ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 495 ฉลองวันไหว้พระจันทร์
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 495 ฉลองวันไหว้พระจันทร์
บทที่ 495 ฉลองวันไหว้พระจันทร์
เพียงได้ยินทุกคนชื่นชมซ่งชิงหลันเป็นเสียงเดียว มันทำให้หลิวหรูเยว่ถึงกับไม่พอใจขึ้นมา
นางกระตุกยิ้มมุมปากเย้ยหยัน กล่าวเหมือนกับไม่สนใจ “ไม่ว่าฝีมือการทำอาหารสูงส่งเพียงใด หรืออาหารของภัตตาคารอวิ๋นหลายจะอร่อยเพียงใด จะมีประโยชน์อันใดเล่า เขาว่ากันว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า ข้าเคยได้ยินว่าช่วงนี้มีภัตตาคารอี่หงมาเปิดใหม่ในเมืองหลวง ลูกค้าของภัตตาคารอวิ๋นหลายก็ถูกแย่งไปหมด”
กล่าวจบ นางจงใจจ้องมองซ่งชิงหลันอย่างยั่วโมโห รอดูอีกฝ่ายขายหน้า
ซ่งชิงหลันเปิดเปลือกตาขึ้นมาเล็กน้อย กวาดมองหญิงตรงหน้าอย่างเย็นชา “คิดไม่ถึงว่าพระชายาลี่จะสนใจกิจการของภัตตาคารอวิ๋นหลายของข้าเพียงนี้”
“ไม่เกี่ยวกับสนใจหรือไม่สนใจหรอก เพียงแต่ข้าได้ยินคนรอบข้างพูดกัน ย่อมพอจะรู้อยู่ อย่างไรเสียทุกคนล้วนบอกว่าอาหารของภัตตาคารอี่หงอร่อยกว่าภัตตาคารอวิ๋นหลายมากทีเดียว”
ในตอนนี้ เหล่าพระชายาที่มีสัมพันธไมตรีกับหลิวหรูเยว่เริ่มกล่าวเสริม
“ใช่แล้ว ๆ วันนั้นข้าไปกินอาหารที่ภัตตาคารอี่หงกับท่านอ๋อง อาหารที่นั่นอร่อยมาก กินแล้วก็อยากกินอีกเจ้าค่ะ”
“ถูกต้อง อีกอย่างที่ภัตตาคารอี่หงยังมีสาวงามมาร้องรำทำเพลง ช่างเจริญหูเจริญตาเสียจริง”
“นั่นน่ะสิ ดื่มสุราและลิ้มรสอาหารชั้นดีไปพลางชมการร้องรำทำเพลง ช่างเป็นเรื่องที่เพลิดเพลินเหลือเกิน”
“แม่นางซ่ง เจ้าอย่าไปโทษว่าภัตตาคารอี่หงแย่งลูกค้าของเจ้าเลย การค้าขายจะต้องใช้สมองมากหน่อย”
……
ภายในเวลาสั้น ๆ ซ่งชิงหลันกลับกลายเป็นเป้าหมายของการรุมโจมตีในทันใด
แล้วอย่างนี้ไป๋เย่หานจะปล่อยให้หญิงที่ตนรักต้องคับข้องใจได้อย่างไร
ดวงตาเย็นเยียบหรี่ลงเล็กน้อย มองเหล่าคนที่โวยวายไม่วางตา
ท่านอ๋องและพระชายาเหล่านั้นสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกที่น่าหวาดหวั่น ถูกสายตาของไป๋เย่หานจ้องมองจนในใจสั่นกลัว
ไป๋เย่หานยกยิ้มมุมปากน่าขนลุก “พระชายาของข้าไม่ต้องให้พวกเจ้ามาวิจารณ์ พวกเจ้าอยากจะกินที่ใดก็ไปกินเสียที่นั่น!”
