ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 502 รสชาติเป็นอย่างไร
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 502 รสชาติเป็นอย่างไร
บทที่ 502 รสชาติเป็นอย่างไร
ทุกคนมองซ่งชิงหลันกินปลาดิบทั้งชิ้นลงไปอย่างงุนงง ในใจทั้งตื่นตกใจและอยากรู้อยากเห็น
“แม่นางซ่ง รสชาติของมันเป็นอย่างไรหรือ”
“เหตุใดข้าจึงดูแล้วรู้สึกเหมือนอร่อยมาก”
“นั่นสิ วัตถุดิบเหล่านี้หอมมาก!”
“แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ปลาดิบเองก็ให้ความรู้สึกแปลก ๆ นะ”
“ใช่แล้ว เดิมทีปลาก็มีกลิ่นคาว นี่ยังกินเข้าไปดิบ ๆ อีก เช่นนั้นรสชาติก็ย่ำแย่น่ะสิ”
“ไม่แน่หรอก ข้าว่าวัตถุดิบของแม่นางซ่งล้วนได้รับการเอาใจใส่ ไม่แน่ว่านางอาจจะทำให้กลิ่นคาวหายไปได้”
ทุกคนวิจารณ์กันไปต่าง ๆ นานา แสดงความคิดเห็นของตน ไม่สามารถตัดสินว่าผู้ใดถูกผู้ใดผิดได้
หากแต่ซ่งชิงหลันเพียงยิ้ม “ในเมื่อทุกท่านล้วนสงสัย เช่นนั้นก็มาลองชิมดูเองดีหรือไม่ หากรู้สึกว่าอร่อยก็ค่อยเข้าไปกินต่อด้านใน หากรู้สึกว่าไม่อร่อยก็ทำเหมือนเพิ่งกินของคาว อย่างไรหากลองดูก็ไม่เสียหาย ใช่หรือไม่เจ้าคะ”
เพียงกล่าวออกไปเช่นนั้น กลุ่มคนนั้นก็พากันฮือฮาขึ้นมา ทุกคนล้วนแสดงออกว่าอยากจะลองชิม
ซ่งชิงหลันจึงหันไปส่งสายตาให้พวกหลิวกุ้ยเสียที่อยู่อีกด้าน
หลิวกุ้ยเสียและหวงเสี่ยวโต้วนำชามเล็กยื่นให้ทุกคน
ซ่งชิงหลันฉวยโอกาสตอนยังว่างนี้กล่าวต่อ “ทุกท่านลองทำตามที่ข้าสาธิตให้ดูเมื่อครู่นะเจ้าคะ นำปลาใส่ลงไปในน้ำจิ้มก่อนครั้งหนึ่ง จากนั้นกินพร้อม ๆ กับเครื่องเคียง วัตถุดิบของเครื่องเคียงนี้มีกว่าสิบยี่สิบชนิด ทุกคนสามารถกินไปตามที่ตนเองชอบได้เลยเจ้าค่ะ”
“ได้ ๆ ข้าขอลองชิมดูก่อน”
“ข้าเอาด้วย ๆ…”
“รบกวนหลีกไปหน่อย ข้าอยากได้ใบจื่อซูอีก จะได้หอม ๆ”
“ข้าเองก็อยากได้พริกชี้ฟ้า ข้าชอบกินเผ็ด…”
จากนั้น เมื่อเห็นว่าทุกคนนำปลาดิบใส่เข้าไปในปากทีละคน ค่อย ๆ เคี้ยวและลิ้มรสอย่างตั้งใจ
“ให้ตายเถิด นี่มันรสชาติอันใดกัน อร่อยเกินไปแล้ว”
“ข้านึกว่าปลาดิบจะมีกลิ่นคาว แต่นี่ไม่คาวแม้แต่น้อย ทั้งยังสดใหม่และนุ่มเป็นพิเศษด้วย อัศจรรย์เกินไปแล้ว”
“นั่นสิ ปลาชิ้นนี้บางราวกับปีกจักจั่น แต่กลับมีกลิ่นสดใหม่ เมื่อจับคู่กับเครื่องเคียงแล้ว รสชาติก็หลากหลาย นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้กินอาหารรสชาติเช่นนี้!”
