ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 50 กินเจียนปิ่งแล้วปวดท้อง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 50 กินเจียนปิ่งแล้วปวดท้อง
ตอนที่ 50 กินเจียนปิ่งแล้วปวดท้อง
ซ่งชิงหลันทำงานอย่างหนักตั้งแต่เช้าจรดค่ำทุกวัน เพื่อสะสมเงินให้ได้มากขึ้น แม้ว่าจะเหนื่อยยาก หากแต่รู้สึกอิ่มเอมใจและเต็มไปด้วยความหวัง
วันนี้หวังกุ้ยเจ้าของร้านตีเหล็กตื่นขึ้นมาทำงานแต่เช้าเหมือนอย่างเคย
เขากำลังจะออกไปธุระที่นอกเมือง เพื่อซื้อของที่ใกล้จะหมดสำหรับทำงานตีเหล็กในร้าน
ร่างใหญ่ออกไปจากร้านอย่างเงียบ ๆ เพราะอยากให้ชิงหนานหลับต่ออีกหน่อย
เนื่องจากเขามองอีกฝ่ายเป็นดั่งน้องชายของภรรยาในอนาคต เพราะอยากแต่งงานกับซ่งชิงหลัน จึงพยายามสร้างความประทับใจให้แก่ตระกูลซ่งของนาง
มีคนจำนวนไม่น้อยที่กำลังรอออกไปนอกเมือง และนั่นทำให้เขาได้พบกับร้านอาหารเช้าของพี่น้องตระกูลซ่งที่เต็มไปด้วยลูกค้าต่อแถวรอซื้อระหว่างทาง
ขายสิ่งใดกันนี่ เหตุใดคนจึงเยอะถึงเพียงนี้
คิดใจในพลางตรงเข้าไปดูด้วยความอยากรู้
หากแต่เมื่อเห็นว่าคนขายเป็นใคร หวังกุ้ยก็ชะงักงัน นั่นมันซ่งชิงหลันไม่ใช่หรือนี่
เขาคว้าตัวคนที่เพิ่งซื้อเจียนปิ่งจากร้านของนางเข้ามาถามด้วยรอยยิ้ม “พี่ชาย อาหารร้านนี้อร่อยมากหรือ เหตุใดคนถึงต่อแถวยาวเช่นนี้”
ชายคนนั้นมองหวังกุ้ยด้วยสายตาแปลก ๆ “แน่นอนสิ เจียนปิ่งของตระกูลซ่งนี่อร่อยที่สุด เจ้าไม่รู้หรือ มาจากนอกเมืองหรืออย่างไร”
หวังกุ้ยยิ้มที่มุมปากด้วยท่าทางเขินอาย “แล้วนี่ มีคนเข้าแถวยาวเช่นนี้ทุกวันหรือแค่วันนี้กันเล่า”
“อืม… วันนี้ก็ถือว่าไม่น้อยนะ แต่วันก่อนคนมากกว่านี้อีก”
หวังกุ้ยได้ยินเช่นนั้นก็ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
เขาคิดถึงข้อมูลที่รู้มาว่าเจียนปิ่งนั้นราคาสิบเหรียญ ส่วนมันเผาหัวละห้าเหรียญ
เมื่อดูจากจำนวนคนที่ต่อแถวรออยู่ หัวใจของเขาก็พลันเย็นยะเยือก
ร้านอาหารของซ่งชิงหลันขายดีมากจริง ๆ อีกไม่นานนางคงเอาเงินสามสิบตำลึงมาไถ่ตัวน้องชายไปได้แน่
หากเป็นเช่นนี้แผนการที่จะทำให้นางยอมแต่งงานมาเป็นอนุภรรยา[1]* เพราะฐานะที่ยากจนก็คงล่มไม่เป็นท่าอย่างแน่นอน
ไม่มีทาง เขาไม่จะไม่ยอมให้มันเป็นเช่นนั้นไปได้หรอก
ซ่งชิงหลันที่ทั้งงดงามและสดใส เมื่อเทียบกับนางเสือโคร่งที่บ้านของเขาแล้ว ช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว
เมื่อเขาหมายมั่นปั้นมือว่าจะร่วมเตียงเคียงหมอนกับนางแล้ว
