ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 491 ทำท่านตกใจหรือไม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 491 ทำท่านตกใจหรือไม่
บทที่ 491 ทำท่านตกใจหรือไม่
หญิงผู้นั้นยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ในเมืองหลวงนี้มีผู้ใดไม่รู้จักแม่นางซ่งบ้างเล่า อีกอย่าง ข้ายังชอบกินอาหารจากภัตตาคารอวิ๋นหลายมาก อีกทั้งขนมไหว้พระจันทร์ที่ท่านทำยังอร่อยมากเหลือเกิน”
คุยไปคุยมา นางกลับเริ่มตื่นเต้นขึ้นมาเสียอย่างนั้น ดูท่าทางคงเป็นยอดนักชิมผู้น่ารักและบริสุทธิ์ผู้หนึ่ง
ซ่งชิงหลันมองนางเงียบ ๆ ราวกับมองน้องสาวของตนอย่างไรอย่างนั้น
อยู่ ๆ หญิงผู้นั้นรู้สึกได้ถึงการเสียอาการของตนเองจึงยิ้มออกมาอย่างเขินอาย “ข้ากล่าวเช่นนี้ ทำให้ท่านตกใจหรือไม่”
“ไม่เลย ๆ ท่าทางที่ท่านพูดนั้นปกติกว่าคนที่นี่มากนัก” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันมองเหล่านางในวังหลังและพระสนมที่อยู่ตรงหน้าแวบหนึ่ง
หญิงเหล่านี้ เวลาพูดจาล้วนต้องวางท่า แต่ละคำล้วนต้องครุ่นคิดกว่าจะกล่าวออกมาได้ และไม่รู้ว่าใช้ชีวิตจะต้องเหนื่อยเช่นนี้หรือไม่
นางชอบคนที่พูดตรงรวดเร็วและไม่มีมารยามากกว่า
ดังนั้นนางจึงคิดว่าหญิงตรงหน้าผู้นี้เป็นเหมือนอากาศสดชื่นในวังหลวง และไม่รู้ว่านางเป็นสนมของฝ่าบาท หรือว่าเป็นหญิงของท่านอ๋องคนใด
หญิงผู้นั้นหัวเราะคิกคักกับคำพูดขบขันของซ่งชิงหลัน จากนั้นจับมือของนาง “ท่านอยู่ในวังจะพูดอันใดต้องระวังหน่อย หากถูกพระมเหสีได้ยินเข้า จะถูกตำหนิเอา”
นางเองเคยถูกตำหนิมาแล้วสองสามครั้ง จึงได้มีนิสัยพูดน้อยในวังหลวง ตอนนี้หากไม่ใช่ว่าได้พบซ่งชิงหลัน นางคงไม่พูดมากมายเพียงนี้
ได้ยินเช่นนี้ ซ่งชิงหลันก็ยิ่งสนอกสนใจขึ้นมา “ท่านคือ…”
“อ้อ จริงสิ ข้าลืมบอกไป ข้าชื่อลู่หว่านโหรว เป็นพระชายาชิ่งเจ้าค่ะ”
“พระชายาชิ่งหรือ” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว หาข้อมูลในหัวอย่างรวดเร็ว
ท่านอ๋องในราชวงศ์นี้มีมากเกินไป แต่ในความทรงจำของนางกลับไม่มีข้อมูลอันใดเกี่ยวกับชิ่งอ๋องผู้นี้เลย
ลู่หว่านโหรวยิ้มบาง ๆ และกล่าวอธิบาย “ท่านอ๋องของข้ามีชาติกำเนิดไม่ดีนัก ไม่ได้มีตัวตนในวังหลวงสักเท่าไร การที่แม่นางซ่งใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งและยังคิดไม่ออกถือเป็นเรื่องธรรมดา”
ในตอนนั้นเอง ด้านหลังของพวกนางสองคนก็มีเสียงเยาะเย้ยถากถางดังขึ้น
