ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 480 ได้ไม่คุ้มเสีย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 480 ได้ไม่คุ้มเสีย
บทที่ 480 ได้ไม่คุ้มเสีย
เหล่าชายชุดดำได้แต่ป้องกันตัว เพราะถึงแม้พวกเขาจะมีคนมากกว่าแต่พอได้ต่อสู้กันไปสักพัก พวกเขาก็ค่อย ๆ เสียเปรียบ
เหล่าเฮยเห็นว่าสถานการณ์เลวร้ายจึงออกคำสั่งกับทุกคน “สลายตัว”
หากสู้ต่อไปเช่นนี้ ไม่แน่ว่าตัวตนของพวกเขาคงถูกเปิดเผย เช่นนั้นก็จะได้ไม่คุ้มเสีย
ชายชุดดำคนอื่น ๆ รับคำสั่ง หยิบเอาระเบิดควันที่พกติดตัวออกมา คิดใช้หนี
อันชิงชิงที่สังเกตเห็นมีหรือจะปล่อยพวกเขาไปง่าย ๆ อีกอย่างนางยังคิดจับชายชุดดำให้ได้ เพื่อจะชดเชยจากความผิดพลาดครั้งก่อน
ดังนั้นนางจึงกัดฟัน มองเหล่าเฮยที่กำลังจะหนีไป จากนั้นเหาะไปข้างหน้า ขวางทางของเขาเอาไว้
นางกล่าวด้วยสีหน้าภาคภูมิใจว่า “คิดจะหนีหรือ ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก!”
เหล่าเฮยหรี่ตา จงใจกดเสียง และกล่าวพร้อมกับยิ้ม “สาวน้อย อย่างเจ้าน่ะหรือคิดจะมารั้งข้าไว้ ช่างไม่ดูสังขารตนเองเลยจริง ๆ”
“ฮ่า ๆ คุยโวเก่งเหลือเกิน เช่นนั้นข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นถึงความเก่งกาจของข้าเอง”
กล่าวจบ อันชิงชิงใช้แรงเต็มกำลังพุ่งโจมตีใส่อีกฝ่าย
เพียงแต่ว่านางประมาทวรยุทธ์ของเหล่าเฮยเกินไป เพราะเขายังไม่ได้แสดงฝีมือที่แท้จริง จนกลายเป็นว่าอันชิงชิงเป็นฝ่ายเสียเปรียบไม่สามารถทนการโจมตีได้มากนัก
เหล่าเฮยเผยดวงตาเย็นชาหาโอกาสลอบถ่ายเทพลังโจมตีไปที่จุดมิ่งเหมินของอันชิงชิง
โชคดีที่ในตอนนี้ ซ่างกวนจิ่งหงอยู่ใกล้อันชิงชิงมากที่สุดพบว่านางกำลังตกอยู่ในอันตราย ในใจเขาตึงเครียด เหาะไปที่นางทันทีแล้วตะโกนออกมา “ระวัง!”
ในขณะเดียวกัน เขาใช้ฝ่ามือวายุในมือฟาดไปที่เหล่าเฮย อีกฝ่ายพยายามหลบจึงได้แฉลบตัวไป ทำให้ฝ่ามือของตนไม่อาจโจมตีโดนจุดมิ่งเหมินของอันชิงชิงได้
ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น มือของอันชิงชิงยังคงได้รับบาดเจ็บ ทำให้นางร่วงหล่นลงอย่างไม่อาจควบคุมได้
“ไอ้หยา!”
การล้มลงไปเช่นนี้ สำหรับพวกเขาที่เป็นผู้มีวรยุทธ์ที่มีวิธีทำให้ร่างกายไม่บาดเจ็บ แต่ก็ยังรู้สึกเจ็บมากอยู่ดี
อันชิงชิงหลับตาอย่างยอมจำนนต่อชะตา เตรียมใจสัมผัสกับผืนดิน
ทว่าสิ่งที่นางคิดไม่ถึงคือตนเองกลับล้มลงสู่อ้อมอกแกร่งอันอบอุ่น
เอ๋ นี่มันเกิดอันใดขึ้น?