เพียงกล่าวคำนี้ ทั่วทั้งวิหารเป่าเหอก็เข้าสู่ความเงียบในทันใด
ทุกคนมองหน้ากัน ไม่มีผู้ใดกล้าออกเสียง ทำได้เพียงมองจิ่งกวงเยี่ยที่นั่งอยู่บนบัลลังก์อย่างระแวดระวัง
พระสนมเฉินเองก็ตกใจกับการกระทำของไป๋เย่หาน จนตะลึงไป นางสูดหายใจครั้งหนึ่ง หันหน้าไปเห็นสีหน้าดีอกดีใจในความโชคร้ายของผู้อื่นจากพระมเหสีที่อยู่อีกด้าน
นางขมวดคิ้วมองจิ่งกวงเยี่ยที่มีใบหน้าเคร่งขรึม ไม่อาจเดาใจของเขาได้ ทำได้เพียงเรียกเบา ๆ “ฝ่าบาท…”
จิ่งกวงเยี่ยหรี่ตามองไป๋เย่หานแวบหนึ่งอย่างเรียบเฉย จากนั้นออกคำสั่งกับจางอิงรั่งที่อยู่ด้านหลัง “ย้ายไปชมจันทร์ที่ศาลาหมู่ตาน”
เพียงกล่าวไปเช่นนั้น ทุกคนถึงกับตกตะลึง
อย่างไรองค์จักรพรรดิก็อยู่ตรงหน้า เกรงว่าคงมีเพียงหานอ๋องที่ไม่กลัวฟ้าดินที่จะกล้าท้าทายอำนาจมังกรกระมัง
ด้วยนิสัยขององค์จักรพรรดิ อย่างน้อยที่สุดก็ต้องดุว่าชุดหนึ่งเพื่อเป็นตัวอย่าง หากแต่ฝ่าบาทกลับไม่กล่าวอันใด และปล่อยไปเช่นนี้
นี่เป็นความอดทนต่อไป๋เย่หานที่สูงที่สุดแล้ว
เหล่าท่านอ๋องที่นั่งอยู่ด้านล่างล้วนมองไป๋เย่หานพลางเผยสายตาที่อิจฉาริษยา
หากแต่ไป๋เย่หานกลับไม่ได้รู้สึกขอบคุณ
เขามองจิ่งกวงเยี่ยอย่างเย็นชา ริมฝีปากบางเปิดออก “เสด็จพ่อ ข้ารู้สึกไม่สบายตัวนัก พวกข้าขอทูลลาขอรับ”
กล่าวจบ เขาเลิกคิ้วมองซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ “เฉินเฉิน เยว่เยว่ ลงมา”
แม้ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่จะอายุน้อย แต่ดูสถานการณ์ออก พวกเขาย่อมดูออกว่าคนเหล่านั้นเพิ่งจะโจมตีท่านแม่ของพวกตน
คนเหล่านี้ไม่ควรไปตามใจ ในเมื่อท่านพ่อกล่าวแล้ว พวกเขาย่อมต้องสนับสนุน
ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็กน้อยน่ารักทั้งสองคนมองจิ่งกวงเยี่ยอย่างพร้อมเพรียง “เสด็จปู่ พวกข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ”
ได้ยินเช่นนั้น จิ่งกวงเยี่ยกลับมีสีหน้าตึงเครียด “เฉินเฉิน เยว่เยว่…”
“หานเอ๋อร์!” พระสนมเฉินเองก็หน้าซีด มองไป๋เย่หานแล้วส่ายหน้า “อย่า…”
หากเขาจะจากไปเช่นนี้จริง ๆ ผลของการกระทำอาจจะเลวร้ายเกินคาดคิด
ยามนี้ บรรยากาศ ณ ที่แห่งนี้กดดันไร้ปรานี ทุกคนกลั้นหายใจ ไม่กล้าแม้แต่จะส่งเสียงดัง
หากแต่ทุกคนมีความคิด คนส่วนใหญ่ล้วนรอดูฉากสนุก ๆ อยากจะเห็นว่าความโกลาหลนี้จะจบลงเช่นไร
ในตอนนี้ ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่เดินมาถึงตรงหน้าซ่งชิงหลันและไป๋เย่หาน “ท่านแม่ ท่านพ่อ”
ไป๋เย่หานยื่นมือไปจับมือเด็กน้อยทั้งสอง ก่อนจะจากไป
