ้นมาในทันใด “ท่านต่างหากที่เป็นคนเล่นลูกไม้! ท่านมีสิทธิ์อันใดมาว่าพี่ชิงหลันเช่นนี้”
“เชียนเชียน!” ซ่งชิงหลันตะโกนยั้งนางเอาไว้
“พี่ชิงหลัน นาง… นางบังอาจเกินไปแล้ว…” อู่เชียนเชียนมองพี่สาวด้วยสีหน้าน่าสงสาร
ซ่งชิงหลันกลับส่ายหน้า “อย่าเพิ่งพูด”
อู่เชียนเชียนที่กำลังอ้าปากก็ปิดปากลงอย่างเชื่อฟัง และถอยไปอยู่อีกด้านแล้ว แต่ยังไม่ลืมที่จะถลึงตาใส่แม่นางหง
หญิงร้ายคนนี้ แค่มองก็น่ารังเกียจแล้ว
ซ่งชิงหลันมองแม่นางหงโดยไม่เปลี่ยนสีหน้า “ข้าเป็นคนเช่นไรน่ะหรือ ไม่จำเป็นต้องให้ท่านมาตัดสินหรอก ส่วนความใจกว้างของข้า ก็เอามาใช้กับคนใจกว้างเท่านั้น เช่นนั้นท่านยืนยันได้หรือไม่ ว่าตอนที่ข้าไปภัตตาคารอี่หงท่านก็ใจกว้างกับข้าจริง ๆ หากใจท่านคิดร้าย เหตุใดต้องหวาดกลัวเพื่อนข้าเช่นนั้นด้วย หรือว่าท่านทำการค้าขายที่ไม่ควรให้ผู้ใดรู้อยู่อย่างนั้นหรือ”
กล่าวจบ นางก็มองแม่นางหงอย่างมีนัย
ในดวงตาของแม่นางหงฉายแววประหลาดใจออกมาโดยพลัน
ซ่งชิงหลันผู้นี้ ฉลาดเหลือเป็นกรด พูดจาเก่งมีเหตุมีผล ตนนั้นประเมินนางต่ำไป
“เจ้ามาทำเป็นพูดจาเล่นลิ้นกับข้าตรงนี้ก็ไม่มีความหมายหรอก” แม่นางหงมองนางอย่างเยือกเย็น “เจ้ามีวิธีทำการค้าขายของเจ้า ข้าเองก็มีวิธีทำการค้าขายของข้า พวกเราเดินกันคนละทาง วันนี้ที่ข้ามาก็เพื่ออยากจะเตือนเจ้า จะทำอันใดต้องรู้ขอบเขตเสียบ้าง หากล้ำเส้นเข้ามา เช่นนั้นผลที่ตามมาอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะรับมือไหว ข้า แม่นางหง ไม่ใช่คนที่จะมาแหย่ได้ง่าย ๆ หรอกนะ”
อยู่ ๆ แววตาของนางก็เย็นชา ทันใดนั้น นางยกมือขึ้น หมายจะเหวี่ยงเข้าใส่ใบหน้าของซ่งชิงหลัน
อู่เชียนเชียนที่อยู่ใกล้ซ่งชิงหลันที่สุดดูความเคลื่อนไหวของนางออก ในใจพลันตึงเครียด นางขมวดคิ้วแน่นคิดจะยื่นมือออกไปห้ามนางไว้
หากแต่ในตอนนั้นเอง ฝาถ้วยน้ำชาอันหนึ่งก็ลอยมาชนมือของแม่นางหงอย่างพอดิบพอดี และแตกออก จนเศษชิ้นเล็กชิ้นน้อยนั้นบาดมือของนางเข้า เลือดไหลออกมา
พลังเช่นนี้ทำให้อู่เชียนเชียนทั้งตกใจและดีใจ อย่างไรเสีย เพียงเห็นพลังนี้นางก็รู้ได้ ว่าที่พึ่งของพวกนางมาแล้ว
แม่นางหงเจ็บเสียจนชักมือกลับโดยไม่รู้ตัว มองเลือดที่ไหลออกมาจากมือ ก็ขมวดคิ้วอดกลั้นความเจ็บ หันหน้าไปมองร่างสีฟ้าสูงใหญ่ร่างหนึ่งยืนอยู่ตรงประตูภัตตาคารอวิ๋นหลาย ไป๋เย่หาน…
ใบหน้าหล่อเหลาของเขาที่คนและเทพต่างเกลียดชังช่างเย็นชา ชายหนุ่มค่อย ๆ เดิน มาสู่แสงสว่าง ทั่วทั้งร่างแผ่ขยายรัศมีเย็นเยือก ราวกับอสูรที่มาจากนรก เพียงเสียงลมพัดผ่านก็ทำให้ผู้คนตกใจเสียจนสูญเสียความกล้า
เมื่อเห็นเขาเช่นนี้ ไม่ว่าผู้ใดก็อดไม่ได้ที่จะสั่นเทิ้ม
หากแต่แม่นางหงกลับไม่มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อย แต่ดวงตาที่มองเขากลับฉายแววชื่นชม เลื่อมใส และลุ่มหลงยากจะปกปิด
