ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 479 ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 479 ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อน
บทที่ 479 ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อน
ยามนี้ ที่หน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลายมีคนมารวมตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ จนฝูงชนที่หนาแน่นนี้แทบจะทะลักกันไปจนถึงหน้าประตูภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้าม
หลิวกุ้ยเสียมองจากระเบียงชั้นสอง ประจันหน้ากับผู้คนที่อยู่ด้านล่าง แล้วตะโกนออกมาเสียงดัง “ทุกท่านใจเย็น ๆ ก่อนเถิด! หยุดได้แล้วเจ้าค่ะ!”
ไม่รู้ว่าผู้ใดในฝูงชนที่ชี้มาทางชั้นสองแล้วตะโกน “พวกเจ้าดูสิ เจ้าของร้านคนรองออกมาแล้ว”
ทุกคน ณ ที่นั้นหยุดชะงักไปทันที เริ่มเอะอะโวยวายใส่หลิวกุ้ยเสียที่อยู่ชั้นสอง
“เจ้าของร้านคนรอง เกิดอันใดขึ้นกับภัตตาคารอวิ๋นหลายของพวกท่านหรือ เหตุใดจึงปิดร้านเสียแล้ว”
“แม่นางซ่งเล่า เหตุใดแม่นางซ่งไม่ออกมา หรือนางทำของอร่อย ๆ อยู่ข้างใน”
“นั่นสิ! พวกท่านทำของอร่อยอันใดอยู่ด้านในหรือ พวกเราได้กลิ่นจึงได้พากันมาที่นี่ พวกท่านเปิดร้านให้พวกเราเข้าไปกินเสียหน่อยได้หรือไม่”
“นั่นสิ! นั่นสิ! พวกข้าได้กลิ่นหอมจนท้องร้องกันหมดแล้ว”
“พวกเรารอกันมาตั้งนานแล้ว ท่านบอกพวกข้าหน่อยเถิด”
……
“ทุกคนอย่าเพิ่งเอะอะโวยวายไปเจ้าค่ะ ฟังข้าพูดก่อน” หลิวกุ้ยเสียตะโกนอีกครั้ง พวกเขาจึงได้หยุดพูด
หลิวกุ้ยเสียสูดหายใจลึก จากนั้นกล่าวอย่างช้า ๆ “หลันหลันของพวกข้ามีเรื่องสำคัญต้องทำ คงออกมาพบพวกท่านไม่ได้ แต่ว่า นางให้ข้ามาบอกว่าขอบคุณพวกท่านมาก ขอบคุณทุกท่านที่ช่วยมาอุดหนุนภัตตาคารอวิ๋นหลายของพวกเราดั่งเช่นเมื่อก่อน”
“เช่นนั้นแล้ว เหตุใดไม่เปิดร้านทำการค้าขายเล่า ให้พวกเราเข้าไปกินเสียหน่อย”
“เป็นอย่างที่ทุกท่านคาดเดาเจ้าค่ะ ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรากำลังพัฒนาอาหารอย่างตั้งใจอยู่จริง ๆ เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่สะดวกบอกพวกท่าน หากพวกท่านอยากรู้ อีกสามวันให้มาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรา ถึงตอนนั้นพวกข้าจะเปิดขายอาหาร อีกทั้งยังมีท่านเจ้าของร้านซ่งของเราเป็นคนทำของอร่อย ๆ ให้พวกท่านด้วยตัวเอง! ทุกท่านว่าดีหรือไม่!”
“ดี!” คนด้านล่างตะโกนเป็นเสียงเดียว
แต่ยังมีเสียงที่ไม่พอใจนัก
“จะว่าดีก็ดี แต่เหตุใดจึงไม่เปิดเผยตั้งแต่ตอนนี้เลยเล่า สามวันนั้นนานเกินไป เพียงข้าได้กลิ่นนี้ก็อยากอาหารแล้ว!”
“ข้าเองก็เช่นกัน! การยั่วน้ำลายเช่นนี้ช่างทรมานเกินไปแล้ว!”
