ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 48 เจ้าหาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ใด
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 48 เจ้าหาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ใด
ตอนที่ 48 เจ้าหาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ใด
“ค๊อก ๆ แค๊ก ๆ” พ่อเฒ่าหลี่ไอออกมาอีกครั้ง และเริ่มเอ่ยอย่างยากลำบาก “พวกเจ้าไม่ต้องยืมหรอก คนแก่อย่างข้า จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่รู้ พวกเจ้าอย่าเป็นหนี้เป็นสินเพียงเพื่อรักษาข้าเลย”
เห็นแบบนั้นซ่งชิงหลันก็รู้สึกราวกับหัวใจถูกบีบรัดอยู่ในช่องอก
นางจึงรีบเสนอขึ้นมาว่า “ข้ามีเงินเจ้าค่ะ”
กล่าวจบหญิงสาวก็เอาเงินสิบห้าตำลึงออกมาจากกระเป๋า แล้วส่งให้ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ แล้วเอ่ยต่อ “ท่านป้าสะใภ้ รับเงินไปเถิดเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือรู้สึกได้ถึงน้ำหนักของเงินในมือตน
นางมองไปยังซ่งชิงหลันอย่างประหลาดใจแล้วถามขึ้น “หลันหลัน เจ้าเอาเงินมากขนาดนี้มาจากที่ใดกัน”
แม้แต่แม่เฒ่าหลี่ก็ดูสงสัยเช่นกัน “ใช่ หลันหลัน เจ้ามีเงินมากขนาดนี้ได้อย่างไร”
พวกเขารู้ดีถึงฐานะครอบครัวที่ยากลำบากของตระกูลซ่ง จึงได้เกิดความสงสัยเช่นนี้
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขายังรู้เรื่องที่ซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานหย่าร้างกัน ยิ่งเป็นไปไม่ได้ใหญ่ที่จะเป็นเงินจากตระกูลไป๋
พวกเขาจึงกังวลใจเรื่องแหล่งที่มาของเงินนี้เป็นอย่างมาก
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วอธิบายกับพวกเขา “ท่านยาย ท่านป้าสะใภ้ เงินพวกนี้ข้าได้จากการค้าขาย ยามนี้ข้าเปิดร้านอาหารเช้าที่ประตูเมืองเจ้าค่ะ เลยได้เงินมาใช้จ่ายอยู่ไม่น้อย”
“อย่างนั้นหรือ” จู่ ๆ เหวยหมิ่นจือก็คล้ายว่าจะนึกขึ้นได้ “หลันหลัน ร้านของเจ้าคือร้านขายเจียนปิ่งที่ประตูเมืองใช่หรือไม่”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือรู้แบบนี้แล้วก็มีท่าทีโล่งใจ “ข้าได้ยินมาว่าเจียนปิ่งที่ร้านเจ้าอร่อยยิ่ง หากแต่ช่วงนี้ในบ้านมีเรื่องวุ่นวายจนข้ายังไม่ได้ไปดู ข้าไม่รู้เลยว่าเป็นร้านของเจ้า หลันหลันเจ้านี่น่าทึ่งเสียจริง”
เมื่อแม่เฒ่าหลี่รู้เรื่องราวทั้งหมด นางก็ยิ่งไม่อยากจะรับเงินจากหลานสาว “หลันหลัน เจ้าขยันทำงานตั้งแต่เช้ายันค่ำ การค้าขายไม่ใช่เรื่องง่าย เงินพวกนี้มาจากน้ำพักน้ำแรงของเจ้า ยายไม่อาจรับเงินไว้ได้”
หากแต่ซ่งชิงหลันยืนกรานที่จะมอบมันให้แก่ผู้ใหญ่ทั้งสาม “ท่านยายเจ้าคะ เรื่องเงินเราค่อยว่ากันทีหลังเถิด ตอนนี้เรื่องช่วยชีวิตท่านตาสำคัญที่สุดนะเจ้าคะ”
