ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 497 อย่าได้มองข้ามความหวังดี
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 497 อย่าได้มองข้ามความหวังดี
บทที่ 497 อย่าได้มองข้ามความหวังดี
หลังงานเลี้ยงวันไหว้พระจันทร์จบลง ทุกคนค่อย ๆ แยกย้ายกันออกจากวังหลวงไปตามลำดับ
หลิวหรูเยว่นั่งเกี้ยวออกประตูวังหลวง จ้องมองกล่องขนมไหว้พระจันทร์ชั้นดีในมือของเหล่านางข้าหลวงและขันทีที่ยื่นมาให้ เหมือนกับเห็นซ่งชิงหลันกำลังมองตนเองอย่างเย้ยหยัน ไฟในอกปะทุขึ้น พร้อมกล่าวเสียงแหลม “เอาขนมไหว้พระจันทร์เหล่านี้ไปไกล ๆ!”
นี่คือสิ่งที่องค์จักรพรรดิพระราชทานให้ นางไม่อาจทิ้งไปได้ ทำได้เพียงวางไว้ให้ไกลตัว จะได้ไม่ต้องเห็นให้ขัดหูขัดตา
จิ่งเทียนสิงที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วมองนาง “เจ้าเป็นบ้าอันใดไป จะไปโมโหใส่ขนมไหว้พระจันทร์เหตุใดกัน เมื่อครู่ข้าเห็นแล้ว จวนลี่อ๋องของพวกเราได้ขนมไหว้พระจันทร์มาเยอะกว่าจวนอ๋องคนอื่น ๆ ตั้งมาก นี่คือความหวังดีของเสด็จพ่อที่มีต่อข้า เจ้าอย่าได้มองข้ามความหวังดีนี้เชียว!”
หลิวหรูเยว่อดไม่ได้ที่จะกลอกตาใส่เขา “เหล่านี้คือขนมไหว้พระจันทร์ของหญิงชั่วซ่งชิงหลันนะเพคะ!”
“แล้วอย่างไรเล่า” จิ่งเทียนสิงหรี่ตา กล่าวเสียงเย็น “เจ้าสนใจซ่งชิงหลันผู้นั้นเช่นนี้ คงไม่ใช่ว่า… เจ้ายังมีใจให้หานอ๋องอยู่ใช่หรือไม่”
หลิวหรูเยว่รีบเปลี่ยนสีหน้า กล่าวเถียงอย่างประหม่าโดยพลัน “ท่านพูดไร้สาระอันใดกัน ข้าเพียงแค่… เพียงแค่ไม่ชอบขี้หน้าซ่งชิงหลันเท่านั้น นางเป็นหญิงชั้นต่ำที่เกิดมาจากย่านหย่งเหอ แต่กลับมาอยู่ในระดับเดียวกันกับเรา ท่านไม่คิดว่ามันดูตกต่ำมากหรอกหรือเพคะ”
จิ่งเทียนสิงแค่นหัวเราะ “ข้ากลับรู้สึกว่า…ตอนนี้เจ้าต่างหากที่ดูตกต่ำ”
กล่าวจบ เขาส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เหล่าขันทีที่ยกเกี้ยวนั้นหยุด
อยู่ ๆ หลิวหรูเยว่ก็รู้สึกไม่สบายใจ มองจิ่งเทียนสิงด้วยสีหน้ากระวนกระวาย กล่าวด้วยเสียงสั่นเทา “ท่าน…ท่านอ๋อง ท่านจะทำอันใดเพคะ”
“เจ้าคิดว่าข้ากำลังจะทำอันใดเล่า” อยู่ ๆ จิ่งเทียนสิงก็เอื้อมมือไปบีบคอนาง ใบหน้านั้นเย็นชาราวน้ำแข็ง ดวงตาทั้งสองข้างแดงก่ำ กล่าวเสียงเย็น “หลิวหรูเยว่ ข้าใจดีกับเจ้ามากพอแล้ว เจ้าอย่าได้ล้ำเส้น และอย่าได้ลืมฐานะของเจ้าในตอนนี้เสีย!”
