ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 503 ปลอมตัวเป็นชายแก่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 503 ปลอมตัวเป็นชายแก่
บทที่ 503 ปลอมตัวเป็นชายแก่
เหล่าเฮยซ่อนตัวอยู่ในกลุ่มคน เดินตามแถวไปข้างหน้าทีละก้าว ๆ
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าในแถวที่มาลองชิมนำปลาดิบใส่ปากทีละคน ๆ ทั้งยังกินกันด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย เขาอดไม่ได้ที่จะคลื่นเหียน
ของเช่นนี้มันกินได้จริง ๆ หรือ แล้วอร่อยถึงเพียงนั้นเลยหรืออย่างไร คงไม่ใช่ว่าซ่งชิงหลันใส่ของแปลก ๆ ลงไปข้างในใช่หรือไม่
ในตอนที่เขากำลังคิดฟุ้งซ่านอยู่นั้น ก็ถึงตาของเขาแล้ว
ทว่าข้างหูของเหล่าเฮยมีเสียงอ่อนหวานดังขึ้น “ท่านลุง ท่านอยากได้เครื่องเคียงใดหรือเจ้าคะ”
“หา” เหล่าเฮยผงะไป เมื่อหันหน้าไปมอง กลับเห็นใบหน้าที่งดงามของซ่งชิงหลัน
เขาจึงได้นึกออก ว่าตนนั้นปลอมตัวเป็นชายแก่
“แค่ก ๆ ๆ…”
เหล่าเฮยแสร้งทำเป็นกระแอมสองสามครั้ง เปลี่ยนน้ำเสียง กล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำ “เอาอันนั้น… อันนั้น…”
เขาชี้ไปยังเครื่องเคียง
ซ่งชิงหลันมองมือที่ไม่มีริ้วรอยเลยแม้แต่น้อยของชายแก่ นางถึงกับตะลึง และผงะไปครู่หนึ่ง แต่ยังคงนำปลาดิบและเครื่องเคียงที่ปรุงรสแล้วส่งให้เขา
เหล่าเฮยทำเสียงคนแก่ กล่าวว่า “ขอบคุณ”
ทว่าทันใดนั้นเอง ไป๋เย่หานกลับปรากฏตัว ร่างของชายหนุ่มนั้นแผ่รัศมีเย็นยะเยือก มองชายแก่อย่างเหล่าเฮยที่ปลอมตัวมาพร้อมเผยจิตสังหาร หากแต่ยามที่กำลังจะยื่นมือไปจับอีกฝ่าย ซ่งชิงหลันที่อยู่ข้าง ๆ กลับจับเขาเอาไว้
ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว ใช้สายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยถามนาง ‘คนผู้นี้น่าสงสัย เหตุใดเจ้าต้องห้ามข้าด้วย’
ซ่งชิงหลันเพียงยิ้มบาง และใช้สายตาตอบกลับไป ‘ข้ารู้ แต่ข้ามีวิธี’
ไป๋เย่หานจึงได้ชักมือกลับ และเดินไปยืนอยู่ด้านหลังซ่งชิงหลันอย่างเงียบ ๆ เผื่อว่าอีกฝ่ายจะตุกติกอันใด จะได้เตรียมให้ความช่วยเหลือยามนางต้องการ
ในตอนนี้ เหล่าเฮยยังคงจมอยู่กับความหวาดกลัวในปลาดิบ ไม่อาจสัมผัสได้ถึงการพูดคุยทางแววตาของซ่งชิงหลันและไป๋เย่หานเลยแม้แต่น้อย
สุดท้ายเขาก็จำใจ ในขณะที่ทุกคนกำลังจับจ้อง เขานำปลาดิบและเครื่องเคียงเหล่านั้นใส่เข้าปากด้วยสีหน้าขมขื่น
