ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 51 ท่านพี่อู่ ต้องขอบคุณท่านแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 51 ท่านพี่อู่ ต้องขอบคุณท่านแล้ว
บทที่ 51 ท่านพี่อู่ ต้องขอบคุณท่านแล้ว
อู่ต้าหย่งพูดด้วยใบหน้าเย็นชา “ไม่ต้องพูดอันใดให้มากความ เพียงแค่พาตัวพวกเขาไปสอบสวน ประเดี๋ยวเรื่องทั้งหมดก็คงจะกระจ่างขึ้นเอง”
แม้ว่าคนเหล่านี้จะเห็นแก่เงินค่าจ้าง แต่นั่นก็ไม่ได้มากพอที่จะทำให้ต้องยอมเกิดเรื่องราวทั้งหมดถึงขั้นติดคุก
เหล่านักแสดงจึงมองหน้ากันไปมาท่าทางลังเลใจ และในที่สุดก็ยอมล่าถอยด้วยการยืนขึ้นจากพื้น
“นายท่าน ข้าหายปวดท้องแล้ว”
“ใช่ ๆ ดูเหมือนข้าจะไม่เป็นอันใดแล้วขอรับ”
“เอ่อ มันคงเป็นเรื่องเข้าใจผิดกัน ข้า…ข้าขอตัวก่อนนะขอรับ”
หลายคนทำท่าจะวิ่งหนี หากแต่ซ่งชิงซีรีบตะโกนขึ้นเสียงดัง “ท่านพี่อู่ อย่าปล่อยให้หนีไปนะขอรับ เหมือนจะมีคนจงใจใส่ร้ายพวกเรา”
อู่ต้าหย่งจึงรีบพยักหน้าให้หวังจู้ทันที
ทั้งสายตาเฉียบคม ทั้งการเคลื่อนที่ว่องไว ซ้ำยังมีทักษะการต่อสู้ที่ไม่เป็นรองใคร สามารถจัดการคนเหล่านั้นให้หมอบราบกับพื้นด้วยการโจมตีเพียงครั้งสองครั้งเท่านั้น
หวังจู้กล่าวเย้ยหยัน “พวกเจ้านี่พอเห็นท่าไม่ดีก็คิดจะหนีไปง่าย ๆ อย่างนั้นหรือ”
อู่ต้าหย่งไร้ซึ่งความปรานี ยกเท้าขึ้นเหยียบหนึ่งในคนร้ายให้หมอบอยู่กับพื้น พลางถามด้วยน้ำเสียงเย็นชา “บอกข้าเสีย ผู้ใดส่งพวกเจ้ามาทำเรื่องเช่นนี้กัน”
“นายท่าน โปรดอภัย… พวกเราไม่ได้ถูกผู้ใดส่งมาขอรับ… พวกเราแค่…”
อู่ต้าหย่งเพิ่มน้ำหนักที่เท้าของตนเอง เหยียบไปบนร่างนั้นให้แรงขึ้นอีก “ข้าจะให้โอกาสเจ้าตอบอีกครั้ง… จะบอกมาดี ๆ หรือจะรอให้พูดไม่ออกหลังจากนี้กันเล่า”
หวังจู้เหยียดยิ้ม “ท่านหัวหน้า ข้าว่า จับพวกมันไปทรมานที่ศาลาว่าการเถิด ประเดี๋ยวก็คงยอมเปิดปากเองขอรับ”
ทันทีที่ได้ยินว่าตนเองกำลังจะถูกจับไปศาลาว่าการ คนเหล่านั้นก็พากันตื่นตระหนกโดยพลัน
“นายท่าน… อย่า อย่าส่งเราไปที่ศาลาว่าการนะขอรับ ข้าบอกแล้ว ข้ายอมบอกท่านทุกอย่างเลย”
หวังจู้เตะพวกมันหนึ่งที “ไอ้สารเลว ตอนทำไม่รู้จักกลัว ทีเช่นนี้รีบกลัวขึ้นมา บอกมาเร็ว ผู้ใดบงการให้พวกเจ้ามา”
“เป็น… เป็นหวังกุ้ย เจ้าของร้านตีเหล็กขอรับ เขาให้เงินเราคนละหนึ่งตำลึงเพื่อมาใส่ร้ายร้านของแม่นางซ่ง”
หวังกุ้ยเจ้าของร้านตีเหล็ก?
เมื่อได้ยินคำสารพภาพนั้น ในใจของซ่งชิงหลันก็เต้นโครมครามขึ้นมาโดยพลัน
ทันใดนั้น เจ้าคนอยู่เบื้องหลังที่เพิ่งจะถูกซัดทอดก็กำลังวิ่งหนีอยู่ไม่ไกล หากแต่มีชาวบ้านคนหนึ่งสังเกตเห็นเข้าจึงรีบตะโกนออกมา “นั่น! หวังกุ้ยอยู่ตรงนั้น มันกำลังจะหนีไปแล้ว!”
