ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 485 วาดความรักออกมา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 485 วาดความรักออกมา
บทที่ 485 วาดความรักออกมา
ฉูซื่อโม่วรีบตอบกลับ “อ้อ ข้าไปแล้ว ๆ!”
จากนั้น เขาหันหน้ามามองซ่างกวนจิ่งหงด้วยสีหน้าจริงจังแล้วเอ่ยถาม “ท่านรู้หรือไม่ว่าเหตุใด”
“เหตุใดหรือ”
ฉูซื่อโม่วยิ้มด้วยความรักอันล้ำลึก “เป็นเพราะภาพเทพลั่วเสินนั้นข้าวาดด้วยความนึกถึงอู่เชียนเชียน”
ซ่างกวนจิ่งหงอ้าปาก ทันใดนั้นก็เข้าใจบางอย่าง ไม่แปลกใจเลย…
ยามที่ฉูซื่อโม่วเดินไปถึงประตู เขาหันหน้ากลับมากล่าวว่า “ในเมื่อคุณชายซ่างกวนมองความรักในภาพของข้าออก ข้าคิดว่าท่านก็คงจะมีส่วนร่วมกับมันอย่างล้ำลึกเสียแล้ว อย่างที่เขาว่า ในใจมีสิ่งใดก็จะมองเห็นสิ่งนั้น นี่ฟ้ามืดเสียแล้ว พวกข้าขอตัวกลับก่อน ท่านเองก็รีบพักผ่อนเถิด”
ซ่างกวนจิ่งหงพยักหน้า “ราตรีสวัสดิ์คุณชายฉู”
เขามองภาพฉางเอ๋ออย่างละเอียดอีกครั้ง ในหัวหวนนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของฉูซื่อโม่วซ้ำไปซ้ำมา
หลายปีมานี้เขาเอาแต่คิดแต่งกับเยียนหราน ดังนั้นสิ่งที่ฉูซื่อโม่วพูดว่ามีส่วนร่วมอย่างล้ำลึกก็คงจะหมายถึงนางกระมัง
หากแต่เขากลับรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดแปลก
ในตอนนั้นเอง ก็มีเสียงหยอกล้อดังมาข้าง ๆ หู “ฉางเอ๋อในภาพนี้สวยเพียงนั้นเลยหรือ ดูจากที่ท่านมองจนเหม่อ ไม่เข้าใจพวกผู้ชายอย่างพวกท่านจริง ๆ เหตุใดจึงชอบมองภาพหญิงงามเพียงนี้ ช่างฉาบฉวยยิ่งนัก”
ซ่างกวนจิ่งหงหันหน้ามามองอันชิงชิง และส่ายหน้า “เขาเรียกว่าชื่นชมต่างหาก การพิจารณาภาพวาดเป็นเรื่องสูงส่งเพียงนี้ กลับถูกเจ้าเอามาพูดถึงอย่างแปดเปื้อน เจ้านี่เก่งเหลือเกินนะ”
“ท่านพูดเช่นนี้คือชมข้าอยู่หรือ”
“เอ่อ… หากเจ้าอยากจะเข้าใจเช่นนั้น ก็ย่อมได้”
อันชิงชิงมุ่ยปาก กล่าวแขวะอย่างเสียอกเสียใจ “หากท่านชอบดูเพียงนั้น ก็เรียกซือโม่วมาวาดภาพหญิงงามอย่างกู่เยียนหรานให้ท่านสักภาพเสียสิ เช่นนั้นท่านจะได้มองดูนางทั้งวันทั้งคืน และจะได้รู้สึกเจ็บปวดจากความคิดถึง”
ซ่างกวนจิ่งหงอดขมวดคิ้วไม่ได้ “เจ้าพูดเรื่องไร้สาระอันใดอยู่”