ขณะกล่าว จิ่งเทียนสิงออกแรงที่มือมากกว่าเดิมโดยไม่รู้ตัว จนนิ้วมือที่บีบหลิวหรูเยว่เริ่มเปลี่ยนเป็นสีขาว
หลิวหรูเยว่รู้สึกเพียงว่าอากาศเบาบางลงเรื่อย ๆ นางจับมือของจิ่งเทียนสิงตามสัญชาตญาณ ราวกับขอความเห็นใจ “ท่าน… ท่านอ๋อง ท่าน… ปล่อยมือเถิด… ข้า… จะหายใจไม่ออกแล้ว… ข้า…”
ในตอนนั้น ขันทีที่อยู่ข้าง ๆ เห็นเช่นนั้นก็ตกใจเสียจนหน้าซีด แม้จะกังวลว่าจะพาลมาถึงตนเอง แต่ถ้าหากเกิดเรื่องในวังหลวง พวกเขาคงไม่อาจหนีจากโทษไปได้ และรักษาชีวิตน้อย ๆ ไว้ไม่ได้เสียด้วยซ้ำ
ขันทีผู้นั้นจึงรวบรวมความกล้า เอ่ยเตือนเสียงเบาประโยคหนึ่ง “ลี่… ลี่อ๋องขอรับ ในท้องของพระชายาลี่ยังมีซื่อจื่อน้อยอยู่ ท่าน…”
คำพูดนี้ของขันทีน้อยทำให้จิ่งเทียนสิงได้สติกลับมาทันที
เขาปล่อยมือในทันใด หลิวหรูเยว่เหมือนว่าหนีรอดจากความตายมาได้อย่างไรอย่างนั้น สูดหายใจเอาอากาศเข้าไปทันที
“แค่ก ๆ ๆ…” หลิวหรูเยว่ยังคงมองจิ่งเทียนสิงอย่างหวาดกลัว
นางเพิ่งเคยสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่เข้าใกล้ความตาย นางรู้ว่าหากชายตรงหน้าบ้าคลั่งขึ้นมาจริง ๆ เขาจะฆ่านางได้
จิ่งเทียนสิงมองนางอย่างเย็นชา “หากไม่เห็นว่าในท้องเจ้ายังมีลูกของข้า ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่! ต่อไปเจ้าสงบเสงี่ยมเสียบ้าง อย่ามาทำให้ข้าต้องเสียแผน!”
กล่าวจบ เขาก็สะบัดแขนเสื้อจากไป
จิ่งเทียนสิงพยายามควบคุมความโกรธในใจ เขาชอบหลิวหรูเยว่จริง ๆ และไม่อาจยอมทนกับความไม่ภักดีของนางที่มีต่อตนได้
เขารู้ดี นางเป็นหญิงที่มีความทะเยอทะยานและหลงในอำนาจ ขอเพียงเขาสามารถกำจัดหนามยอกอกอย่างไป๋เย่หานได้ นางย่อมยอมอยู่ใต้อาณัติของตน
อีกด้าน เมื่อหลิวหรูเยว่ออกจากประตูวัง มีรถม้าของจวนอ๋องมารออยู่ด้านนอกนานแล้ว
ชิงเถาเห็นเช่นนั้นกระโดดลงจากรถม้า มาพยุงหลิวหรูเยว่ลงจากเกี้ยวอย่างระมัดระวัง
“พระชายา เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ เมื่อครู่ข้าเห็นท่านอ๋องดูไม่สบอารมณ์ เหตุใดพวกท่านจึงไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะเจ้าคะ” ชิงเถาถามความสงสัยในใจ
อย่างไรเสีย สีหน้าโกรธเกรี้ยวเมื่อครู่ของจิ่งเทียนสิงที่เหมือนจะฆ่าคนได้ยังแจ่มชัดอยู่ในใจ ทำให้นางยังมีความหวาดกลัวหลงเหลืออยู่มาก
เพียงหลิวหรูเยว่นึกถึงจิ่งเทียนสิงที่อยากจะบีบคอนางให้ตาย นางก็ยังคงมีใจหวาดหวั่น ไม่อยากนึกย้อนกลับไปถึงภาพนั้น นางปฏิเสธ กล่าวเสียงต่ำ “ไม่มีอันใด แค่ผิดใจกันเล็กน้อย ข้าจึงอยากถกเถียงกับท่านอ๋อง จริงสิ แล้วเขากลับอย่างไร”