“รสชาติมหัศจรรย์เกินไปแล้ว ทำให้คนเสพติด ข้าอยากกินอีก”
“ข้าด้วย! ข้าก็อยากกิน!”
“แม่นางซ่ง ข้าอยากสั่งเช่นนี้หนึ่งถาด”
“ข้าด้วย พวกเราเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นหลายเถิด”
“ใช่ ๆ! รสชาติที่ล้ำเลิศเพียงนี้ ควรจะนั่งลงแล้วชิมอย่างละเมียดจึงจะถูก”
……
หลิวกุ้ยเสียมองดูผู้คนที่พากันเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นหลายอย่างกับฝูงผึ้งก็เบิกบานใจในทันที นางยกนิ้วโป้งให้ซ่งชิงหลัน และกล่าวเบา ๆ “หลันหลัน เจ้าเก่งกาจเกินไปแล้ว”
ซ่งชิงหลันเพียงยิ้ม “ท่านอาสะใภ้ ท่านเข้าไปต้อนรับลูกค้าก่อนเถิดเจ้าค่ะ คนมากมายเพียงนี้ เกรงว่าพวกเราคงต้องยุ่งกันเสียแล้ว”
“ได้สิ ๆ! ข้าจะไปเดี๋ยวนี้!” หลิวกุ้ยเสียเดินเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นอย่างยิ้มแย้มยินดี
เพียงเข้าไป นางก็เห็นพวกหวงเสี่ยวโต้วและคนงานกำลังสั่งอาหารให้กับลูกค้าทุกท่านอย่างวุ่นวาย
“เสี่ยวอ้าย ด้านนี้ ๆ ข้าอยากได้ปลาดิบสองจิน”
“ข้าขอสามจิน”
“มีข้าทางด้านนี้ด้วย ข้าขอสามจิน!”
“ข้าด้วย…”
“เสี่ยวอ้าย เจ้ารีบหน่อยสิ เดี๋ยวปลาจะหมดไปเสียก่อน”
หลิวกุ้ยเสียเดินไปพร้อมรอยยิ้ม คอยปลอบโยนลูกค้าทุกคนที่ยังไม่ได้สั่งอาหาร “ทุกท่านอย่าได้รีบร้อนไปเลยเจ้าค่ะ วันนี้พวกเรามีปลาสดเข้ามาสามคันรถใหญ่เลยนะเจ้าคะ”
แต่เพียงไม่นาน ภัตตาคารอวิ๋นหลายทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองก็มีลูกค้านั่งกันเต็มแน่น ภาพที่คึกคักเช่นนี้ดีกว่าเมื่อก่อนเสียอีก
ทางด้านภัตตาคารอี่หง
แม่นางหงมองลูกค้าที่กำลังกินข้าวอยู่ด้านใน ยามที่กำลังพึงพอใจในตนเองอยู่นั้น อยู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว มายืนตรงหน้าลูกค้า กล่าวอย่างตื่นเต้นว่า “เหล่าหู เหตุใดพวกเจ้าจึงมัวมาอยู่ตรงนี้! รู้หรือไม่ทุกคนล้วนกำลังชิมอาหารใหม่อยู่ที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายฝั่งตรงข้าม ครึกครื้นอย่างมาก!”
“อาหารใหม่อันใด อร่อยมากเลยหรือ”
“ข้าได้ยินว่าเมื่อครู่แม่นางซ่งเพิ่งคิดอาหารจานที่เรียกว่าปลาดิบ และได้ยินพวกเขาบอกว่าอร่อยมากเลยนะ”
“จริงหรือ เช่นนั้นพวกเราก็ต้องไปชิมน่ะสิ”
“รีบไปเถิด ๆ ทางด้านนั้นมีคนมุงกันเต็มแล้ว หากไปช้าเกรงว่าจะไม่เหลือถึงเรา”
“ได้ ไป ๆ ๆ พวกเราไปเดี๋ยวนี้!”
