ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 477 มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากขอเจ้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 477 มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากขอเจ้า
บทที่ 477 มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากขอเจ้า
หลังจากแจกแจงหน้าที่ให้เหล่าคนงานของภัตตาคารอวิ๋นหลายเสร็จแล้ว ซ่งชิงหลันก็หันหน้าไปมองพวกอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้าง ๆ
อู่เชียนเชียนนั่งตัวตรงในทันที ดวงคาโตใสคู่นั้นมองซ่งชิงหลันคมกริบ สายตานั้นราวกับกำลังพูดว่า ‘ในที่สุดก็ถึงคราวพวกข้าแล้ว! รีบๆ พูดมาเถิด’
ซ่งชิงหลันมองท่าทางใจร้อนของนางก็ยิ้มบาง ๆ จากนั้นเปลี่ยนไปมองฉูซื่อโม่วที่อยู่ข้างกายนาง “ซื่อโม่ว มีเรื่องหนึ่งที่ข้าอยากขอเจ้า”
ฉูซื่อโม่วพยักหน้าอย่างเข้าใจชัดแจ้ง “ให้วาดแผ่นป้ายโฆษณาอีกแล้วหรือขอรับ”
ครั้งก่อนตอนที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายขายบ๊ะจ่าง ซ่งชิงหลันก็ไปขอให้เขาช่วยแล้วครั้งหนึ่ง เรียกได้ว่าขับขี่รถเล็กแล้วรู้ทางดี
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วพยักหน้า “ถูกต้อง เรื่องนี้นี่แหละ เพียงแต่ว่าแค่ขอให้ท่านจิตรกรชื่อดังคนหนึ่งอย่างเจ้ามาช่วย ดูเหมือนจะเอาคนใหญ่มาทำงานเล็กไปเสียหน่อย”
“ไม่หรอกขอรับ การวาดภาพไม่มีเล็กหรือใหญ่ อีกอย่าง ข้าคิดว่าการวาดป้ายโฆษณานี้สนุกมากด้วย”
หากไม่ใช่ว่าซ่งชิงหลันพูดถึงความคิดนี้กับเขา เขายังไม่รู้ว่าที่แท้การวาดรูปก็ใช้งานเช่นนี้ได้ด้วย ต้องบอกว่าความคิดของซ่งชิงหลันนั้นสร้างสรรค์เกินคนทั่วไปเสียจริง ทั้งยังดึงดูดผู้คนได้ดีเป็นพิเศษอีกด้วย
ยามนี้ ทั้งสองคนที่อยู่ ณ ที่นั้นล้วนฟังด้วยสีหน้างุนงง
อันชิงชิงหันหน้าไปมองซ่างกวนจิ่งหง และเอ่ยถาม “อันใดคือป้ายโฆษณาหรือ”
ซ่างกวนจิ่งหงขมวดคิ้ว “ข้าจะรู้ได้อย่างไร”
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ…” อันชิงชิงหัวเราะออกมาทันใด หยอกล้ออย่างไม่ปรานี “ข้านึกว่าซ่างกวนจะเก่งกาจ มากประสบการณ์และความรู้เสียอีก ที่แท้ท่านก็เหมือนกับข้าที่ไม่รู้อันใดเลย”
ซ่างกวนจิ่งหงเผยสีหน้ากระอักกระอ่วน “โลกช่างกว้างใหญ่ เต็มไปด้วยสิ่งอัศจรรย์ พวกเราเป็นเพียงน้ำหยดหนึ่งในทะเลสาบ จะรู้ไปทุกเรื่องได้อย่างไร ที่เจ้าพูดช่างไม่สมเหตุสมผลเลย”
“นี่ ๆ ๆ ยามที่อ้างหลักการยิ่งใหญ่ ท่านก็รู้ดีเหลือเกินนี่”
“เจ้า…”
เมื่ออู่เชียนเชียนเห็นศัตรูทั้งสองคนกำลังจะทะเลาะกันอีกแล้ว จึงรีบกล่าวอธิบาย “ความจริงแล้วป้ายโฆษณานี้ก็คือภาพวาดแบบหนึ่ง เอาไว้เพื่อสร้างบรรยากาศให้เทศกาลหนึ่ง จากนั้นเขียนสิ่งของที่จะขาย พอทุกคนเห็นแล้วจะมองเข้าใจในปราดเดียว แล้วมาซื้อของสิ่งนั้นที่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย น่าจะมีความหมายประมาณนี้ จริงสิ…”
ขณะพูด นางเงยหน้ามองซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน ชื่อของประเภทขนมไหว้พระจันทร์เล่าเจ้าคะ”
