ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 486 ระวังกันหน่อย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 486 ระวังกันหน่อย
บทที่ 486 ระวังกันหน่อย
ที่จวนลี่อ๋อง
หลิวหรูเยว่กำลังปักผ้าอยู่ในห้อง หากแต่ในตอนนั้น ชิงเถาได้นำคนรับใช้กลุ่มหนึ่งยกของมากมายเข้ามา
ยามนี้ชิงเถาทำตัวอวดเบ่งเหมือนเป็นหัวหน้าสาวใช้ในจวนโดยสมบูรณ์ นางทำตัวหยิ่งผยองกับเหล่าคนที่เป็นคนรับใช้เหมือน ๆ กัน
“นี่ พวกเจ้านำของเหล่านี้ยกไปไว้ในห้องเก็บของทั้งหมด นี่… พวกเจ้าระวังกันหน่อย ของล้ำค่าเพียงนี้หากแตกหักไป พวกเจ้าจะชดใช้ไหวหรือ เอ๊ะ รอเดี๋ยว กล่องขนมไหว้พระจันทร์เหล่านั้น ไม่ต้องเอาไปไว้ในห้องเก็บของ เอามาให้ข้า”
จนกระทั่งทุกคนจัดวางกันเสร็จเรียบร้อย ชิงเถาจึงเดินเข้าไปในห้องของหลิวหรูเยว่ด้วยสีหน้าพึงพอใจ
หลิวหรูเยว่มองความตั้งใจของนางออกในทันที จึงหัวเราะแล้วกล่าว “เจ้านี่นะ นิดหน่อยก็พอแล้ว อย่าได้จิกหัวใช้พวกเขาเสียทั้งวัน มันไม่สุขุมเลยแม้แต่น้อย”
“เจ้าค่ะ พระชายาสั่งสอนได้ถูกต้อง” ชิงเถาสีหน้ายิ้มแย้ม “พระชายาช่างเฉลียวฉลาด ใช้แผนการเพียงเล็กน้อยก็จัดการเหล่าหญิงสาวในเรือนด้านหลังนั้นจนเชื่อฟัง คว้าใจลี่อ๋องเอาไว้ได้ ตอนนี้ทั่วทั้งจวนอ๋องก็มีพระชายาเป็นผู้นำแล้วเจ้าค่ะ”
ดวงตาของหลิวหรูเยว่หม่นหมองลง นี่ไม่ใช่เพราะนางฉลาด แต่เป็นเพราะไม่มีทางอื่นให้ทำ
ตั้งแต่เข้าใจถึงความจริงที่ว่านางต้องแต่งงานกับจิ่งเทียนสิงนั้นเป็นเรื่องที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ นางทำได้เพียงใช้แผนการ ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์สูงสุดให้ตนเองและตระกูลหลิว
ไม่มีความรักแล้วอย่างไร มีอำนาจก็เพียงพอแล้ว
เพียงแต่อำนาจในจวนลี่อ๋องนั้นไม่ได้มีค่าอันใด สิ่งที่นางต้องการคือเกียรติยศอันสูงสุด ที่นางดีใจที่สุดก็คือเมื่ออยู่ในจุดนี้ นางและจิ่งเทียนสิ่งนั้นมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน
ดังนั้น หากมองจากในระดับหนึ่งแล้ว พวกเขาไม่ใช่สามีนายหญิง แต่เป็นที่พึ่งพาของกันและกันเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้งสองฝ่ายเท่านั้น
ในตอนนี้ ชิงเถาหั่นขนมไหว้พระจันทร์เป็นชิ้นเล็ก ๆ วางไว้ในจานเล็กสวยงาม ยื่นไปให้หลิวหรูเยว่ “พระชายา ลองชิมสิเจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่เหลือบตาขึ้นมองนางแวบหนึ่ง “จริงสิ เมื่อครู่เจ้าทำอันใดหรือ เห็นเอะอะอยู่ข้างนอก”
“อ้อ ใกล้จะถึงวันไหว้พระจันทร์แล้วนี่เจ้าคะ นายหญิงของข้าราชการเหล่านั้นล้วนส่งของขวัญมาให้พระชายา ข้าจึงให้คนนำของเหล่านั้นไปไว้ในห้องเก็บของทั้งหมดเจ้าค่ะ”
“อืม” หลิวหรูเยว่พยักหน้า “จัดการเสร็จหมดแล้วหรือ”