คนอื่น ๆ ในภัตตาคารอี่หงเมื่อได้ยินบทสนทนาของพวกเขา ก็อยากรู้ขึ้นมาโดยพลัน
ว่ากันว่าความสงสัยฆ่าแมวให้ตายได้ เพียงไม่นาน ลูกค้าของภัตตาคารอี่หงต่างพากันออกไปดูความครึกครื้นที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายฝั่งตรงข้าม
แม้แม่นางหงอยากจะห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว
ยามนี้ เหล่าเฮยเดินออกมาจากในครัว มองโถงที่ว่างเปล่าในชั่วพริบตาถึงกับตกตะลึงไปทันที
เขามองแม่นางหงด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อ “แม่นางหง นี่เกิดอันใดขึ้นหรือขอรับ ลูกค้าไปไหนหมดแล้ว เราถูกปล้นหรืออย่างไร”
แม่นางหงมีสีหน้าเย็นชา “ไม่ได้ถูกปล้น แต่ถูกแย่งลูกค้า!”
“เกิดอันใดขึ้นขอรับ?” เหล่าเฮยขมวดคิ้ว “ซ่งชิงหลันผู้นั้นคิดลูกเล่นใหม่ ๆ ออกมาอีกแล้วหรือ”
แม่นางหงเดินบิดเอวมาตรงหน้าประตูภัตตาคารอี่หง พิงประตูด้วยท่าทางหยิ่งยโส ดวงตาเย้ายวนนั้นมองความเคลื่อนไหวฝั่งตรงข้ามนิ่ง ริมฝีปากแดงเปิดออกเล็กน้อย “ได้ยินว่านางทำปลาดิบ แต่ไม่รู้ว่าเป็นของอันใดกัน”
นางเห็นเพียงว่าตรงหน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลายในตอนนี้ มีคนกลุ่มหนึ่งต่อแถวรอชิมปลาดิบอยู่ และเมื่อชิมเสร็จแล้ว ทุกคนล้วนพากันเข้าไปกินต่อด้านในภัตตาคารอวิ๋นหลายเสียอย่างนั้น
แม่นางหงมองสีหน้าของทุกคนที่ฉายแววมีความสุข จนนางอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว กล่าวเสียงเบา “อร่อยเพียงนั้นเลยหรือ”
“นั่นน่ะสิขอรับ การกินปลาสด ๆ เช่นนี้ กล้าเกินไปแล้วกระมัง” เหล่าเฮยที่อยู่อีกด้านอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์
หากแต่อยู่ ๆ แม่นางหงก็มีประกายในดวงตา นางมองเหล่าเฮยแล้วเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
รอยยิ้มเช่นนั้นทำให้เหล่าเฮยรู้สึกเพียงเสียวสันหลัง ทันใดนั้นก็มีลางสังหรณ์ที่ไม่ดีนัก เขามองแม่นางหงแล้วฉีกยิ้มออกมา “แม่นางหง เหตุใดท่านจึงมองข้าเช่นนั้นเล่า”
“ข้ากำลังคิดอยู่ รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง ดังนั้น เหล่าเฮย เจ้าลองไปชิมดูสิว่ารสชาติของปลาดิบนั้นเป็นอย่างไรกันแน่”
“ข้าหรือขอรับ” เหล่าเฮยชี้ที่ปลายจมูกตนเองอย่างไม่อยากเชื่อ ใบหน้าเผยความลำบากใจ “แม่นางหง เรื่องกินอาหารดิบ ๆ นั้นข้าไม่ไหวจริง ๆ…”
ไม่รอให้พูดจบ สีหน้าของแม่นางหงก็เปลี่ยนเป็นมืดหม่นและน่ากลัว หากแต่นางยังยิ้มอย่างเย้ายวน กล่าวออกมาเบา ๆ “หากเจ้าไม่ไป จะให้ข้าไปหรือ”
เหล่าเฮยยืดตัวเกร็งทันที เอ่ยออกมาตรง ๆ “ขอรับ ๆ ข้ารู้แล้ว ข้าไปเอง ข้าจะไปเดี๋ยวนี้”
กล่าวจบชายหนุ่มก็กลับไปในห้องแล้วแต่งตัว จากนั้นมุ่งหน้าสู่ภัตตาคารอวิ๋นหลาย