“เหตุใดหรือ หรือว่าท่านไม่อยากจะอยู่กับกู่เยียนหรานทุกค่ำวันเล่า”
อันชิงชิงลอบกล่าวในใจ ‘เฮอะ ความคิดนั้นของเจ้า ข้าจะไม่รู้ได้อย่างไร’
หากแต่ซ่างกวนจิ่งหงกลับกล่าวตอบอย่างจริงจัง “หากจะวาด ข้าวาดเองได้ ฝีมือวาดภาพของข้าก็ไม่เลวนะ”
กล่าวจบ เขายังจงใจเลิกคิ้วใส่อันชิงชิง จากนั้นหมุนตัวจากไป
อันชิงชิงแลบลิ้นใส่ด้านหลังของเขา กล่าวเบา ๆ “ชิ มีอันใดให้ภูมิใจนักหนา นี่ จะกลับแล้วไม่ใช่หรือ รอข้าด้วยสิ พวกเราไปด้วยกัน จะได้คุยเรื่องแผนของเราสักหน่อย…”
ยามที่ซ่งชิงหลันกลับมาถึงบ้าน ก็เป็นเวลาดึกดื่นเสียแล้ว ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่หลับไปแล้ว
นางเดินเข้าไปในห้องของพวกเขาเบา ๆ มองเด็กทั้งสองคนที่กำลังหลับอยู่ ช่างนุ่มนิ่มและน่ารักจริง ๆ นางอดไม่ได้ที่จะจูบบนแก้มเล็ก ๆ ของพวกเขาครั้งหนึ่ง จากนั้นย่องเท้าจากไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยใบหน้าอิ่มเอมใจ
ทว่าเพียงปิดประตูแล้วหมุนตัว นางต้องตกใจกับอกแกร่งที่ปรากฏตรงหน้ากะทันหัน
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นไปถลึงตาใส่ไป๋เย่หาน และพยายามลดเสียงลงต่ำ “ท่านทำอันใดน่ะ เดินไปเดินมาก็ไม่มีเสียง ข้าตกใจแทบตาย”
ไป๋เย่หานยิ้มอย่างอบอุ่น ยืดแขนยาวแล้วกอดนางไว้ในอ้อมอก แสร้งทำเป็นกล่าวอย่างจนปัญญา “ช่วยไม่ได้ ดึกดื่นป่านนี้พระชายายังไม่กลับมา ข้าทำได้เพียงออกมาด้วยตนเองนี่สิ”
“วันนี้ภัตตาคารอวิ๋นหลายยุ่งเกินไป หลังจากจบสิ้นทุกอย่าง ทุกคนก็มารวมตัวกันกินอาหาร จึงได้ดึกดื่นน่ะสิ”
เพียงไป๋เย่หานได้ยินก็อดไม่ได้ที่จะเลิกคิ้วกล่าวหยอกล้อ “ฟังพระชายากล่าวเช่นนี้ วันนี้ร้านคงขายดิบขายดี!”
“แน่นอน ไม่ดูหน่อยล่ะว่าข้าเป็นผู้ใด” ซ่งชิงหลันเชิดคางด้วยสีหน้าภาคภูมิ
“ในเมื่อมีความสุขเช่นนี้ ถ้าอย่างนั้น… พวกเรามาฉลองด้วยกันหน่อยเป็นอย่างไร”
“ฉลองหรือ ฉลองอย่างไรเล่า” ซ่งชิงหลันมองเขาอย่างสงสัย
ไป๋เย่หานหรี่ตาเล็กน้อย ที่มุมปากมีรอยยิ้มของปีศาจร้าย ริมฝีปากบางเปิดออกเล็กน้อย กล่าวด้วยน้ำเสียงกระเส่า “พระชายา ข้ารู้ว่าเจ้ารู้”
ซ่งชิงหลันเข้าใจได้ในทันใด ถลึงตามองอีกฝ่าย “ไป๋เย่หาน ท่านจริงจังหน่อยได้หรือไม่!”