ทว่าทันใดนั้น ซ่งชิงหลันกลับจับเขาเอาไว้ได้ทัน
ไป๋เย่หานหยุดฝีเท้า หันหน้ามามองซ่งชิงหลัน และเอ่ยถามอย่างสงสัย “มีอันใดหรือ”
ซ่งชิงหลันยิ้มให้เขาบาง ๆ และกล่าวอย่างอ่อนโยน “เรามารวมตัวกันเพื่อฉลองวันไหว้พระจันทร์ทั้งที ก็ชมจันทร์ให้เสร็จ กินขนมไหว้พระจันทร์แล้วค่อยไปเถิดเจ้าค่ะ”
“เอ๋” ไป๋เย่หานมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าแปลกใจ
หากแต่ซ่งชิงหลันส่งสายตาให้เขาวางใจ และพยักหน้าเบา ๆ
ไป๋เย่หานจึงเข้าใจในทันที “ย่อมได้”
ได้ยินคำของไป๋เย่หาน พระสนมเฉินถึงกับถอนหายใจโล่งอก
จากนั้น ทุกคนเดินไปที่ศาลาหมู่ตานที่ด้านนอกวิหาร
ศาลาหมู่ตานในตอนนี้มีการตกแต่งด้วยไฟสดใส ราวกับเวลากลางวัน ระหว่างทางเดินยังมีโคมไฟเล็ก ๆ จำนวนมาก ขับให้บรรยากาศของเทศกาลไหว้พระจันทร์อบอวลไปในหัวใจของทุกคน
เพียงซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ได้เห็นโคมไฟเหล่านั้น ทั้งสองก็ตื่นเต้นมีความสุขขึ้นมา ปรบมืออย่างร่าเริง “ไอ้หยา… โคมไฟสวยยิ่งนัก… งดงามมาก ๆ เจ้าค่ะ…”
จิ่งกวงเยี่ยรู้ว่าเด็กทั้งสองคนจะต้องชอบ จึงได้สั่งให้จางอิงรั่งตกแต่งมันเป็นพิเศษ
จากนั้น จิ่งกวงเยี่ยนำโคมไฟรูปกระต่ายตัวเล็กสองตัวส่งไปตรงหน้าเด็กน้อยซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ “เฉินเฉิน เยว่เยว่ ปู่เตรียมไว้ให้พวกเจ้าเป็นพิเศษ”
“ขอบคุณเจ้าค่ะเสด็จปู่!”
“ขอบคุณขอรับเสด็จปู่!”
เด็กทั้งสองคนกล่าวเป็นเสียงเดียวกัน และรับโคมไฟกระต่ายน้อยนั้นมาอย่างตื่นเต้น
ในตอนนี้ เหล่านางข้าหลวงและขันทีพากันนำโคมไฟดวงเล็กส่งให้เหล่าองค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยคนอื่น ๆ
พวกเขามองดูโคมไฟในมือของตน ถึงแม้ในใจจะชื่นชอบ แต่มันไม่อาจเทียบกับโคมไฟรูปกระต่ายน้อยในมือของซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่เลย
ทว่าแม้จะรู้สึกอย่างนั้นก็ไม่อาจทำอันใดได้ ทำได้เพียงอิจฉาก็เท่านั้น
ถึงแม้จะมีฐานะองค์ชายและองค์หญิงเหมือน ๆ กัน แต่กลับมีชะตาต่างกัน
จากนั้น ทุกคนพากันนั่งลง โต๊ะตรงหน้าล้วนมีขนมไหว้พระจันทร์อย่างดีชิ้นใหญ่วางอยู่ บนขนมไหว้พระจันทร์ยังมีกระต่ายน้อย และออกแบบเป็นรูปพระจันทร์แบบต่าง ๆ ดูแล้วงดงาม ทั้งยังน่าอร่อย
พระมเหสีมองขนมไหว้พระจันทร์บนโต๊ะ จากนั้นก็ยกยิ้ม แล้วกล่าว “ขนมไหว้พระจันทร์ปีนี้ ดูแตกต่างจากปีก่อน ๆ ไปเล็กน้อย น่าอร่อยยิ่งนัก”
เหล่าพระชายาด้านล่างก็เออออตามไปด้วย “นั่นสิเพคะ ขนมไหว้พระจันทร์นี้ เพียงแค่ดมกลิ่นก็รู้สึกว่าอร่อยแล้วเพคะ”