ด้วยความสงสัย นางค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ทันใดนั้นเห็นใบหน้าหล่อเหลาที่อ่อนโยนของซ่างกวนจิ่งหง นางกะพริบตาปริบ และพบว่าตนนั้นไม่ได้มองผิดไป ดวงใจดวงน้อยก็เริ่มเต้นตึกตัก ๆ อย่างไม่อาจห้ามได้
และไม่รู้ว่าด้วยเหตุใด อยู่ ๆ ใบหน้าเล็กของนางแดงก่ำขึ้น และเอ่ยปาก “ซ่างกวน…”
ซ่างกวนจิ่งหงวางนางลงบนพื้น หลบสายตาของนางอย่างไม่พอใจ “เจ้าไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่”
“ไม่… ไม่เป็นไร” อันชิงชิงส่ายหน้าทันที กล่าวเสียงเบา “ขอบคุณนะ”
แต่นางกลับไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากซ่างกวนจิ่งหง
นางเงยหน้าขึ้นไปมองจึงพบว่าที่แท้ซ่างกวนจิ่งหงกำลังจ้องมองกู่เยียนหรานที่อยู่ไม่ห่างออกไปอย่างไม่วางตา
หากเป็นเมื่อก่อน นางคงคิดว่าการที่เขาทำเช่นนี้ช่างเป็นเรื่องธรรมดามาก
แต่ไม่รู้ว่าเหตุใด ในวันนี้ ในใจของนางกลับรู้สึกเจ็บแปลก ๆ
เมื่อเห็นว่าพวกกู่เยียนหรานทั้งสามคนกำลังเหาะมาหาพวกเขาทางด้านนี้ ซ่างกวนจิ่งหงก็รีบละสายตากลับมา
“ชิงชิง… ชิงชิง! เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง บาดเจ็บหรือไม่” ทันทีที่กู่เยียนหรานถึงพื้น นางเดินไปที่ข้างกายของชิงชิงแล้วเอ่ยถามอย่างเป็นห่วง
อันชิงชิงส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม “ข้าไม่เป็นไร”
พูดจบ นางมองซ่างกวนจิ่งหงโดยไม่รู้ตัว และเห็นว่าเขายังคงมีท่าทางเหมือนทองไม่รู้ร้อน ในใจอดไม่ได้ที่จะรู้สึกเหมือนหาเรื่องให้ตนเองเสียใจ
นางจึงเอ่ยถามต่อ “จริงสิ ชายชุดดำเหล่านั้นเล่า”
“อย่าให้พูดเลย” อันชิงชิงหอบหายใจ “ข้าไล่ตามพวกมันไปตลอดทาง เห็นชัด ๆ เลยว่าพวกมันกำลังพาข้าอ้อมไปมา ข้าแทบจะวิ่งไปถึงครึ่งถนนหย่งอันแล้ว แต่ถูกพวกมันสลัดได้ ข้าคิดว่าพวกมันจะต้องเป็นคนที่ภัตตาคารอี่หงส่งมาเป็นแน่”
ซ่งชิงเป่ยพยักหน้า “ดูท่าท่านพี่จะเดาไม่ผิด พวกนั้นคิดจะมาสืบข่าวแน่”
พูดจบ เขามองคนอื่น ๆ “เอาเถิด คืนนี้ต้องลำบากทุกคนเสียแล้ว เจอเรื่องวุ่นวายเช่นนี้ คิดว่าคืนนี้พวกมันคงไม่กลับมาแล้ว พวกเรากลับไปกันก่อนเถิด”
ทั้งห้าคนออกจากภัตตาคารอวิ๋นหลายไปพร้อมกัน
อันชิงชิงที่กลับมาถึงห้องก็เริ่มหายาแก้ฟกช้ำ นางรื้อหีบค้นตู้ ค้นหาสัมภาระทุกหอบ แต่ทำอย่างไรก็ยังหาไม่เจอ
นางขมวดคิ้วอย่างสงสัย กล่าวกับตนเอง “แปลกจริง เหตุใดจึงหายไปได้ หรือว่าข้าทำตกไว้ที่ไหน”