เหวยหมิ่นจือมีท่าทีเห็นด้วย “เอาเป็นว่าป้ายืมเงินนี้จากเจ้า พวกเราจะรีบหามาคืนเจ้า”
“รีบเอาใบสั่งยาไปซื้อยาเถิดเจ้าค่ะ อีกประเดี๋ยวข้าจะต้องกลับแล้ว เฉินเฉินกับเยว่เยว่รออยู่ที่บ้าน”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้ารับ “ได้ เช่นนั้นเอาไว้เจอกันใหม่นะ”
“ประเดี๋ยวก่อน” แม่เฒ่าหลี่รั้งหลานสาวเอาไว้ จากนั้นก็เอาตะกร้ามันเทศจากถุงธัญพืชในครัวส่งให้นาง “หลันหลัน มันเทศนี่ยายปลูกเอง มันอาจไม่ได้มีราคาอันใดนัก แต่ข้าจำได้ว่าชิงซีกับชิงเป่ยชอบกิน ยายฝากไปให้พวกเขา”
ซ่งชิงหลันไม่กล้าปฏิเสธน้ำใจนั้น จึงทำได้เพียงแต่รับเอาไว้
ระหว่างทางกลับ ซ่งชิงหลันก็เกิดความกระวนกระวายในใจตลอดเวลา
ความจริงแล้วนางสะสมเงินได้ถึงยี่สิบตำลึงจากการทำงานหนักตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้ไถ่ตัวซ่งชิงหนานกลับบ้าน
หากแต่นางไม่คาดคิดว่าจะมีเรื่องให้ใช้เงินเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเช่นนี้
ท่านตาเองก็เป็นคนสำคัญในครอบครัวของนางเช่นกัน หญิงสาวจึงไม่สามารถทนดูท่านตาตายไปโดยไม่ช่วยเหลืออันใดได้
ก่อนจะกลับบ้าน ซ่งชิงหลันตัดสินใจไปที่ร้านช่างตีเหล็ก เพื่อแอบมองน้องชายของนางสักหน่อย
ซ่งชิงหนานนั้นยังดูสบายดี เขาตะโกนคุยอยู่กับหวังกุ้ยที่กำลังตีเหล็กอยู่ในร้าน
จู่ ๆ นางก็เกิดความคิดน่ากลัวขึ้นมาในหัว หากนางไม่สามารถหาเงิน สามสิบตำลึงมาไถ่ตัวน้องชายได้ทัน เขาจะต้องทำงานในร้านตีเหล็กเช่นนี้ไปทั้งชีวิตอย่างนั้นหรือ
ซ่งชิงหลันไม่อาจทนยืนดูได้นานไปกว่านี้ เพราะกลัวว่าหากมองต่อไปอาจไม่สามารถข่มใจตัวเองไว้ได้ ดังนั้นหญิงสาวจึงรีบหันหลังจากไปอย่างรวดเร็วเพื่อกลับบ้าน
ยังมีเวลาอีกครึ่งเดือนกว่าจะถึงเส้นตาย สำหรับตอนนี้ ที่นางต้องทำก็คือรีบหาเงินให้ได้มากกว่านี้อีกในเวลาที่มีจำกัด
นางได้ให้สัญญากับน้องชายไว้แล้ว ต้องพาซ่งชิงหนานกลับบ้านเราให้ได้
ก่อนเข้าบ้าน พี่ใหญ่ของบ้านจำต้องยืนสงบสติอารมณ์ให้ทุกอย่างดูไม่มีอะไรผิดปกติก่อน จึงก้าวเท้าเข้าไปด้านใน
จากนั้นเห็นน้องชายทั้งสามกำลังช่วยกันทำอาหารอยู่ในครัว
เมื่อพวกเขาเห็นว่าพี่สาวกลับมาแล้ว พร้อมกับมีตะกร้ามันเทศมาด้วย ซ่งชิงซีก็อดสงสัยไม่ได้ “ท่านพี่ ท่านบอกว่าจะไปซื้อของคือซื้อมันเทศมาหรือ”
ซ่งชิงหลันวางหัวมันเหล่านั้นลง “ข้าคิดว่ามันเทศพวกนี้น่ากินดี อีกอย่างเจ้ากับชิงเป่ยก็ชอบมันมาก ข้าก็เลยซื้อมา”
ซ่งชิงเป่ยที่กำลังคุมไฟให้ซ่งชิงตงปรุงอาหารได้ยินเข้าก็กระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข “พี่สาวที่แสนดีของข้า เมื่อคืนข้าฝันว่าได้กินมันเทศเผาพอดี แต่แล้ววันนี้ฝันของข้าก็เป็นจริง!”