หมูอยู่ในอวยเช่นนี้จะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไรเล่า
หวังกุ้ยยอมไม่ได้จริง ๆ
เขาต้องหาทางไม่ให้ซ่งชิงหลันมาไถ่ตัวน้องชายกลับไปได้เสียแล้ว
ในตอนนั้นเองสมองของช่างตีเหล็กพลันมีความคิดบางอย่างเกิดขึ้น ในที่สุดก็มีแผนแล้ว เมื่อคิดเช่นนั้นก็บังเกิดเสียงหัวเราะอย่างพออกพอใจที่ฟังดูชอบกลดังขึ้น
เขาลืมเรื่องธุระนอกเมืองไปเสียสิ้น หันหลังตรงกลับบ้านทันที
เช้าตรู่ของวันถัดมา หวังกุ้ยพาคนหลายคนไปที่ประตูเมือง
สั่งให้คนเหล่านั้นแยกย้ายกันไปต่อแถวซื้อเจียนปิ่งที่ซ่งชิงหลันขาย
ส่วนตนเองก็หลบซุ่มแอบมองอยู่
คนเหล่านั้นเข้าไปต่อแถวอย่างเงียบ ๆ และซื้อเจียนปิ่งไปในที่สุด
พวกเขามองหน้ากันจากนั้นแล้วกินเจียนปิ่งพร้อมกัน
จากนั้น คนหนึ่งก็ล้มลงกับพื้น แล้วทุกคนก็เริ่มทรุดตัวลงพร้อม ๆ กัน
คนเหล่านั้นดิ้นไปดิ้นมา ส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวด “โอ๊ย… ปวดท้อง ปวด เหตุใดข้าถึงปวดท้องหลังจากกินเจียนปิ่ง”
“โอ๊ย ข้าก็เหมือนกัน”
“ใช่ ๆ กินแล้วจะตายหรือไม่”
“เจ้า เหตุใดยังจะซื้อเจียนปิ่งนั่นอีก อยากจะตายหรืออย่างไร”
…
ซ่งชิงหลันมองคนเหล่านั้นอย่างเป็นกังวล นางเดินออกจากร้านมาตรวจสอบทันที
“พี่ชาย ท่านแน่ใจหรือว่าปวดท้องเพราะเจียนปิ่งของร้านเราจริง ข้าเป็นคนทำมาหากิน อย่าใส่ร้ายกันเลย”
“โอ๊ย นี่เจ้าก็เห็นอยู่เต็มตา ข้าปวดท้องจนลุกไม่ขึ้นเพราะอาหารที่เจ้าทำ”
“ถูกต้อง! ข้าด้วย”
“หากเจ้าบอกว่าไม่ใช่เพราะเจียนปิ่งของเจ้า แล้วเหตุใดพวกเราถึงได้ปวดท้องเหมือน ๆ กันได้เล่า”
“อาหารของเจ้าต้องมีอันใดผิดปกติเป็นแน่ แล้วเหตุใดยังจะกล้ามาเถียงอีก”
…
หลังจากนั้นก็เกิดความโกลาหลขึ้นมาระลอกหนึ่ง หลายคนที่กำลังยืนต่อแถวซื้อเจียนปิ่งอยู่ก็เริ่มเปลี่ยนใจ
ในฐานะคนจากโลกอนาคต ซ่งชิงหลันรู้เป็นอย่างดีเกี่ยวกับผลกระทบจากความคิดเห็นของลูกค้า
นางยังคงอธิบายอย่างแน่วแน่กับพวกเขา “พี่น้องทุกท่าน ก่อนหน้าที่ท่านจะมา เราขายเจียนปิ่งไปมาก และทุกคนก็สบายดีหลังจากที่กินมัน แล้วเหตุใดถึงได้เกิดปัญหากับพวกท่านได้”
“ข้าพอมีทักษะทางการแพทย์อยู่บ้าง อยากจะขอลองจับชีพจรของท่านดูว่าอาการปวดท้องเกิดจากเหตุใด”
ซ่งชิงหล่นว่าพลางยื่นมืออกไปขอจับชีพจร
คนเหล่านั้นแสดงอาการมีพิรุธออกมาทันที พวกเขาเก็บมือตัวเองกลับ ม้วนตัวไปมาท่าทางเจ็บปวดแล้วร้องตะโกน “โอ๊ย ปวดท้อง ปวดมาก”