วันนี้ทั้งสองนั่งรถม้าของจวนอ๋องมาด้วยกัน หากแต่รถม้าอยู่ตรงหน้า แล้วจิ่งเทียนสิงกลับไปอย่างไร
ชิงเถายิ้ม “ท่านอ๋องขี่ม้ากลับไปเองเจ้าค่ะ เขากำชับข้าเป็นพิเศษว่าให้ทิ้งรถม้าไว้ส่งพระชายากลับไป พระชายา ความจริงท่านอ๋องใส่ใจท่านมากนะเจ้าคะ”
เขาจะสนใจหรือไม่ก็เป็นเรื่องของเขา ตอนนี้หลิวหรูเยว่ไม่อยากพูดถึงจิ่งเทียนสิงอีกแล้ว
นางโบกมือ ใบหน้าเต็มไปด้วยความต่อต้าน มองชิงเถาแล้วเอ่ย “เอาเถิด ไม่ต้องพูดแล้ว พวกเรากลับกันเถิด”
ชิงเถาเองก็รู้สึกได้ว่านางอารมณ์ไม่ดี จึงพยักหน้ากล่าวตอบ “เจ้าค่ะ พระชายา เดี๋ยวข้าพยุงท่านไปนะเจ้าคะ”
นางยื่นมือออกไปพยุงหลิวหรูเยว่ กวาดตามอง อยู่ ๆ ก็พบว่าที่คอของหลิวหรูเยว่มีรอยสีแดง นางถึงกับตกใจจนขวัญเสีย เอ่ยถามอย่างเป็นกังวล “พระชายา คอของท่าน เกิดอันใดขึ้นเจ้าคะ”
หลิวหนูเยว่ปิดคอของตนเอาไว้ทันที และกล่าวด้วยสีหน้ากระวนกระวาย “รีบหาอันใดมาให้ข้าบังไว้ที”
“เจ้าค่ะ ๆ” ชิงเถาหยิบเอาเสื้อคลุมมาปิดไหล่ให้หลิวหรูเยว่ เพื่อบังรอยที่คอของนางไว้
ร่องรอยที่น่าสะเทือนใจนั้น ทำให้ชิงเถานึกถึงเรื่องไม่ดี
นางหวาดกลัวในสิ่งที่ตนเองคิดอย่างมาก นางกลืนน้ำลายอย่างเคร่งเครียด “พระชายา นี่… นี่เป็นฝีมือท่านอ๋องหรือเจ้าคะ”
หลิวหรูเยว่เพียงขมวดคิ้วแต่ไม่ได้กล่าวตอบ ซึ่งถือเป็นการยอมรับอย่างเงียบ ๆ
ชิงเถาสูดหายใจอย่างตื่นตระหนก เอ่ยถามอย่างยากจะเชื่อ “เหตุใดกันเจ้าคะ เหตุใดท่านอ๋องจึงได้…”
แม้นางก็พอจะรู้ถึงความอารมณ์ร้ายของลี่อ๋อง แต่นางก็ดูออกว่าลี่อ๋องชอบคุณหนูของนางจริง ๆ
เหมือนกับในคืนวันแต่งงาน ที่ลี่อ๋องดุร้ายถึงเพียงนั้น ก็เป็นเพราะใจของคุณหนูไม่อาจลืมหานอ๋องได้ เขาจึงหึงหวงและเกลียดชังเพราะความรัก
คิดถึงตรงนี้ ในหัวของชิงเถาก็มีประกายวาบขึ้นมา…
เช่นนั้นแล้ว งานเลี้ยงราชวงศ์ในคืนนี้ หานอ๋องเองก็เข้าร่วมด้วย พระชายาจึงควบคุมตนเองไม่ได้ และไปยั่วยุอารมณ์ลี่อ๋องเข้าใช่หรือไม่
หลิวหรูเยว่ย่อมรู้สึกได้ถึงความเป็นห่วงที่ชิงเถามีให้ตน
นางถอนหายใจเบา ๆ หันหน้าไปส่งสายตาให้อีกฝ่ายวางใจ “ชิงเถา เจ้าวางใจเถิด ข้าไม่เป็นอันใด วันนี้ข้าเหนื่อยเกินไป กลับไปที่จวนอ๋องกันก่อนเถิด”
“เจ้าค่ะ” ชิงเถาพยักหน้า จากนั้นพยุงหลิวหรูเยว่เดินไปขึ้นรถม้า
ทว่าในตอนนั้น ครอบครัวของพวกซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานทั้งสี่คนกลับออกมาจากประตูวัง
ซ่งซิงเยว่เห็นหลิวหรูเยว่ที่อยู่ตรงหน้าไม่ไกล เด็กหญิงชี้ไปที่ด้านหลังของนาง “นี่ ท่านแม่ นั่นหญิงร้ายคนนั้นเจ้าค่ะ”