ไป๋เย่หานเดินมาข้างกายซ่งชิงหลัน ปกป้องนางไว้ในอ้อมอกด้วยสีหน้ากังวล เอ่ยถามเสียงอ่อนโยน “เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
“ไม่เป็นไร” ซ่งชิงหลันส่ายหน้า จากนั้นมองมืออาบเลือดของแม่นางหง ก็ขมวดคิ้วมุ่น “ให้ข้าช่วย…”
“ไม่จำเป็น” ไม่รอให้นางกล่าวจบ แม่นางหงขัดจังหวะนางเสียงแข็ง
พูดจบ นางก็ซ่อนมือที่บาดเจ็บไว้ด้านหลังอย่างดื้อดึง เหลือบสายตาขึ้นมา แววตายังคงจ้องมองที่ไป๋เย่หานอย่างอ้อยอิ่ง ยิ้มออกมาบาง ๆ แล้วกล่าวหยอก “ในที่สุดครั้งนี้ข้าน้อยก็เข้าใจแล้ว ว่าเหตุใดแม่นางซ่งจึงสามารถสร้างอาณาจักรในเมืองหลวงแห่งนี้ได้อย่างง่ายดาย ที่แท้ก็เพราะมีหานอ๋องผู้ยิ่งใหญ่คอยหนุนหลังปกป้องอยู่ ดูท่าแล้ว ข้าเองก็ต้องหาคนหนุนหลังสักคนสินะ”
“ท่านพูดเรื่องไร้สาระอันใดกัน” อู่เชียนเชียนอดไม่ได้เถียงนางไปประโยคหนึ่ง “กิจการของพี่ชิงหลัน ล้วนเป็นนางที่พยายามสร้างขึ้นมาทีละก้าวด้วยตัวเอง ตอนนั้นยังไม่มีท่านอ๋องเลยด้วยซ้ำ! ตนฝีมือสู้เขาไม่ได้ ยังจะมาสร้างเรื่องอยู่ตรงนี้อีกหรือ”
ซ่งชิงหลันเองก็มองนางอย่างเยือกเย็น “ทุกสิ่งที่ข้าทำ ไม่มีสิ่งใดให้ละอาย และไม่จำเป็นต้องอธิบายกับผู้ใดทั้งนั้น”
แม่นางหงหรี่ตาเล็กน้อย “ความจริง ข้าชื่นชมแม่นางซ่งมาก เดิมทียังเข้าใจว่าพวกเราจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้ แต่เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว พวกเราคงต้องเดินคนละทางกัน ไม่อาจร่วมทางได้ ทำได้เพียงเป็นศัตรูกระมัง”
แม้จะเป็นผู้หญิงเหมือน ๆ กัน แม่นางหงเองก็ชื่นชมซ่งชิงหลันที่มีบุคลิกแตกต่างเป็นอย่างมาก แต่ไม่อาจทำอันใดได้ เพราะตั้งแต่เริ่ม พวกนางก็ถูกลิขิตให้ยืนอยู่คนละฝั่งกันแล้ว
ไม่อย่างนั้น บางทีพวกนางอาจจะกลายเป็นเพื่อนที่เข้าใจกันก็เป็นได้
ซ่งชิงหลันเผยรอยยิ้มออกมา “ข้าเป็นแม่ค้าเร่มาหลายปี ได้ค้าขายกับคนในตลาดมานับไม่ถ้วน ในการค้าขายแลกเปลี่ยนจะให้ความสำคัญกับความเท่าเทียมที่สุด หากมีคนเล่นสกปรกละเมิดกฎการค้าขาย ข้าเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงแต่ข้า แต่ไม่ช้าก็เร็ว คนอื่นก็จะต้องไม่ผูกมิตรกับท่านแน่”
“เรื่องนี้ไม่ต้องรบกวนให้แม่นางซ่งมาใส่ใจหรอก” แม่นางหงมองนางแวบหนึ่ง “เอาเถิด เช่นนั้นตั้งแต่นี้ไป พวกเราก็มาสู้กันอย่างยุติธรรม ข้าอยากจะรู้นักว่าเจ้าจะเรียกลูกค้ากลับมาได้อย่างไร”
“ท่านก็คอยดูเถิด”
จากนั้น แม่นางหงก็บิดสะโพกเดินออกนอกประตูภัตตาคารอวิ๋นหลายเช่นเดียวกับขามา “หวังว่าแม่นางซ่งจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “วางใจเถิด ไม่มีทางเป็นแน่เจ้าค่ะ ลืมบอกท่านไป ว่าข้าก็ไม่ใช่คนที่จะมาแหย่ได้ง่าย ๆ เช่นกัน”