“อยู่ตรงนี้ ข้าเตรียมไว้หมดแล้ว” ซ่งชิงหลันนำกระดาษแผ่นหนึ่งส่งให้ฉูซื่อโม่ว
เมื่อฉูซื่อโม่วมองดูแล้ว เขาอดไม่ได้ที่จะตกใจอย่างมาก “เยอะเพียงนี้เลย…”
“ไหน ข้าขอดูด้วย…” อู่เชียนเชียนยื่นหัวเข้ามาอย่างอยากรู้อยากเห็น มองตัวหนังสือที่ซ่งชิงหลันเขียน แล้วก็กล่าวออกมา “ขนมไหว้พระจันทร์โหงวยิ้ง[1]* หมูแดง ขนมไหว้พระจันทร์ไข่แดงเมล็ดบัว ขนมไหว้พระจันทร์ถั่วแดง ขนมไหว้พระจันทร์ฟักเขียว ขนมไหว้พระจันทร์สับปะรด ขนมไหว้พระจันทร์มะพร้าว ขนมไหว้พระจันทร์ไส้ทะลัก ขนมไหว้พระจันทร์เผือกบดไข่แดงเค็ม ขนมไหว้พระจันทร์ขาหมูรมควันยูนนาน ขนมไหว้พระจันทร์งาดำ ขนมไหว้พระจันทร์บัวหิมะ…”
ดูเพียงแวบเดียวก็เห็นขนมไหว้พระจันทร์มากมายหลายสิบชนิด ไม่แปลกเลยที่ครั้งนี้ซ่งชิงหลันบอกว่าจะขายขนมไหว้พระจันทร์โดยเฉพาะ
นอกจากฟางโย่วลี่กับฟางจื่ออี้ที่ดูสูตรแล้วจึงไม่รู้สึกประหลาดใจ ทว่าทุกคนที่อยู่ ณ ที่นี้ก็ล้วนตะลึงงันไป
“สวรรค์ ข้าเติบโตถึงเพียงนี้ ยังไม่เคยรู้เลยว่าขนมไหว้พระจันทร์จะมีรูปแบบหลากหลายเพียงนี้”
“นั่นสิ มีตั้งมากมายที่ไม่เคยได้ยินมาก่อน อย่าว่าแต่เคยกินเลย”
“แต่ว่านะ เพียงแค่ฟังชื่อก็รู้สึกว่าอร่อยเป็นพิเศษแล้ว น้ำลายข้าไหลเสียแล้วสิ”
“ยังต้องพูดอีกหรือ สิ่งของที่แม่นางซ่งของเราพัฒนาขึ้นมาจะต้องอร่อยเป็นแน่ เหมือนบ๊ะจ่างพวกนั้นที่ทำกันครั้งก่อนอย่างไรเล่า ทั้งญาติและครอบครัวพวกข้าล้วนอยากกินกันอย่างมาก”
“นั่นสิ ข้าก็เหมือนกัน เพียงนึกย้อนถึงรสชาตินั้น ยังรู้สึกไม่หนำใจอยู่เลย”
……
ซ่งชิงหลันเห็นท่าทางของพวกเขาที่ยิ่งพูดก็ยิ่งตื่นเต้น จึงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะขึ้นมา และกล่าวขัดจังหวะพวกเขา “เอาเถิด พวกเราไม่ต้องมาขายเองชมเองแล้ว ต่อไปยังต้องเผชิญศึกใหญ่ พวกเราจะต้องเตรียมตัวให้มาก มารวมพลังและทำงานหนักร่วมกัน! ทุกคนทำตามหน้าที่ของแต่ละคน ควรทำสิ่งใดก็ทำสิ่งนั้นเถิด”
พูดจบ เหล่าคนงานของภัตตาคารอวิ๋นหลายก็ลุกขึ้นแล้วแยกย้ายไปทำงานของตนเอง
“เสี่ยวโต้ว” ซ่งชิงหลันเอ่ยปากเรียกอีกฝ่ายไว้ จากนั้นหยิบเอารายการแผ่นหนึ่งส่งให้เขา “เหล่านี้คือวัตถุดิบในการทำขนมไหว้พระจันทร์ ข้าจัดระเบียบรายการเสร็จแล้ว อีกเดี๋ยวเจ้าพาคนงานที่มีแรงมากหน่อยสักสองสามคน ไปที่ร้านของชิงตงแล้วเอาของเหล่านี้กลับมานะ”
“ได้ขอรับ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” หวงเสี่ยวโต้วพับกระดาษให้ดีแล้วใส่ไว้ในอก จากนั้นก็พาคนออกไป
ส่วนซ่งชิงหลันนำรายการอีกแผ่นหนึ่งมอบให้ซ่งอวิ๋นเฟิง “ท่านอาเล็ก เหล่านี้คือรายการสินค้าที่ต้องไปซื้อที่ตลาด ต้องรบกวนท่านไปเสียแล้วเจ้าค่ะ”
“ได้ ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
ทุกคนล้วนได้รับมอบหมายงาน และต่างทำหน้าที่ของตนเอง มีเพียงพวกอู่เชียนเชียนเท่านั้นที่ยังไม่มีอันใดทำ
ส่งผลให้อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะกระวนกระวายขึ้นมา นางมองซ่งชิงหลันแล้วกล่าว “พี่ชิงหลัน เช่นนั้นแล้วพวกข้าเล่า พวกข้าต้องทำอันใดหรือ พวกเราเองก็อยากช่วยท่านลงแรงเหมือนกันนะเจ้าคะ!”
