ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 483 จะทำอย่างไรดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 483 จะทำอย่างไรดี
บทที่ 483 จะทำอย่างไรดี
แม่นางหงรู้สึกประหลาดใจกับความกล้าหาญและไม่รู้จักกลัวของอีกฝ่าย นางแสยะยิ้มมุมปากขึ้นเล็กน้อยกลับไปให้ซ่งชิงหลัน
จากนั้นก็ปิดหน้าต่าง ตัดขาดสายตาของทั้งสองคนที่ประสานกัน
เหล่าเฮยมองใบหน้าเย็นชาของนาง อดไม่ได้ที่จะกังวลขึ้นมา “แม่นางหง เป็นเช่นนี้แล้วเราจะทำอย่างไรเล่า วันนี้ภัตตาคารอี่หงของเราไม่มีลูกค้าเลยสักคน พวกเขาล้วนไปซื้อขนมไหว้พระจันทร์ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายหมดแล้ว ท่านว่าขนมไหว้พระจันทร์นั้นอร่อยเพียงนั้นเลยหรือขอรับ ภัตตาคารขายขนมไหว้พระจันทร์ นี่มันเรื่องอันใดกัน”
แม่นางหงถลึงตามองเขาอย่างเย็นเยียบ “ไม่เกี่ยวว่านางจะขายอันใด คนเขาเรียกลูกค้าเอาไว้ได้ เช่นนั้นนั่นก็คือความสามารถของนาง ไป ข้าเองก็จะลงไปดูบ้าง”
ซ่งชิงหลันเห็นว่าแม่นางหงถอยทัพไปหลังจากปิดหน้าต่าง ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ‘อยากจะจัดการกับข้า ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นหรอกนะ’
นางเรียกหวงเสี่ยวโต้วที่อยู่ด้านหนึ่ง “เสี่ยวโต้ว เจ้าไปเอาขนมไหว้พระจันทร์คละรสมาห้ากล่อง”
“อ้อ ได้ขอรับ”
เพียงไม่นาน หวงเสี่ยวโต้วหยิบของออกมา เขามองซ่งชิงหลันแล้วเอ่ยถาม “พี่ชิงหลัน นี่จะเอาไปไหนหรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้มบาง “ไปภัตตาคารอี่หงกับข้า”
“ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ พี่ชิงหลัน ท่าน… ท่านไม่ได้เข้าใจผิดใช่หรือไม่” หวงเสี่ยวโต้วที่ได้ยินเบิกตากว้างโดยพลัน เขาไม่ได้ฟังผิดใช่หรือไม่ พี่ชิงหลันจะนำของดี ๆ ไปให้ศัตรูแย่ ๆ อย่างพวกนั้นน่ะหรือ นี่จะเล่นลูกไม้อันใดกัน
ซ่งชิงหลันเห็นเขาตะลึงไปไม่ขยับ ก็เอ่ยออกมา “เจ้ายังจะมัวตกใจอันใด ไปกันเถิด”
พูดจบ นางเดินนำหน้าไปยังฝั่งตรงข้าม
ภัตตาคารอี่หงในวันนี้เงียบเหงาลงมาก ในโถงกลางที่ยิ่งใหญ่นี้ มีเพียงหญิงสาวไม่กี่คนที่เต้นระบำอยู่อย่างโดดเดี่ยว
ในตอนนั้นเอง แม่นางหงและเหล่าเฮยเดินลงมาจากบนบันได
ทว่าเมื่อเห็นซ่งชิงหลัน นางก็ผงะไป ในดวงตามีแววความเย็นชาฉายออกมา แต่ไม่นานนางก็เก็บซ่อนมันเอาไว้