“เจ้าของร้านคนรอง เช่นนั้นท่านไปคุยกับแม่นางซ่งอีกครั้งเถิด แล้วรีบมาบอกพวกเรา”
“นั่นสิ ๆ…”
หลิวกุ้ยเสียมองกลุ่มคนที่ร้อนรน ในใจนางก็สับสนวุ่นวาย แต่ยังพยายามทำให้ตนสงบลง และกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ของดีย่อมต้องรอได้ อีกอย่าง ฝีมือหลันหลันของข้านั้น ทุกคนล้วนรู้กันดี จะไม่ให้ทุกท่านผิดหวังเป็นแน่ ดังนั้น ทุกคนโปรดอดทนอีกหน่อย อีกสามวันค่อยมาเถิดเจ้าค่ะ”
พูดมาถึงตรงนี้แล้ว ทุกคนเองก็ไม่อาจพูดอันใดได้อีก
“เอาเถิด ๆ ในเมื่อแม่นางซ่งเตรียมการไว้เช่นนั้น พวกเราก็จะทำตาม”
“นั่นสิ ความจริงสามวันก็ไม่นานนัก ครู่เดียวก็ผ่านไปแล้ว”
“เช่นนั้นพวกเราแยกย้ายกันเถิด… แยกย้าย ๆ…”
……
เมื่อเห็นว่ากลุ่มคนหน้าร้านแยกย้ายไปแล้ว หลิวกุ้ยเสียก็โล่งใจได้
นางตบอกเปาะ หมุนตัวกลับไปก็เห็นซ่งอวิ๋นเฟิงกำลังมองตนด้วยรอยยิ้มพึงใจ
เขายกนิ้วโป้งขึ้น กล่าวพลางหัวเราะคิกคัก “ไม่เลวเลย เก่งมาก”
หลิวกุ้ยเสียยิ้มพลางถลึงตาใส่เขา “เก่งอันใดกัน เมื่อครู่ข้าแทบทนไม่ไหว อยากจะปล่อยพวกเขาเข้ามาแล้ว โชคดีที่ในหัวยังจดจำคำพูดของหลันหลันได้ ถ้าหากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าคงทนไม่ไหวเสียแล้ว”
“มา ๆ ๆ ต้องลำบากเจ้าแล้ว ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าไปพักผ่อนเสียหน่อย” กล่าวจบ ซ่งอวิ๋นเฟิงพยุงหลิวกุ้ยเสียเดินลงบันไดไป
ที่หน้าต่างชั้นสองของภัตตาคารอี่หงฝั่งตรงข้าม หญิงสาวอรชรผู้สวมชุดสีแดงกำลังมองทุกสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างด้วยสีหน้าโกรธเกรี้ยว นางโกรธเสียจนลอบกำหมัดแน่น
ซ่งชิงหลันผู้นี้กำลังเตรียมการโจมตีใหญ่อยู่จริง ๆ ด้วย ช่างยากจะรับมือนัก
ในตอนนี้ เหล่าเฮยที่อยู่ข้าง ๆ ชะโงกหน้ามามองฝูงชนแออัดด้านล่าง สูดดมกลิ่นหอมหวานชวนหลงใหลในอาคารอย่างครุ่นคิด จนอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “หอมจริง ๆ นี่เป็นของอร่อยอันใดกันแน่ ข้าสงสัยนัก ว่าภัตตาคารอวิ๋นหลายกำลังทำของอร่อยอันใดอยู่”
พูดถึงตรงนี้ เขากลับรู้สึกได้ถึงรังสีเย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง จนตัวแข็งทื่อไป ชายหนุ่มค่อย ๆ หันกลับมา เห็นสีหน้าเย็นชาของแม่นางหงที่กำลังมองมาที่ตนด้วยสายตาเย็นยะเยือกอยู่
ใจของเหล่าเฮยดัง ‘ตึกตัก!’ ในทันใด เขายิ้มอย่างร้อนตัว “แม่… แม่นางหง”