“นี่ พวกเจ้ารีบดูสิ พระชายาชิ่งผู้นั้นกำลังพูดคุยหัวเราะอยู่กับแม่นางซ่งละ”
“ฮ่า ๆ… คนเราคุยกับคนประเภทเดียวกับตนรู้เรื่องจริง ๆ ด้วย คนที่มีชาติกำเนิดต่ำต้อยอย่างพวกนางคงมีเรื่องให้คุยกันมากมาย”
“นั่นน่ะสิ ลู่หว่านโหรวผู้นั้นเป็นเพียงบุตรสาวของนายอำเภอต่ำต้อยคนหนึ่ง เกิดมาจากครอบครัวต่ำ ๆ ห่างไกลจากพวกเราที่มาจากครอบครัวชั้นสูงเป็นพันเป็นหมื่นลี้ พวกเจ้าคงไม่รู้ว่าเมื่อก่อนที่ข้าต้องอยู่อย่างเท่าเทียมกับนางนั้นลำบากใจเพียงใด”
“ใช่หรือไม่เล่า ต้องมาอยู่กับคนเช่นนี้ ช่างเป็นการลดฐานะอย่างมาก”
“ชิ่งอ๋องผู้นั้นก็ช่างคิดเสียจริง เดิมทีก็ชาติกำเนิดต่ำต้อยอยู่แล้ว ยังไม่แต่งงานกับคนที่มีตำแหน่งคู่ควรกันเพื่อให้ตนเองได้มีคุณค่าเสียหน่อย กลับมาแต่งกับคนชั้นต่ำเช่นนี้ ไม่ใช่ว่ายิ่งย่ำแย่ลงกว่าเดิมหรอกหรือ”
“เจ้านี่นะ พูดจาน่าขันจริง ๆ ชิ่งอ๋องผู้นั้นชาติกำเนิดต่ำต้อย คุณหนูจากตระกูลสูงส่งในเมืองหลวงนี้ จะมีผู้ใดเต็มใจแต่งกับท่านอ๋องที่ไม่มีประโยชน์เช่นนี้เล่า หากเป็นเช่นนั้นทั้งชีวิตก็ถือว่าล้มเหลวน่ะสิ”
“ก็จริงนะ เช่นนั้นแล้ว ลู่หว่านโหรวผู้นั้นก็เหมาะสมกับชิ่งอ๋องเหลือเกิน ฮ่า ๆ ๆ…”
“ฮ่า ๆ ๆ… ใช่เลย คนต่ำต้อยเช่นนั้นก็เป็นพวกเดียวกับซ่งชิงหลัน ดีเสียจริง พวกนางสองคนอยู่ด้วยกัน พวกเราไม่ต้องไปมอง จะได้ไม่แปดเปื้อนสายตาเรา”
หลิวหรูเยว่เองก็อยู่ในกลุ่มเดียวกับพวกนาง ได้ยินพวกนางด้อยค่าซ่งชิงหลันเช่นนี้ ในใจมีความสุขอย่างมาก
ดังนั้นนางจะไม่มีทางปล่อยโอกาสนี้ไป ถือโอกาสเติมเชื้อไฟ
“พวกเจ้านี่นะ ให้พอเหมาะเป็นใช้ได้แล้ว หากพระมเหสีได้ยินเข้า ระวังจะถูกตำหนิอีก”
กล่าวจบก็แสดงสีหน้าเย่อหยิ่ง
พระชายาคนอื่น ๆ ที่ชอบการนินทาก็ช่างสังเกต รู้ว่าหลิวหรูเยว่ชอบฟังคำพูดเอาอกเอาใจ จึงเข้าไปประจบประแจงทันที
“พระชายาลี่ ท่านอย่าได้กังวลไปเลย ท่านเป็นสะใภ้สายตรงของพระมเหสี ตอนนี้มีทั้งบุตรในครรภ์เป็นทายาทของราชวงศ์ พระมเหสีจะทำใจตำหนิท่านลงได้อย่างไรเล่า”
“ใช่แล้ว นี่ถ้าหากท่านให้กำเนิดซื่อจื่อน้อยออกมา ถึงตอนนั้นไม่แน่ว่าท่านจะได้เป็นพระชายารัชทายาทก็เป็นได้”
“ใช่ ๆ ราชวงศ์ให้ความสำคัญกับทายาทที่สุด ลี่อ๋องเป็นโอรสของพระมเหสี ฐานะเช่นนี้ คนอย่างพวกเราจะเทียบได้อย่างไร ถึงตอนนั้นตำแหน่งรัชทายาท จะต้องเป็นของลี่อ๋องอย่างเป็นแน่”
“แต่ว่า… ข้าได้ยินท่านพ่อบอกว่า ฝ่าบาททรงโปรดปรานหานอ๋องมากกว่านะ”
