ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 49 ท่าทางพอใจของอู่ต้าหย่ง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 49 ท่าทางพอใจของอู่ต้าหย่ง
ตอนที่ 49 ท่าทางพอใจของอู่ต้าหย่ง
ซ่งชิงหลันทำตามแผนการทั้งหมดในวันต่อมา นางเอาเตาเหล็กที่ทำขึ้นมาสำหรับเผามันไปตั้งที่ร้าน
ซ่งชิงตงรับหน้าที่ในการทำเจียนปิ่ง ขณะที่นางเปลี่ยนหน้าที่ไปเผามันเทศแทน
ผ่านไปครึ่งชั่วยาม รอบบริเวณร้านขายอาหารเช้าก็ฟุ้งไปด้วยกลิ่นหอมของมันเทศเผา
บรรดาลูกค้าที่กำลังเข้าแถวรอซื้อเจียนปิ่งก็อดกลืนน้ำลายไม่ได้เพราะกลิ่นหอมนั่น
“กลิ่นมันเผามาจากที่ใดกัน”
“นั่นสิ ข้าก็ได้กลิ่นเหมือนกัน ไม่ได้กินมันเผามาสักพักแล้ว หอม ๆ เช่นนี้ ชวนน้ำลายสอเสียจริง”
“แต่ยังไม่เห็นว่ามีผู้ใดเอามาขายเลยนะ”
เมื่อเห็นว่าทุกคนเริ่มมองหาที่มาของกลิ่นหอมด้วยความอยากรู้อยากเห็น ซ่งชิงหลันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้
นางจึงเปิดฝาของเตาเหล็กออก แล้วเริ่มพูดพร้อมยิ้มหวานพิมพ์ใจ “ทุกท่านเจ้าคะ วันนี้ร้านเราเริ่มขายมันเผาเป็นวันแรก หัวละ ห้าเหรียญเท่านั้น หากผู้ใดสนใจมาลองซื้อดูได้เลยนะเจ้าคะ”
คำพูดของเถ้าแก่เนี้ยสาว ทำเอาหน้าร้านบังเกิดความวุ่นวายโดยพลัน ทุกคนต่างชะโงกหน้ามามองที่ร้านของนางเป็นตาเดียว
“มันเผาราคาห้าเหรียญอย่างนั้นหรือ แพงไปหรือไม่”
“นั่นสิ ข้าเคยซื้อที่ตลาดราคาเพียงหัวละสามเหรียญเท่านั้น”
“ถึงอย่างไร นี่เป็นมันเผาของแม่นางซ่ง มันอาจต่างออกไปก็เป็นได้ เตาเผานั่นก็ดูแปลกตาไม่น้อย”
“ใช่ ข้าเองก็รู้สึกว่ามันหอมน่ากินกว่าที่เคยเห็นมาก”
“ถึงอย่างนั้นห้าเหรียญก็ยังแพงเกินไป ไปซื้อแบบดิบที่ตลาดแล้วเอามาเผาเองยังดีเสียกว่า”
“เจ้าเผามันได้อย่างนั้นจริงหรือ ดูที่นางขายสิ ไม่ดำเหมือนมันเผาที่เราทำกันเองสักนิด แกะเนื้อออกมาก็หวานฉ่ำเยี่ยงน้ำผึ้ง น่ากินเสียจริง”
…
ซ่งชิงหลันยืนขึ้น “พวกท่านไว้ใจข้าได้เจ้าค่ะ หรือไม่อย่างนั้นท่านลองซื้อไปชิมสักหัวก่อนก็ได้ ถ้าไม่อร่อยจริง ๆ ข้ายินดีจะคืนเงิน”
เมื่อซ่งชิงตงได้ยินเช่นนั้นก็พลันรู้สึกประหม่าขึ้นมาทันที
เขาลอบกระตุกแขนเสื้อของท่านพี่แล้วพูดเสียงเบา “ท่านพี่ขอรับ เช่นนี้จะไม่แย่หรือ ถ้าพวกเขาจงใจบอกว่ามันไม่อร่อย เราจะไม่ขาดทุนหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันมองน้องชายอย่างมั่นใจและพูดด้วยรอยยิ้ม “ไม่ต้องห่วงไป ข้ามั่นใจมาก”
ลูกค้ามีท่าทางลังเลอยู่อย่างนั้น แต่กลับมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลัง ท่ามกลางทุกคนที่จดจ้องอยู่
“แม่นางซ่ง เอามันเทศให้ข้าสองหัวนะ”