นางบิดเอวอ้อนแอ้นเดินมาตรงหน้าซ่งชิงหลัน “โอ้ นี่มันแม่นางซ่งไม่ใช่หรือ เหตุใดจึงมีเวลามาหาข้าถึงที่ได้เล่า”
ซ่งชิงหลันแสร้งยิ้มแล้วกล่าวตอบ “วันนี้ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราเปิดขายขนมไหว้พระจันทร์ ข้าคิดว่าร้านฝั่งตรงข้ามเองก็เป็นเพื่อนบ้านของเรา จึงได้เอาบางส่วนมาให้พวกท่านได้ชิมเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางส่งสายตาไปให้หวงเสี่ยวโต้ว
หวงเสี่ยวโต้วเข้าใจในทันที ยกขนมไหว้พระจันทร์ห้ากล่องเดินหน้าไป
แม่นางหงแสร้งยิ้มเช่นกัน “แม่นางซ่งช่างเกรงใจกันเกินไปแล้ว ในเมื่อเจ้านำมาให้ถึงที่ หากข้าไม่รับไว้ก็คงดูเหมือนข้าใจแคบ ต้องขอบคุณแม่นางซ่งมากที่นำของขวัญในเทศกาลไหว้พระจันทร์มาให้”
นางส่งสายตาไปให้เหล่าเฮยที่อยู่ด้านหลัง
เหล่าเฮยเดินหน้าไปรับขนมไหว้พระจันทร์จากมือของหวงเสี่ยวโต้ว
การทักทายโดยผิวเผินจบลง ซ่งชิงหลันเองก็ไม่ได้อยู่ต่อ
นางยิ้ม “วันนี้ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรายุ่งมาก ข้าคงไม่ขอเชิญแม่นางหงไป อย่างนั้นข้าขอกลับก่อนเจ้าค่ะ”
แม่นางหงเองก็ยิ้มแล้วกล่าวตอบ “ได้สิ เจ้าไปทำงานเถิด กลับดี ๆ ข้าไม่ไปส่งนะ”
กระทั่งเห็นว่าร่างของซ่งชิงหลันหายไปจากสายตา รอยยิ้มบนใบหน้าแม่นางหงพลันหายไป เปลี่ยนเป็นสีหน้าที่โกรธเกรี้ยว
เฮอะ! ทำเป็นพูดจายิ่งใหญ่ นี่เพียงแค่มาโอ้อวดไม่ใช่หรือ!
ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะยโสไปได้อีกนานเท่าไร
ยิ่งแม่นางหงคิดก็ยิ่งโกรธ จึงตะโกนออกไป “เหล่าเฮย เหล่าเฮยเล่า เหล่าเฮย…”
เมื่อเห็นว่าไม่มีเสียงตอบรับเลย แม่นางหงก็หมุนตัวไป เห็นเหล่าเฮยกำลังกินขนมไหว้พระจันทร์อยู่กับพวกคนงานภัตตาคารอี่หง
“อืม… ขนมไหว้พระจันทร์นี้อร่อยเสียจริง! ไม่แปลกเลยที่มีคนไปกินมากมายเพียงนี้!”
“พูดก็พูดเถิด ก่อนหน้านี้ตอนข้าได้กลิ่นก็คิดแล้วว่าจะต้องอร่อยเป็นแน่ แล้วเป็นเช่นนั้นจริง ๆ!”
“เช่นนั้น อีกเดี๋ยวพวกเราไปซื้อมาหน่อยดีหรือไม่”
“ได้สิ! ภรรยาของข้าชอบกินของหวานที่สุด นางจะต้องชอบกินมากเป็นแน่!”
“อืม… พวกเจ้าอย่ากินเร็วขนาดนั้นสิ เหลือไว้ให้ข้าหน่อย ข้ายังกินไม่อิ่มเลย!”
“ไม่ต้องเครียดไป จะรีบไปไหนกัน ตรงนี้ยังเหลืออีกตั้งหลายกล่อง!”