“พระชายา โปรดวางใจเถิดเจ้าค่ะ ข้าทำตามที่ท่านเคยสั่งไว้ก่อนหน้านี้ บันทึกลงในสมุด จดเอาไว้เรียงลำดับตามระดับชั้นแล้วเจ้าค่ะ”
พูดจบ ชิงเถาก็นำสมุดเล่มหนาเล่มหนึ่งมอบให้หลิวหรูเยว่
หลิวหรูเยว่ส่ายหน้า “สิ่งนี้เจ้าจำไว้เป็นใช้ได้แล้ว รอให้ผ่านวันไหว้พระจันทร์ไป ข้าจะเตรียมของขวัญอีกครั้ง ให้คนนำไปส่งตามลำดับญาติใกล้ชิดและห่างไกลอีกครั้งเป็นพอ”
“เจ้าค่ะ พระชายา”
จากนั้น หลิวหรูเยว่หยิบเอาขนมไหว้พระจันทร์ชิ้นหนึ่งขึ้นมากิน
รสสัมผัสหอมหวานและนุ่มหนึบของขนมไหว้พระจันทร์นี้อบอวลในปาก ทั้งยังมีไส้ที่แตกต่างจากสิ่งที่นางเคยกินในปีก่อน ๆ อร่อยมากจริง ๆ
หลิวหรูเยว่อดไม่ได้ที่จะกล่าว “อืม ขนมไหว้พระจันทร์นี้อร่อยมาก ผู้ใดส่งมาให้หรือ”
“นายหญิงสวีส่งมาให้เจ้าค่ะ”
“เป็นขนมไหว้พระจันทร์จากร้านไหน เจ้าส่งคนไปซื้อกลับมาอีกสิ”
หาได้ยากจริง ๆ ที่หลิวหรูเยว่จะพูดว่ามีของที่ชอบกิน ช่วงที่ผ่านมานี้ความอยากอาหารของนางเปลี่ยนไป การจะหาของที่นางรู้สึกว่ารสชาติไม่เลวและกินได้ ช่างหาได้ยากยิ่ง
ชิงเถารีบกล่าวตอบ “เมื่อครู่ข้าเพียงจะเปิดดู ไม่ทันได้ดูว่ามาจากร้านขนมร้านใด ข้าจะไปดูหน่อยนะเจ้าคะ”
กล่าวจบ นางก็เดินหน้าไป
หลังจากดูห่อกระดาษน้ำมันอย่างละเอียดแล้ว ชิงเถาก็ตกใจเสียจนหน้าซีด
หลิวหรูเยว่เองพบความผิดปกติ จึงรีบเอ่ยถาม “ชิงเถา เจ้าเป็นอันใดหรือ เหตุใดอยู่ ๆ สีหน้าจึงเปลี่ยนเป็นย่ำแย่เพียงนั้น เจอผีหรืออย่างไร”
ริมฝีปากของชิงเถาสั่น “ไม่เจ้าค่ะ… พระ… พระชายา… ขนมไหว้พระจันทร์นี้… ขนมไหว้พระจันทร์เป็น… เป็นของภัตตาคารอวิ๋นหลายเจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ” หลิวหรูเยว่โกรธเสียจนเบิกตาโพลง “นี่คือของที่นางซ่งชิงหลันชั้นต่ำผู้นั้นทำออกมาหรือ”
กล่าวจบ นางรีบคายขนมไหว้พระจันทร์ในปากที่ยังไม่ทันได้กลืนลงไปออกมา ขณะเดียวกันก็กวาดขนมไหว้พระจันทร์ที่ยังเหลืออยู่ครึ่งชิ้นลงพื้น
ชิงเถาตกใจเสียจนคุกเข่าลงกับพื้น ขอความเห็นใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “พระชายาโปรดใจเย็น พระชายาโปรดใจเย็นเจ้าค่ะ เป็นความผิดของบ่าวเอง บ่าวไม่ได้ดูให้ชัดเจน ขอพระชายาโปรดลงโทษด้วยเจ้าค่ะ”
ชิงเถาเป็นสาวใช้คู่กายของหลิวหรูเยว่มาตลอดหลายปี ย่อมรู้ว่าหลิวหรูเยว่เกลียดชังซ่งชิงหลันเพียงใด
ตอนนี้ นางกลับได้กินของที่ซ่งชิงหลันทำ คงรู้สึกย่ำแย่เสียยิ่งกว่ากินอุจจาระ
หลิวหรูเยว่ค่อย ๆ สงบใจลง มองชิงเถาที่อยู่บนพื้นแวบหนึ่ง กล่าว “เจ้ายืนขึ้นเถิด เรื่องนี้ไม่ใช่ความผิดเจ้า นายหญิงสวีต่างหาก”
นายหญิงของข้าราชการในเมืองหลวงที่มีสัมพันธไมตรีกับพวกนางล้วนรู้ดีว่านางและซ่งชิงหลันไม่ถูกกัน จึงไม่มีผู้ใดกล้าพูดถึงซ่งชิงหลันต่อหน้านาง และไม่มีทางพูดถึงเรื่องไปใกล้ชิดกับซ่งชิงหลัน และยิ่งไม่มีทางซื้อของของซ่งชิงหลันมาให้
นี่มันรนหาที่ตายชัด ๆ!