ชาวบ้านต่างหันไปตามเสียงนั้น เมื่อเห็นว่าเป็นใครจึงพากันหลีกทางให้เขาอย่างเงียบ ๆ
“นั่น ดูสินายท่านอู่มาโน่นแล้ว”
“นายท่านอู่นี่ สนับสนุนแม่นางซ่งตลอดจริง ๆ “
“แต่ท่านดูท่าทางเป็นคนเย็นชาออกอย่างนั้น ไม่ค่อยเหมือนคนที่จะมาคอยสนับสนุนคนอื่นเช่นนี้เลย”
“ข้าได้ยินว่ามีคนเคยจะเอาของให้เขา เขายังไม่ยอมรับเลย”
“เช่นนี้ ถ้าเขาบอกว่ามันอร่อย ก็คงจะน่าเชื่อถือไม่น้อย”
ท่ามกลางเสียงพูดคุยของผู้คน อู่ต้าหย่งก็เดินมาถึงตรงหน้าของซ่งชิงหลัน
ซ่งชิงหลันรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายมาสั่งมันเผาเป็นคนแรกเพื่อช่วยเหลือนาง
หญิงสาวชื่นชมความใจดีของเขา หากแต่นางก็ไม่ลืมที่จะเอ่ยเตือนไปว่า “ท่านพี่อู่ ข้าให้ท่านลองซื้อไปก่อนหนึ่งหัว หากว่าท่านชอบยังไม่สายที่จะซื้อเพิ่มอีกหัวนะเจ้าคะ”
อู่ต้าหย่งโบกมืออย่างปัดรำคาญ “ไม่จำเป็น ข้าเชื่อในฝีมือของแม่นางซ่ง เอามาเลยสองหัว”
หลังจากนั้นทหารหนุ่มก็ได้ทดลองกินมันเทศเผาแบบใหม่ของแม่นางซ่งให้ชาวบ้านดูเป็นขวัญตา
มันเทศที่ถูกแบ่งเป็นสองส่วน ใช้เวลาเพียงไม่นานก็หมดหัวแรก ชายหนุ่มก็เริ่มหยิบเอาหัวที่สองมากินอีก
สีหน้าของอู่ต้าหย่งเต็มไปด้วยความพึงพอใจ รีบบอกกับซ่งชิงหลันไปตามตรง “นี่มันอร่อยมาก ข้าเอาอีกสี่หัว จะเอาไปให้พวกลูกน้องชิมด้วย”
“ได้เจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลัน แสร้งทำเป็นเป็นถ่อมตนปิดปากหัวเราะเบา ๆ
เหล่าชาวบ้านที่มองอยู่ เมื่อเห็นว่าเจ้าหน้าที่อู่มีท่าทางพออกพอใจก็เริ่มสนใจ เข้ามาสั่งมันเผาตามบ้าง
“แม่นางซ่ง ข้าเอามันเผาด้วย”
“เอาให้ข้าสองหัว”
“ข้าด้วย… ข้าด้วย…”
หลังจากนั้นไม่นานมันเทศเผาหอม ๆ สดใหม่หนึ่งเตาก็หมดไป
ซ่งชิงหลันรีบเตรียมเตาต่อไปทันทีอย่างรีบเร่ง
“มันเทศเผานี่มันอร่อยมากจริง ๆ ทั้งหอมและหวานมาก”
“ใช่ ต่อให้ราคาสิบเหรียญก็ยังรู้สึกว่าไม่เสียดายเหรียญ”
“อร่อยจนกินแล้วหยุดไม่ได้”
“แม่นางซ่ง มันเผาของเจ้าจะเสร็จเมื่อไร ข้าอยากซื้อเพิ่มอีก”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “พวกท่านไม่ต้องกังวลไปเจ้าค่ะ มันเทศต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะได้ที่ ถ้ามีอันใดต้องทำก็ไปทำกันเสียก่อนเถิด สั่งไว้ก่อนก็ได้เช่นกัน ข้าจะอยู่เผาให้พวกท่านกินได้ทั้งวันเลย”
ใช้เวลาไม่นาน มันเผาของซ่งชิงหลันก็โด่งดังไปทั่ว ด้วยลูกค้าที่บอกกันปากต่อปากจนพากันตามมาซื้ออย่างไม่ขาดสาย
หลังจากช่วงเช้าแสนวุ่นวาย พี่น้องตระกูลซ่งสามารถขายเจียนปิ่งและมันเผาได้เงินเพิ่มขึ้นหลายเท่าจากที่เคย