“เจ้ากล้าเอาของเช่นนี้มาขายให้เรากินได้อย่างไร แล้วยังปล่อยให้เราต้องทรมานเช่นนี้อีก”
“ถูกต้อง แล้วยังจะมาหาว่าเราโกหกอย่างนั้นหรือ”
…
การแสดงของพวกเขาช่างน่าทึ่ง ทั้งใบหน้าซีดเซียวและเหงื่อที่ไหลซึมออกมา ท่าทางราวกับเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ชาวบ้านรอบ ๆ เริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมา
“อืม… รู้สึกปวดท้องขึ้นมานิดหน่อย”
“แปลก เหตุใดข้าเองก็ปวดท้อง”
“เจียนปิ่งนั่น ไม่ได้มีอันใดผิดปกติจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
“ข้ากลับก่อนดีกว่า วันนี้ไม่กินก็แล้วกัน”
“รอข้าด้วย ข้าก็จะกลับด้วย”
ซ่งชิงตง ซ่งชิงซี ซ่งชิงเป่ย รีบออกมาจากร้านอย่างรีบร้อน พยายามห้ามลูกค้าที่กำลังจะจากไป “อาหารของเราไม่มีปัญหาใดจริง ๆ นะขอรับ”
“อย่าเพิ่งไปเลยขอรับ”
…
ซ่งชิงหลันลุกขึ้นยืนเต็มความสูง มองคนรอบ ๆ ด้วยสีหน้าจริงจัง แล้วถามว่า “พวกท่านเป็นลูกค้าประจำของเรามาตลอด ย่อมรู้ดีว่าอาหารของร้านเราไม่เคยมีปัญหาใดมาก่อน”
“ข้ารับประกันได้เลยว่าเจียนปิ่งของเราทุกชิ้นมีคุณภาพดีอย่างแน่นอน”
คำพูดของซ่งชิงหลันฟังดูน่าเชื่อถือมาก หากแต่ก็ยังมีสายตาหลายคู่ที่มองมาด้วยความสงสัย ต่อให้น่าเชื่อถือเพียงใดก็ยังโน้มน้าวพวกเขาไม่ได้
นางเริ่มไม่รู้ว่าจะต้องอธิบายอย่างไรดี ในเมื่อมันดูไร้ประโยชน์ไปเสียหมด
ตอนนั้นเองที่อู่ต้าหย่งเข้ามาพร้อมกับหวังจู้
สีหน้าของเขาไม่สบอารมณ์ และตะโกนใส่คนสองสามคนที่กำแสร้งทำเป็นปวดท้อง “พวกเจ้าทำอันใดกันอยู่”
คนเหล่านั้นเห็นว่าอู่ต้าหย่งเป็นเจ้าหน้าที่ และสวมเครื่องแบบของราชการ พวกเขาก็เริ่มหวาดกลัว
หากแต่เมื่อนึกถึงเงินที่หวังกุ้ยสัญญาว่าจะจ่าย คนเหล่านั้นก็พากันเอาความกล้าออกมาแล้วเล่นละครต่อไป
“นายท่านขอรับ ท่านมาพอดี ท่านต้องช่วยพวกเรานะขอรับ พวกเรากินเจียนปิ่งของนางไปไม่เท่าไรก็ปวดท้องมาก ท่านต้องช่วยตัดสินเรื่องนี้ให้เราทีเถิด”
อีกหลายคนก็พูดขึ้นเช่นกัน “ใช่ พวกเราก็ปวดท้องเช่นกันขอรับ”
อู่ต้าหย่งไม่ได้ขยับเขยื้อนกายไปไหน เพียงมองคนเหล่านั้นอย่างเย็นชาและพูดว่า “วันนี้เจ้าหน้าที่ดูแลประตูเมืองทุกคนกินอาหารของแม่นางซ่งด้วยเช่นกัน พวกข้าทุกสบายดีหลังจากกินเข้าไป แล้วเหตุใดพวกเจ้าถึงได้ปวดท้องหลังจากกินได้เล่า”
“ถูกต้อง” หวังจู้ยืนยัน มองพวกเขาอย่างจับผิด “พวกเจ้าไม่ได้ไปกินของสกปรกที่อื่นมาก่อน แล้วจงใจมาที่นี่เพื่อใส่ร้ายแม่นางซ่งใช่หรือไม่”