นางเป็นหญิงจากยุทธภพ ไม่อาจเลี่ยงการบาดเจ็บได้ การจะพกยาห้ามเลือด ยาแก้ฟกช้ำเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องปกติ
ทว่าอยู่ ๆ ในตอนนี้ ประตูห้องของนางกลับถูกคนเปิดออก ร่างสูงโปร่งยืนพิงขอบประตู มองดูอันชิงชิงที่ไม่รู้จะทำอันใด ก็กล่าวขึ้น “เจ้าหาสิ่งนี้อยู่กระมัง”
อันชิงชิงหมุนตัวไปมอง และเห็นซ่างกวนจิ่งหงกับขวดยาในมือของเขา
นางหรี่ตาเล็กน้อย และเอ่ยถาม “ท่านมาได้อย่างไร”
ซ่างกวนจิ่งหงไม่ได้กล่าวอันใด แต่โยนขวดยาในมือไปให้นาง อันชิงชิงยกมือข้างหนึ่งที่ไม่ได้บาดเจ็บรับเอาไว้อย่างมั่นคง
อันชิงชิงเห็นเขาหันหน้าจะจากไป อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก “นี่! ซ่างกวนจิ่งหง ในเมื่อท่านมาแล้ว ท่านจะช่วยคนก็ต้องช่วยให้ถึงที่สุด ส่งพระต้องส่งให้ถึงชมพูทวีปสิ”
“ว่าอย่างไรนะ” ซ่างกวนจิ่งหงหยุดฝีเท้า ขมวดคิ้วอย่างสงสัย
อันชิงชิงหัวเราะคิกคัก “รบกวนท่านช่วยทายาให้ข้าหน่อย ข้าใช้มือเดียวไม่ถนัด”
ซ่างกวนจิ่งหงกลอกตาให้นางอย่างหมดคำจะกล่าว ถึงแม้ว่าสีหน้าจะดูไม่เต็มใจอย่างมาก แต่เขาก็ยังอยู่ต่อ
ซ่างกวนจิ่งหงนั่งลง ส่วนอันชิงชิงวางแขนที่บาดเจ็บลงตรงหน้าเขา
ชายหนุ่มที่ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร จึงเอ่ยว่า “นี่… ทำอย่างไรหรือ”
อันชิงชิงกลอกตาใส่อีกฝ่าย “ฉีกออกก็ใช้ได้แล้ว พวกเราเป็นหญิงจากยุทธภพไม่สนใจเรื่องเล็กน้อย ท่านลงมือเถิด”
“เช่นนั้น… ต้องขอโทษด้วย” ซ่างกวนจิ่งหงลังเลครู่หนึ่ง จากนั้นฉีกเสื้อตรงแขนอันชิงชิงออก
เดิมที เขาเองก็คิดว่าจะได้เห็นแขนขาวและอ่อนนุ่ม หากแต่ยามที่เห็นแขนที่เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น ชายหนุ่มอดไม่ได้ที่จะตกใจ
รอยมีด รอยดาบ รอยแส้…
นี่มันเหมือนมือของหญิงสาวคนหนึ่งตรงไหน
เขาขมวดคิ้ว และเอ่ยว่า “มือของเจ้า…”
อันชิงชิงมองเขาด้วยสีหน้าที่ไม่อาจอธิบายได้ “อ๋อ แผลพวกนี้ของข้าน่ะหรือ ได้มาจากเมื่อก่อนทั้งนั้นแหละ นี่ไม่ใช่เรื่องแปลกอันใด ตอนที่ข้าเพิ่งจะเกิด กลุ่มอินทรีย์ดำของพวกข้ายังเป็นเพียงกลุ่มโจรเล็ก ๆ บนเขา ยังต้องรับมือกับโจรบนเขากลุ่มอื่น ๆ เพื่อแย่งชิงเขตแดน ทั้งยังต้องรับมือกับเจ้าหน้าที่ในราชสำนักด้วย ตั้งแต่เด็กข้าได้เห็นการต่อสู้ฆ่าแกงจนชินแล้ว บาดแผลบนร่างเหล่านี้ล้วนเป็นเรื่องเล็ก”
ซ่างกวนจิ่งหงมองนางที่พูดด้วยท่าทางสบาย ๆ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มจาง “เจ้านี่ไม่เอาเรื่องร้าย ๆ เก็บมาคิดได้ ดีจริง ๆ”