“นั่นสิ! ท่านพี่ หากมีงานประเภทใดที่ต้องช่วยวิ่งเต้นให้ ขอเพียงสามารถทำประโยชน์ได้ พวกข้าก็ไม่มีปัญหา” ซ่งชิงเป่ยกล่าวเสริม
หากแต่กู่เยียนหรานที่อยู่ข้าง ๆ ดึงมือเขาไว้ “เจ้าอย่าเพิ่งใจร้อนไป ท่านพี่จะต้องมีหน้าที่อื่นให้เราเป็นแน่”
ซ่งชิงหลันยิ้ม พยักหน้าแล้วเอ่ย “ถูกต้อง เรื่องที่ข้าจะให้พวกเจ้าทำนั้นสำคัญที่สุด”
พูดจบ นางก็มองอู่เชียนเชียน อันชิงชิง ซ่างกวนจิ่งหง กู่เยียนหราน และซ่งชิงเป่ยอย่างลึกซึ้ง
อู่เชียนเชียนที่รอไม่ไหว กล่าวอย่างร้อนรน “เรื่องสำคัญอันใดหรือ รีบว่ามาเถิดเจ้าค่ะ รีบว่ามา…”
ซ่งชิงหลันกล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “ข้าหวังว่าพวกเจ้าที่มีวรยุทธ์จะช่วยข้าคอยคุ้มกันภัตตาคารอวิ๋นหลายไว้ ในช่วงเวลานี้ จะให้สายสืบเข้ามาไม่ได้เป็นอันขาด”
ซ่างกวนจิ่งหงเหลือบสายตาขึ้นมองนางทันที และกล่าวเสียงทุ้ม “แม่นางซ่ง นี่กำลังคุ้มกันจากภัตตาคารอี่หง…”
“ถูกต้อง” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ในเมื่อกระชากหน้ากากออกมาได้แล้ว ก็จะต้องเตรียมตัวไว้ให้ดีเพื่อเลี่ยงความเสียหาย ข้าเองก็ไม่มั่นใจว่าแม่นางหงจะทำเรื่องเช่นนี้หรือไม่ แต่เตรียมพร้อมกันไว้ก่อน เผื่อไว้อย่างไรเล่า”
“ดีเหลือเกิน! เรื่องนี้ยกให้เป็นหน้าที่ข้าเอง!” อู่เชียนเชียนลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น ตบอกของนาง “มีพวกข้าอยู่ทั้งคน จะต้องไม่มีแมลงวันสักตัวผ่านเข้าไปเป็นแน่ อย่าว่าแต่สายลับจากภัตตาคารอี่หงที่แอบเข้ามาสืบข่าวเลย”
“ถูกต้อง!” อันชิงชิงเองก็ลุกขึ้นอย่างตื่นเต้นเช่นกัน “ครั้งก่อนข้าทำเรื่องพัง ครั้งนี้จะต้องแสดงฝีมือเต็มที่ ต้องคุ้มกันขนมไหว้พระจันทร์ของภัตตาคารอวิ๋นหลายให้จงได้!”
……
เช้าตรู่วันต่อมา
หลิวกุ้ยเสียให้คนปิดประตูหน้าต่างทุกบานในภัตตาคารอวิ๋นหลาย จากนั้นก็แปะกระดาษสีแดงเอาไว้ตรงประตู ไม่พูดอันใดทั้งสิ้น นางเพียงปิดประตูกลับเข้าไป
คนที่เดินผ่านไปผ่านมาเห็นเช่นนั้นก็ล้วนสงสัยกันขึ้นมา รีบรวมตัวกันเข้ามาดูว่ามีอันใดกันแน่
พวกเขาจึงได้เห็นว่าบนกระดาษสีแดงของภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้น เขียนเอาไว้ว่า ‘ร้านปิดชั่วคราว โปรดติดตาม’
[1] โหงวยิ้ง หมายถึง เมล็ดพืช 5 ชนิด โดยทั่วไปจะใช้ถั่วและธัญพืชที่มีความหมายมงคล เช่น เมล็ดแตงโม อัลมอนด์ วอลนัท งาขาว เม็ดมะม่วงหิมพานต์ เป็นต้น