“นี่ไม่จริงจังอย่างไร ข้าคิดว่านี่ก็จริงจังมากแล้วนะ”
จากนั้น ทั้งสองคนพูดคุยพลางหัวเราะหยอกล้อ เดินกลับห้องไปพร้อมกัน
ไม่กี่วันหลังจากนั้น กิจการของภัตตาคารอวิ๋นหลายไม่อาจจะหยุดยั้งได้เสียแล้ว ลูกค้าพากันมาไม่ขาดสาย ชื่นชมขนมไหว้พระจันทร์ของภัตตาคารอวิ๋นหลายไม่ขาดปาก
จากหนึ่งไปสิบ สิบไปร้อย คนทั่วทั้งเหมืองหลวงพากันมาตามเสียงล่ำลือ ต่อแถวยาวเหยียดรอซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของภัตตาคารอวิ๋นหลาย
ถึงขนาดชื่อเสียงยังแผ่ขยายไปถึงข้างนอก มีคนจากต่างเมืองมาเพื่อซื้อขนมไหว้พระจันทร์ของที่นี่โดยเฉพาะ
กิจการที่นี่เจริญรุ่งเรือง ตรงกันข้ามกับภัตตาคารอี่หงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามที่ก่อนหน้านี้ครึกครื้นอย่างมาก หากแต่ตอนนี้กลับเงียบเหงา
สิ่งนี้ทำให้แม่นางหงกังวลแทบบ้า
นางนั่งอยู่ในห้อง กัดขนมไหว้พระจันทร์ที่เหล่าเฮยส่งมาให้เบา ๆ คำหนึ่ง ยังไม่ทันได้กลืนลงไปก็คายออกมาเสียแล้ว
แม่นางหงถลึงตาโต กล่าวอย่างลนลาน “นี่มันขนมอันใดกัน เหตุใดจึงใช้ไม่ได้ ไม่อาจสู้กับของภัตตาคารอวิ๋นหลายได้เลยสักนิด”
กล่าวจบ นางกวาดมันทิ้ง ขนมไหว้พระจันทร์ที่เพิ่งจะทำเสร็จบนโต๊ะหล่นลงไปที่พื้นกระจัดกระจายยับเยิน
เหล่าเฮยดวงตาสั่นไหว กล่าวอย่างจนปัญญา “แม่นางหง นี่คือพ่อครัวชุดที่สามที่พวกเราหามาได้แล้วนะขอรับ ทุกคนล้วนบอกว่าสูตรลับการทำขนมไหว้พระจันทร์ของภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้นไม่อาจลอกเลียนแบบได้ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่อาจทำรสชาติเช่นนี้ออกมาได้”
“ข้าไม่เชื่อหรอก สูตรลับบ้า ๆ นั่นของนางมันมหัศจรรย์เพียงนั้นหรือ เจ้าไปหากลุ่มใหม่มาอีก”
“แต่ว่า…” เหล่าเฮยสีหน้าลำบากใจ “พ่อครัวขนมหวานฝีมือดี ๆ ในเมืองหลวงนั้น พวกเราไปหามาหมดแล้ว หาไม่ได้อีกแล้วขอรับ”
“ในเมื่อหาในเมืองหลวงไม่ได้ เช่นนั้นพวกเราก็ไป…” ขณะกล่าว อยู่ ๆ แม่นางหงก็หยุดชะงัก “เอาเถิด ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องเล็กเพียงนี้ให้เป็นเรื่องใหญ่”
อารมณ์ของนางค่อย ๆ สงบลง ไม่ได้ใจร้อนแล้ว และสามารถมองดูปัญหาในภววิสัยได้มากขึ้น
นางเป่าลมออกจากปากอย่างหนัก จากนั้นลุกขึ้นเดินไปตรงหน้าต่าง มองภัตตาคารอวิ๋นหลายฝั่งตรงข้ามที่กิจการกำลังเฟื่องฟู ก็อดไม่ได้ที่จะฉายแววตาร้ายกาจออกมา
นางปิดหน้าต่างดัง ปัง!
“ช่างเถิด อีกเดี๋ยวจะถึงเทศกาลไหว้พระจันทร์แล้ว กว่าเจ้าจะพาพ่อครัวกลับมาทำขนมไหว้พระจันทร์ เทศกาลไหว้พระจันทร์ก็คงผ่านพ้น ครั้งนี้ปล่อยให้นางได้ใจไปก่อน”
ถึงแม้ภายนอกนางจะพูดจายิ่งใหญ่ หากแต่ในใจของพวกเขาล้วนรู้ดี ครั้งนี้พวกเขาแพ้ อีกทั้งยังแพ้ย่อยยับอีกด้วย
เหล่าเฮยถอนหายใจอย่างหนัก และกล่าวเบา ๆ “แล้ว… แล้วจะรายงานทางด้านนั้นอย่างไรดีขอรับ”
“รายงานหรือ” แม่นางหงยิ้มเย็น “เหล่าเฮย เจ้าต้องจำเอาไว้ ความสัมพันธ์ของพวกเราและพวกเขาก็เพียงแค่ร่วมมือกันเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องกระทำการตามที่พวกเขาต้องการ หากจะพูดกันจริง ๆ แล้ว พวกเขายังหวังให้พวกเราเป็นฝ่ายช่วยทำให้พวกเขาบรรลุเป้าหมายต่างหากล่ะ”