พวกเขามีความสุขกับผลตอบรับอย่างดีนี้มาก
ซ่งชิงเป่ยมองไปยังเงินจำนวนมาก ดวงตาของเขาเป็นประกายและเริ่มหัวเราะขึ้นมาพลางเอ่ยว่า “ท่านพี่ขอรับ เช่นนี้ต่อไปพวกเราจะรวยกันแล้ว ฮ่า ๆ”
ซ่งชิงหลันเอ่ยอย่างแน่วแน่ว่า “หากอยากจะมีชีวิตที่สุขสบาย เราทุกคนก็ต้องช่วยกันตั้งใจทำงานต่อไป”
ซ่งชิงตงพยักหน้า “ท่านพี่ ข้าคิดว่ามันเผาของท่านอร่อยมาก หากแต่กว่าจะได้แต่ละเตาก็ใช้เวลาค่อนข้างนาน”
ดวงตาของพี่สาวมองน้องชายคนโตอย่างชื่นชม เขาเป็นคนมีหัวการค้าไม่เบาเลยจริง ๆ
“ชิงตง เจ้าพูดถูก ข้าก็คิดเช่นเดียวกับเจ้า เพราะเช่นนั้นข้าเลยวางแผนจะทำเตาเพิ่มอีกหนึ่งเตาในช่วงบ่ายนี้”
นางจะต้องทำงานให้หนักขึ้น เพื่อช่วยชิงหนานให้ได้เร็วที่สุด
“ท่านพี่ ปล่อยให้งานในร้านเป็นหน้าที่ของพวกเราเถิดขอรับ ส่วนท่านก็เอาเวลาไปทำเตาเพิ่มดีกว่า” สามพี่น้องความเห็นตรงกัน
“ได้ เช่นนั้นเอาตามที่เจ้าว่า ส่วนตอนนี้ข้าจะกลับไปทำอาหารก่อน”
ซ่งชิงหลันออกจากร้านไปเพียงไม่นาน ก็พบอู่ต้าหย่งที่อยู่ตรงมุมถนน เขาเองก็กำลังจะไปพักหลังเลิกจากกะของตนเอง
หญิงสาวรีบก้มหน้ามองพื้นแสร้งทำเป็นไม่เห็นเขา
หากแต่เป็นทหารหนุ่มที่เข้ามาหยุดนางเอาไว้ “แม่นางซ่ง”
“ท่านพี่อู่ ท่านกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ เรื่องเมื่อเช้าต้องขอบคุณท่านมาก เพราะได้ท่านช่วย มันเผาร้านเราถึงได้ขายดิบขายดีเช่นนี้”
ว่ากันตามตรงแล้ว เพราะความช่วยเหลือจากเหล่าเจ้าหน้าที่ ทำให้ร้านของนางจึงขายของได้อย่างราบรื่นมาโดยตลอด
อู่ต้าหย่งเกาท้ายทอยอย่างเขินอายแล้วหัวเราะออกมา เพราะทำอะไรไม่ถูก “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้าหรอก มันเผาของเจ้าอร่อยจริง ๆ เพียงแต่…”
ชายหนุ่มหยุดกะทันหันอย่างลังเล ว่าจะเอ่ยสิ่งที่คิดออกไปดีหรือไม่… “เจียนปิ่งของเจ้าก็ขายดีมากอยู่แล้ว เหตุใดเจ้าถึงได้เอามันเผามาขายอีกเล่า”
ซ่งชิงหลันยิ้ม และเริ่มขยายความสิ่งที่เขากำลังจะถาม “ท่านอยากรู้ว่า เหตุใดข้าจึงรีบหาเงินหรือเจ้าคะ”
อู่ต้าหย่งพยักหน้าอย่างเขินอาย
นางไม่ได้ถือสาอะไรเขา และตอบอย่างตรงไปตรงมา “บ้านเรายากจนมาก สำหรับข้าแล้ว เรื่องเงินเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด หากไม่มีเงิน พวกเราก็ไม่รู้จะอยู่กันต่อไปอย่างไร”
ระหว่างที่คุยกัน ทั้งคู่ก็เดินมาถึงตรอกหย่งเหอแล้ว
ที่นี่คือตรอกที่มีคนยากจนอาศัยอยู่มากที่สุดในเมืองหลวง แน่นอนว่าไม่ใช่ที่อยู่อาศัยของคนอย่างเจ้าหน้าที่อู่แน่นอน
ซ่งชิงหลันสบตาชายหนุ่มแล้วเอ่ยต่อเขา “ท่านพี่อู่ ถึงบ้านข้าแล้ว ท่านรีบกลับไปพักผ่อนเถิดเจ้าค่ะ”