จากนั้น ซ่งชิงเป่ยก็หยิบเอามันเทศหัวใหญ่สองสามหัวขึ้นมาใส่ลงไปในเตาเพื่อเผามัน
เมื่ออาหารพร้อม มันเทศเผาก็เสร็จเรียบร้อยเช่นกัน
อาหารมื้อนี้มีจานพิเศษเป็นมันเทศเผาหอมกรุ่นอยู่บนโต๊ะ
ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยกินอย่างมีความสุขจนทั้งมือและใบหน้าเลอะไปหมดราวกับเป็นแมวลายตัวใหญ่
ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่นอนอยู่ข้าง ๆ จ้องไปที่แมวใหญ่สองตัวแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างมีความสุข
ซ่งชิงหลันเองก็หัวเราะออกมาแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าสองคน อย่าลืมล้างมือล้างหน้าก่อนเข้านอนด้วยเล่า”
ซ่งชิงเป่ยบิมันเทศร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมเย้ายวน
เขายื่นมันครึ่งหนึ่งให้พี่สาวแล้วพูดว่า “ท่านพี่ ท่านต้องกินด้วย อร่อยมากขอรับ”
ซ่งชิงหลันไม่คิดว่ามันสกปรก จึงรับมันมากัดหนึ่งคำ รสชาติหวานนุ่ม หอมละมุน ถูกใจนาง อร่อยมากจริง ๆ
จู่ ๆ เจ้าของร้านสาวก็เกิดแรงบันดาลใจบางอย่างขึ้นมาได้ นางมองมันเผาในมือและเริ่มมีความคิดใหม่ ๆ เกิดขึ้นในหัว
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันตื่นแต่เช้า ก่อนที่ซ่งชิงตงและน้อง ๆ คนอื่นจะลุกขึ้นมาเพื่อเตรียมของไปขาย นางเข้าไปในห้องเก็บของเล็ก ๆ เพื่อเตรียมการอะไรบางอย่าง
หญิงสาวง่วนอยู่ในครัวแต่เช้าจรดค่ำเป็นเวลาสามวันติดต่อกัน ทำให้น้องชายและท่านย่าเริ่มแปลกใจขึ้นมา
จนกระทั่งวันนี้ ในที่สุดซ่งชิงหลันก็ทำสำเร็จ นางเริ่มเอาเตาย่างที่ทำขึ้นเองมาอวดโฉมต่อหน้าคนในบ้าน
แม่เฒ่าซ่งมองสิ่งของหน้าตาแปลกประหลาดแล้วถามอย่างสงสัย “หลันหลัน เจ้าทำสิ่งนี้ขึ้นมาหรือ มันใช้ทำอันใด ดูเหมือนถังก็ไม่ใช่ หม้อก็ไม่เชิง”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วอธิบายอย่างกระตือรือร้น “นี่คือเตาสำหรับเผามันเทศเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงเป่ยมีท่าทีงุนงง “เตาเผามันเทศ ?”
ซ่งชิงตงดูตกใจแล้วถามขึ้น “ดูราวกับเตาหลอมเหล็กเลยขอรับ”
“มานี่ ข้าจะทำให้ดู”
ซ่งชิงหลันว่าพลางเริ่มสาธิตการใช้งานให้ทุกคนดู “เปิดฝานี่ออก ใส่ฟืนเข้าไป วางมันเทศไว้ตรงนี้จะได้เผามันได้”
“เผามันเทศด้วยวิธีนี้ ไม่ใช่แค่ได้ความอร่อยอย่างเดียว แต่จะทำให้สีไม่เข้มเกินไปเหมือนการวางลงไปในไฟโดยตรง สีของมันจะสวยมาก และกลิ่นก็หอมกว่า ยิ่งเพิ่มรสชาติเข้าไปอีก”
ซ่งชิงซีแทรกขึ้นมา “ท่านพี่ ท่านทำถึงเพียงนี้เพื่อเผามันเทศให้พวกเรากิน มันจะไม่จริงจังไปหรือขอรับ”
ซ่งชิงตงกลับรู้ถึงความตั้งใจของท่านพี่ และเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ ว่า “ชิงซี เจ้าคิดผิดแล้ว”
ซ่งชิงหลันแอบเคาะหัวเขาหนึ่งทีด้วย “ผู้ใดว่าข้าจะเผาให้เจ้ากินหมดคนเดียว ข้าจะเอาไปขายต่างหากเล่า”