“หานอ๋องโดดเด่นทางการทหารก็จริง แต่เหตุใดเขาจึงมีสายตาที่ใช้ไม่ได้เสียเพียงนั้น ไปชอบพอกับหญิงที่ไร้ประโยชน์ ไม่มีประโยชน์ในการช่วยให้เขาชิงตำแหน่งรัชทายาท ดังนั้นแล้วจากที่ข้ามอง ระหว่างหานอ๋องและลี่อ๋อง ลี่อ๋องยังมีความเป็นไปได้มากกว่า”
“ดังนั้นแล้ว พระชายาลี่โปรดวางใจเถิด ถึงตอนนั้นได้เป็นพระชายารัชทายาท ก็อย่าลืมพวกเรานะเจ้าคะ…”
“ใช่แล้ว ๆ ท่านอ๋องของเราเองก็สนับสนุนลี่อ๋องมาก”
……
หลิวหรูเยว่แทบจะลอยไปกับคำพูดประจบประแจงของพวกนาง ริมฝีปากยกยิ้มเสียจนแทบจะถึงหู
หากแต่นางยังแสร้งทำเป็นสำรวม ถลึงตามองพวกนางแวบหนึ่ง “พวกเจ้าพูดต่อหน้าข้าก็พอแล้ว เรื่องราวที่ยังไม่ได้เกิดขึ้นเหล่านี้ หากรู้ไปถึงวังหน้า จะไม่ดีกับพวกเราทุกคน”
“เจ้าค่ะ พระชายาลี่กล่าวได้ถูกต้อง ตอนนี้ท่านยิ่งมีมาดของพระชายารัชทายาทยิ่งกว่าเดิมอีก ฮ่า ๆ ๆ…”
“ไอ้หยา บอกแล้วว่าพวกเจ้าอย่าพูดเช่นนั้น ฮ่า ๆ ๆ…”
แม้หลิวหรูเยว่ปากบอกว่าอย่า แต่ใบหน้ากลับยิ้มมีความสุขกว่าผู้ใด
บทสนทนาของพวกนางนั้น เสียงไม่ดังและไม่เบา อยู่ในระดับที่ได้ยินถึงหูของซ่งชิงหลันครบถ้วนทุกคำ เหมือนกับจงใจให้นางได้ยิน
ซ่งชิงหลันยกยิ้มมุมปากเย้ยหยัน ส่ายหน้า ในใจลอบกล่าว ‘ หญิงเหล่านี้หนอ ช่างน่าเบื่อจริง ๆ’
ลู่หว่านโหรวมองเห็นท่าทางเช่นนี้ของนาง จึงเข้าใจไปว่าอีกฝ่ายคงปวดใจอยู่ข้างใน จึงได้กล่าวปลอบโยนเบา ๆ “แม่นางซ่ง คำพูดของพวกนาง ท่านอย่าได้เก็บไปใส่ใจเลย อย่างไรในวังหลวงนี้ก็มีเรื่องซุบซิบมากมาย เพียงไม่กี่วัน พวกนางก็จะพูดเรื่องใหม่กันแล้ว”
ซ่งชิงหลันหันหน้ามายิ้มบาง ๆ ให้นางแล้วเอ่ย “ท่านคิดว่าคนอย่างข้าจะสนใจคำพูดของพวกนางหรือ พวกนางอยากจะกล่าวอันใดก็กล่าวไปเถิด อย่างไรปากก็อยู่บนหน้าของพวกนาง ข้าไปยุ่งไม่ได้อยู่แล้ว ข้าน่ะ มองคำพูดของพวกนางเป็นเหมือนตด เหม็นอยู่ครู่เดียวก็หายไป”
“ฮ่า ๆ ๆ…” ลู่หว่านโหรวอดไม่ได้ที่จะขบขันกับคำพูดของนาง “แม่นางซ่ง เดิมทีข้าคิดว่าท่านจะเป็นคนที่เย็นชา คิดไม่ถึงว่าจะน่าสนใจเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว “เดิมทีข้าก็เข้าใจว่าเหล่าพระชายาล้วนเป็นพวกสิบนิ้วไม่เคยสัมผัสน้ำเย็นเดือนสาม[1]* คิดไม่ถึงว่าขนมที่ท่านทำจะอร่อยเพียงนี้”
ลู่หว่านโหรวยิ้ม และกล่าวหยอก “เช่นนั้นแล้ว พวกเราสองคนก็เป็นสิ่งสกปรกที่อยู่ร่วมกันน่ะสิ”
“อืม ใช่แล้ว” ซ่งชิงหลันพยักหน้าแล้วหัวเราะออกมา
[1] สิบนิ้วไม่เคยสัมผัสน้ำเย็นเดือนสาม หมายถึง คนที่มีฐานะดี มีชีวิตสุขสบาย ไม่เคยต้องลำบาก