“ฮิ ๆ ๆ… แม่นางซ่งผู้นี้ช่างแสนดีเสียจริง ยังเอาขนมไหว้พระจันทร์มาให้เราด้วย…”
พูดถึงตรงนี้ ทุกคนก็รู้สึกได้ถึงลมเย็นยะเยือกเข้าใกล้ไม่หยุด ทำให้ความหวาดกลัวจากก้นบึ้งของหัวใจก่อตัวขึ้นมา ไม่มีผู้ใดกล้าหยิบขนมไหว้พระจันทร์เข้าปาก
จากนั้นก็มีเสียงเย็น ๆ ของแม่นางหงดังขึ้นมาจากด้านหลังของพวกเขา “อร่อยหรือไม่”
ทุกคนพยักหน้าโดยไม่ได้นัดหมาย จากนั้นรีบร้อนส่ายหน้า
ในใจแม่นางหงที่กำลังเดือดพล่านด้วยความโกรธไร้ที่ระบาย ตะโกนออกมาเสียงดัง “พวกเจ้าว่างกันเหลือเกินนะ ยังไม่รีบไปทำงานอีก”
ทุกคนรีบยัดขนมไหว้พระจันทร์ในมือเข้าปาก จากนั้นแยกย้ายกันไปราวกับนกแตกรัง
มีเพียงเหล่าเฮยที่ยังอยู่ รอให้ถูกดุด่า
แม่นางหงถลึงตามองชายหนุ่มอย่างโกรธเกรี้ยว “กิน ๆ ๆ รู้จักแต่กิน ไอ้คนไม่รู้ความพวกนั้น แล้วนี่หัวเจ้าก็ถูกลาเตะไปด้วยหรือ ถึงได้มากินขนมไหว้พระจันทร์นี่”
ใจของเหล่าเฮยเต้นดัง ‘ตึกตัก’ ทันที มองแม่นางหงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “แม่นางหง ท่านหมายความว่าขนมไหว้พระจันทร์ของซ่งชิงหลันนี้ถูกวางยาหรือขอรับ”
แต่ว่าพวกเขากินกันไปนานแล้ว ก็ไม่เห็นจะมีปฏิกิริยาอันใดเลยนี่
“ไม่ถึงกับวางยาหรอก” แม่นางหงหรี่ตาลง มองขนมไหว้พระจันทร์ไม่กี่กล่องนั้น อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา “ในเมื่อนางเป็นฝ่ายยื่นโอกาสมาตรงหน้าพวกเราก่อน หากไม่ใช้ คงจะน่าเสียดายเกินไป”
“แม่นางหง ท่านหมายความว่า…”
แม่นางหงพยักหน้า “เจ้าไปหาพ่อครัวของหวานเก่ง ๆ ในเมืองหลวงมาสักสองสามคน ให้พวกเขาทำขนมออกมาให้เหมือนกับของซ่งชิงหลันทั้งหมด นางขายขนมไหว้พระจันทร์ไม่ใช่หรือ เช่นนั้นภัตตาคารอี่หงของเราก็จะขายด้วย!”
แผนการนี้ เหมือนกับครั้งก่อนหน้าที่เลียนแบบรายการอาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลาย
เรื่องการลอกเลียนเช่นนี้ พวกเขาทำกันอย่างเชี่ยวชาญ มีความรู้ในระดับสุดยอด
“ขอรับ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้” เหล่าเฮยพยักหน้า จากนั้นก็จากไป
แม่นางหงมองขนมไหว้พระจันทร์เหล่านั้นแวบหนึ่ง เมื่อพบว่าหลังจากตัดขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นหนึ่งออกไปแล้ว ก็ยังเหลือขนมไหว้พระจันทร์อีกหนึ่งในแปดส่วน
นางขมวดคิ้ว และด้วยความอยากรู้อยากเห็นในใจ จึงได้หยิบขึ้นมากินคำหนึ่ง
รสชาติอันเข้มข้น กลิ่นหอมบริสุทธิ์นั้น ทำให้ต่อมรับรสของนางต้องตะลึงไปในทันที
“สวรรค์! นี่อร่อยเกินไปแล้ว! ซ่งชิงหลันผู้นี้ช่างมีฝีมือยิ่งนัก!”
นางมองไปรอบ ๆ พบว่าทุกคนล้วนทำงานของตนอยู่ ไม่ทันได้สนใจนาง นางก็แอบหยิบขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นหนึ่ง แล้วรีบเดินขึ้นชั้นสองไป
อีกด้าน หวงเสี่ยวโต้วกลับมาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายกับซ่งชิงหลัน
เขาทนความสงสัยไม่ไหว ๆ จึงถามคำถามในใจออกมา “พี่ชิงหลัน ก่อนหน้านี้ท่านปิดเรื่องขนมไหว้พระจันทร์ของเราอย่างแน่นหนาไม่ใช่หรือ เหตุใดตอนนี้จึงเป็นฝ่ายเอาไปให้พวกเขากินก่อนเสียแล้วเล่าขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ก่อนหน้านี้ เราทำเพื่อรักษาความลึกลับ ตอนนี้น่ะ ก็แค่ทำเพื่อให้นางรำคาญเท่านั้น”
เพียงนางนึกถึงสีหน้าอับอายของแม่นางหง ในใจก็สดชื่นขึ้นมา