“เจ้ายังมีหน้ามาพูดอีกหรือ!” แม่นางหงตำหนิเขาเสียงเย็น “ข้าบอกเจ้าแต่แรกแล้วว่าอย่าได้ประมาท ซ่งชิงหลันผู้นี้ไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ”
คิดไม่ถึงเลยว่านางจะมีวิธีจริง ๆ มาเล่นลูกไม้ให้มาดูผลในอีกสามวัน ได้รับความสนใจไปเต็ม ๆ และยั่วน้ำลายทุกคนอีก แม้แต่เหล่าเฮยเองก็ยังอยากรู้
ยิ่งนางคิดก็ยิ่งโกรธ อดไม่ได้ที่จะยิ่งมองเขาอย่างโมโหมากกว่าเดิม
เหล่าเฮยรีบก้มหน้าลง กล่าวอย่างแผ่วเบา “เอ่อ… แม่นางหง ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรหรือ”
“จะทำอย่างไร นี่ยังต้องให้ข้าสอนเจ้าอีกหรืออย่างไร” แม่นางหงโกรธเสียจนถลึงตาจ้องเขม็ง ควันแทบจะออกจมูก
เหล่าเฮยตอบสนองในทันที เขากล่าวด้วยน้ำเสียงรีบร้อน “ได้ขอรับ ข้ารู้แล้ว ข้าจะส่งคนไปสืบข่าวเดี๋ยวนี้”
แม่นางหงถลึงตามองอีกฝ่าย “ยังไม่รีบไปอีก!”
กล่าวจบ นางหรี่ตาลงลอบกล่าวในใจ ‘ข้าอยากจะรู้นัก ซ่งชิงหลันผู้นี้ จะใช้กลเม็ดอันใดอีก’
กลางดึกที่ลมแรง เป็นวันแห่งการสังหารและวางเพลิง
เมื่อเห็นว่าท้องฟ้ามืดลง เหล่าเฮยผู้สวมใส่ชุดพรางตัวสีดำ พาลูกน้องชายชุดดำสิบกว่าคน เข้าไปใกล้ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
พวกเขากระจายตัวอย่างเป็นระเบียบ คนสิบกว่าคนล้อมรอบภัตตาคารอวิ๋นหลายเอาไว้ทุกด้าน จากนั้น เหล่าเฮยก็ออกคำสั่ง พวกเขาใช้วิชาตัวเบาพร้อมกัน เหาะเข้าไปสู่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย
หากแต่พวกเขาไม่คิดเลยแม้แต่น้อยว่าพวกซ่งชิงหลันได้จัดการทุกสิ่งเอาไว้เรียบร้อยแล้ว พวกนางติดตั้งกับดักเอาไว้กำลังรอให้พวกเขาก้าวเข้ามาติดกับ
ยามที่เหล่าเฮยเหาะขึ้นมาถึงท้องฟ้าเหนือภัตตาคารอวิ๋นหลาย ชายหนุ่มก็พบสิ่งผิดปกติ เขาขมวดคิ้ว พร้อมตะโกนบอกชายชุดดำที่มาด้วยกัน “ไม่ได้การแล้ว มีการลอบโจมตี”
เพียงแต่มันสายเกินไปเสียแล้ว
สิ้นเสียงของเขา พวกอู่เชียนเชียนเหาะขึ้นมาจากด้านใน มายืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา
อู่เชียนเชียนยิ้ม ฉายแววตื่นเต้นที่ปิดซ่อนไว้ไม่มิด กล่าวกับชายชุดดำสิบกว่าคน “ฮ่า ๆ ในที่สุดพวกเจ้าก็มา ข้ารอพวกเจ้ามานานแล้ว!”
กล่าวจบ นางไม่สนใจสิ่งใด ใช้วรยุทธ์โจมตีเหล่าชายชุดดำในทันที
นางที่ไม่ได้ออกลวดลายมานาน คืนนี้เหมาะให้นางได้ฝึกฝีมือพอดี
ที่นี่ยังมีกู่เยียนหรานและซ่งชิงเป่ย อันชิงชิงและซ่างกวนจิ่งหง ทั้งสี่ปรากฏตัวพร้อมกัน ทั้งห้าคนมุ่งหน้าไปห้าทิศทาง แยกกันจัดการกับเหล่าชายชุดดำที่มาลักลอบจู่โจม