ชิงเถาขมวดคิ้ว “ใต้เท้าสวีเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งที่เมืองหลวงได้ไม่นาน นายหญิงสวีเองก็ตามมาด้วย นางเป็นหน้าใหม่ของที่นี่ น่าจะยังไม่รู้กฎเกณฑ์เจ้าค่ะ”
หลิวหรูเยว่ถอนหายใจอย่างหนัก “ต่อให้เพิ่งมาใหม่ ก็ไม่รู้จักสืบหาข่าวหน่อยหรือ หญิงโง่เช่นนี้จะคิดวางแผนให้สามีของตนได้เป็นใหญ่ได้อย่างไร ชิงเถา เจ้าไปบอกนายหญิงหลี่หน่อย ให้นางหาโอกาสจัดการนายหญิงสวีผู้นี้เสีย ในเมื่อคิดจะมาพึ่งพาข้า อย่าได้ทำเรื่องโง่เกินไป!”
“เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจแล้ว” ชิงเถารีบพยักหน้า
“อีกอย่าง นำขนมไหว้พระจันทร์ที่เหลืออยู่ไปโยนทิ้งนอกจวนอ๋อง ให้ขอทานกินเสีย ข้าเห็นแล้วขัดตานัก!”
หลิวหรูเยว่เพียงแค่คิดถึงเมื่อครู่ที่ตนกินอย่างมีความสุขและพอใจ ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคลื่นไส้
ชิงเถารีบหยิบเอากระโถนมา “พระชายา ท่านอย่าได้โมโหเลยเจ้าค่ะ รักษาสุขภาพด้วย ไปเชิญหมอหลวงมาดูเสียหน่อยดีหรือไม่เจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่ขมวดคิ้ว ทนความรู้สึกไม่สบายแล้วโบกมือ “ไม่ต้อง เหล่าหญิงที่เรือนด้านหลังนั้นก็รอดูเรื่องอับอายของข้าอยู่ ข้าไม่ปล่อยให้พวกนางได้สมดั่งใจเป็นแน่!”
……
กิจการการขายขนมไหว้พระจันทร์ของภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้นกลับมาเป็นปกติ อีกอย่างวันไหว้พระจันทร์ใกล้จะมาถึง ทุกคนจึงซื้อไปได้จำนวนหนึ่งแล้ว ซ่งชิงหลันที่เห็นว่าที่ภัตตาคารไม่มีเรื่องอันใดต้องจัดการจึงกลับบ้านไปก่อน
ทว่าเพิ่งจะเข้ามาในจวนแม่ทัพ นางกลับได้ยินเสียงซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็กน้อยทั้งสองคนดังออกมาจากจวนหานอ๋องข้าง ๆ
“ท่านขุนนางจาง ๆ ท่านรีบมาจับข้าเร็ว!”
“ข้าด้วย ๆ ท่านขุนนางจาง มาทางนี้!”
“ฮ่า ๆ ๆ…”
เพียงซ่งชิงหลันได้ยิน นางก็สงสัยขึ้นมาทันที ท่านขุนนางจางอย่างนั้นหรือ?
หรือว่าจางอิงรั่ง?
ด้วยความสงสัยนี้ ซ่งชิงหลันเดินผ่านประตูเชื่อมตรงรั้วมาถึงลานกว้างด้านหน้าของจวนหานอ๋อง
นางมองเห็นจางอิงรั่งกำลังวิ่งไล่จับซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ ดูแล้วเหมือนกำลังเล่นเหยี่ยวจับลูกเจี๊ยบไม่มีผิด