อู่ต้าหย่งละจากคนร้ายที่อยู่ใต้เท้าตนเอง แล้วรีบออกวิ่งตามเจ้าคนบงการไป หากแต่กลับถูกซ่งชิงหลันห้ามเอาไว้เสียก่อน นางรีบพูดขึ้นว่า “ท่านพี่อู่ อย่าตามเขาไปเลยเจ้าค่ะ”
อู่ต้าหย่งขมวดคิ้ว มองหญิงสาวด้วยความสงสัย
เมื่อเห็นท่าทางจริงจัง และแววตาเคร่งเครียดของนาง เจ้าหน้าที่หนุ่มก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “เพราะเหตุใดกัน”
อู่ต้าหย่งทอดถอนหายใจ ชี้ไปที่คนร้ายซึ่งนอนอยู่ที่พื้น แล้วถามความเห็นของนาง “แม่นางซ่ง แล้วเจ้าจะให้ข้าทำอย่างไรกับคนเหล่านี้”
คนเหล่านั้นรีบพากันร้องขอความเมตตาจากนางทันที
“พวกเราแค่อยากได้เงินเท่านั้น มิได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด แม่นางซ่ง ปล่อยพวกเราไปเถิดขอรับ”
“ใช่แล้วแม่นางซ่ง ทุกวันนี้พวกเราอดอยาก เงินก็ไม่ได้หากันง่าย ๆ ก็เลยหลงผิดไป”
“ข้า… ข้ายังมีภรรยาและลูก ๆ ซ้ำยังมีคนชราที่บ้านต้องดูแล ถ้าถูกจับไป คนในบ้านข้าจะอยู่อย่างไรขอรับ”
“แม่นางซ่ง ได้โปรดปล่อยเราไป พวกเราสาบาน เราจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วขอรับ”
ในยามนี้ ในหัวของซ่งชิงหลันกลับเต็มไปด้วยความเป็นห่วงน้องชาย นางกลัวว่าซ่งชิงหนานจะถูกหวังกุ้ยรังแกมากกว่าเรื่องตรงหน้าเสียอีก
นางไม่ได้สนใจสิ่งที่คนเหล่านี้พูดเลยแม้แต่น้อย
หญิงสาวเพียงตอบนิ่ง ๆ “ท่านพี่อู่ ปล่อยพวกเขาไปเถิดเจ้าค่ะ มันไม่เกี่ยวอันใดกับพวกเขา”
หวังจู้ถึงกับยกนิ้วให้เถ้าแก่เนี้ยสาว และเอ่ยชมอย่างติดตลกว่า “แม่นางซ่ง เจ้านี่ราวกับพระโพธิสัตว์จริง ๆ ตอบแทนคนชั่วด้วยความเมตตา”
อู่ต้าหย่งหันไปส่งสายตาตำหนิลูกน้อง “เจ้าพูดมากเกินไปแล้ว!”
จากนั้นเขาก็พยักหน้ากับซ่งชิงหลัน “เอาเถิด ในเมื่อแม่นางว่าเช่นนั้นข้าก็จะปล่อยพวกมันไปตามที่เจ้าต้องการ”
หวังจู้ยกเท้าเตะคนร้ายอีกหนึ่งครั้ง “รีบไสหัวไปประเดี๋ยวนี้ จะอยู่ให้รกหูรกตาหรือไร!”
“เอาเถิด ไปได้แล้ว รีบไปเสีย”
“ขอบคุณขอรับนายท่านทั้งสอง”
อู่ต้าหย่งยังมีท่าทางแข็งกร้าว “พวกเจ้าขอบคุณผิดคนแล้ว ไปขอบคุณแม่นางซ่งโน่น”
“ใช่ ๆ แม่นางซ่งใจดีราวกับพระโพธิสัตว์เดินดิน ไม่ถือสาหาความกับพวกเราที่โง่เขลามาล่วงเกิน”
“แม่นางซ่ง ท่านช่างเป็นคนดีเหลือเกิน เป็นพวกเราที่ตามืดบอด หลงเชื่อคำยุยงของหวังกุ้ย จนมาทำเรื่องโง่ ๆ เช่นนี้”
….
เจ้าพวกคนพาลจากไปแล้ว ความเข้าใจผิดทั้งหมดได้รับการแก้ไข เหล่าลูกค้าก็ยังคงต่อแถวซื้อเจียนปิ่งตามความตั้งใจของเดิมของพวกเขา
ซ่งชิงตงมองไปที่น้องชายทั้งสองแล้วออกคำสั่ง “ไป ๆ ไปทำงานกันต่อเถิด”
หวังจู้เองก็รู้จังหวะเช่นกัน เขาจึงรีบออกปากกับหัวหน้า “ท่านหัวหน้า ข้ากลับไปทำงานก่อนนะขอรับ”
นั่นจึงทำให้อู่ต้าหย่งและซ่งชิงหลันได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันสองต่อสอง
บรรยากาศระหว่างหนุ่มสาวทั้งสองค่อนข้างลึกซึ้ง ซ่งชิงหลันเริ่มทำลายความเงียบระหว่างทั้งคู่ขึ้นมาก่อน “ท่านพี่อู่ ต้องขอบคุณท่านแล้ว หากไม่ได้ท่านออกมาช่วย ร้านของเราคงล่มจมเป็นแน่”
อู่ต้าหย่งยิ้มรับอย่างเขินอาย “แม่นางซ่ง ไม่ต้องพูดถึงเรื่องนั้น มันเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เช่นข้าอยู่แล้ว ปกป้องความปลอดภัยของประชาชนรอบ ๆ ประตูเมือง”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ถึงอย่างนั้น ข้าก็ยังอยากจะขอบคุณท่านอยู่ดีเจ้าค่ะ”
ในยุคสมัยนี้ เป็นสังคมของชนชั้นวรรณะ อำนาจปกครองเป็นของจักรพรรดิและชนชั้นขุนนาง ถึงจะร่ำรวยแต่จำต้องมีอำนาจบารมีจึงจะอยู่รอดปลอดภัย นางจึงรู้สึกขอบคุณเขาและบรรดาลูกน้องเขาอย่างมากที่คอยให้ความช่วยเหลือตนเสมอมา
อู่ต้าหย่งขมวดคิ้วขึ้นอีกครั้ง ท่าทางกังวลไม่น้อย “แม่นางซ่ง มีเรื่องอันใดระหว่างเจ้ากับหวังกุ้ยคนนั้นหรือไม่ เหตุใดชายผู้นั้นถึงได้มาหาเรื่องเจ้าเช่นนี้ ถ้ามีเรื่องใดที่ข้าพอจะช่วยได้…”
“อย่าเลยเจ้าค่ะ” ไม่ทันที่อู่ต้าหย่งจะเอ่ยจนจบประโยค นางก็รีบปฏิเสธขึ้นมา
เพราะซ่งชิงหนานยังอยู่ในเงื้อมมือของหวังกุ้ย นางจึงไม่อยากจะให้เรื่องราวมันวุ่นวายใหญ่โตไปมากกว่านี้
นางจึงทำได้เพียงยิ้มให้เขา “ทุกอย่างเป็นเพราะความไม่พอใจส่วนตัว ข้าจึงไม่กล้าจะรบกวนเจ้าหน้าที่อย่างท่านอีกแล้วเจ้าค่ะ”
เมื่อได้ยินซ่งชิงหลันพูดถึงขนาดนี้แล้ว แม้ว่าเขาจะอยากช่วยเหลือนางเพียงใด เขาก็ไม่สามารถพูดอะไรไปมากกว่านี้ได้
เจ้าหน้าที่หนุ่มเพียงพยักหน้ารับแล้วเอ่ยว่า “เอาเถิด หากเจ้ามีเรื่องใดอยากให้ข้าช่วย ก็บอกข้าได้เสมอ”
“เจ้าค่ะ ขอบคุณท่านพี่อู่มากจริง ๆ ข้าคงต้องไปทำงานต่อเสียแล้ว”
“ได้” อู่ต้าหย่งพยักหน้ารับอย่างเขินอาย “ข้า… ข้าก็ต้องกลับไปทำงานแล้วเช่นกัน”
ทันทีที่อู่ต้าหย่งกลับมาที่ประตูเมือง หวังจู้ก็อดไม่ได้ที่จะขยับตัวเข้าขยิบตาให้หัวหน้า และเอ่ยหยอกล้อเขา “ท่านหัวหน้า ท่านกับแม่นางซ่งมีเรื่องอันใดต้องคุยกันนานถึงเพียงนั้นเชียวหรือขอรับ รับบทวีรบุรุษปกป้องสตรีงามอย่างนั้นหรือ ได้ใกล้ชิดกับแม่นางแล้วสัญญาจะปกป้องนางทำนองนั้น…”
อู่ต้าหย่งถลึงตามองเจ้าลูกน้องพูดมาก แต่ในใจก็ยังคงเบิกบาน “เหตุใดเจ้าตึงชอบพูดจาไร้สาระอยู่ได้ทุกวันกัน”
หวังจู้ยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ “ไร้สาระตรงไหนกันขอรับ ท่านไม่รู้ใจตัวเองจริง ๆ งั้นหรือท่านหัวหน้า”
“พอแล้ว! เลิกยุ่งไม่เข้าเรื่องเสียที! ข้ามีเรื่องให้เจ้าจัดการสักหน่อย”
“ว่ามาได้เลยขอรับ”
ใบหน้าของอู่ต้าหย่งมืดครึ้มลงและกล่าวอย่างอย่างจริงจัง “หวังกุ้ย ที่พวกนั้นพูดถึง เจ้าไปสืบมาทีว่ามันเป็นใครมาจากไหน”
หวังจู้หัวเราะเบา ๆ “ท่านหัวหน้า นี่ท่านช่วยแม่นางซ่งอีกแล้วนะขอรับ”
“บอกให้ไปทำก็ทำเถอะน่า ! อย่าไร้สาระให้มากนักนะ”
“ขอรับ ๆ ข้าเข้าใจแล้ว”