เหล่าเฮยเคี้ยวอย่างผะอืดผะอม ทว่าความรู้สึกเหม็นคาวและยากจะกลืนที่เขาคาดคิดเอาไว้กลับไม่มีเลย แต่กลับรู้สึกว่ามีความหอมหลงเหลือในปาก เป็นรสชาติเอร็ดอร่อยที่เป็นเอกลักษณ์ของเนื้อปลา ทั้งยังมีรสชาติของเครื่องเคียงพิเศษมากมายที่ผสมกันอยู่ที่ต่อมรับรส
พูดสั้น ๆ ก็คือ นี่มันอร่อยมาก
แม้เหล่าเฮยจะใช้หน้ากากหนังมนุษย์ปกปิดสีหน้าที่แท้จริงไว้ แต่จากแววตาของเขา มันก็เพียงพอให้มองออกถึงความคิดจริง ๆ
ซ่งชิงหลันยิ้ม แสร้งถามทั้งที่รู้ “ท่านลุง ท่านคิดว่าเป็นอย่างไร รสชาตินี้ถูกปากท่านหรือไม่เจ้าคะ”
“อร่อย! อร่อยเกินไปแล้ว! ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าปลาดิบจะทำออกมาได้อร่อยเพียงนี้ แม้แต่ข้าที่ไม่กินอาหารดิบยังทานได้! แม่นางซ่ง เจ้านี่ช่าง…” เก่งจริง ๆ…
เหล่าเฮยตื่นเต้นจนพูดไม่หยุด
คำสุดท้ายที่บอกว่า ‘เก่งจริง ๆ’ นั้นยังไม่ทันได้พูดออกมา เขาก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ จึงได้หุบปากอย่างรวดเร็ว
เขายิ้มอย่างกระอักกระอ่วน แล้วทำเป็นเปลี่ยนประเด็น “แม่นางซ่ง ข้าอยากจะเข้าไปกินปลาดิบสักสองจิน”
“ได้เจ้าค่ะ ท่านอาสะใภ้ รีบมาพาท่านลุงผู้นี้เข้าไปเถิด” ซ่งชิงหลันกล่าว จากนั้นส่งสายตาให้หลิวกุ้ยเสียข้าง ๆ
ซึ่งหลิวกุ้ยเสียเข้าใจในทันที รีบเดินหน้าไปพยุงเหล่าเฮยที่ปลอมเป็นชายแก่ผู้นั้น
ซ่งชิงหลันมองตามอีกฝ่ายไป อยู่ ๆ ก็เอ่ยปาก “อ้อ จริงสิ ท่านลุงเจ้าคะ ภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราจะมีอาหารรายการใหม่เพิ่มมาทุกวันหลังจากนี้ หากท่านสนใจ สามารถมาชิมได้ทุกวันนะเจ้าคะ”
เหล่าเฮยถึงกับผงะ เขาขมวดคิ้ว และในใจเริ่มรู้สึกว่าเหตุใดจึงเหมือนกับว่าซ่งชิงหลันจงใจพูดให้เขาได้ยิน หรือว่านางจะรู้ตัวตนของเขาแล้ว
เขาหันหน้ามา เหลือบสายตาขึ้นมองซ่งชิงหลัน
เห็นเพียงซ่งชิงหลันที่ยังคงมีรอยยิ้มอ่อนโยน เหล่าเฮยก็สลัดความกังวลในใจทิ้งไปเป็นปลิดทิ้ง พยักหน้าให้นาง “ได้ ขอบคุณแม่นางซ่ง”
เหล่าเฮยกินปลาดิบสองจินจนหมด หลังจากกินเสร็จ ก็ยังไม่ลืมห่อกลับบ้านจำนวนหนึ่ง เพื่อนำกลับไปให้แม่นางหงชิมเสียหน่อย ที่สำคัญที่สุด เขาจะต้องทำให้คนของพวกตนลอกเลียนแบบรสชาติเช่นนี้ออกมาให้จงได้
ซ่งชิงหลันยืนอยู่ตรงประตู มองดูร่างที่เดินกะเผลก ๆ อดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัย
ไป๋เย่หานเดินมาข้างกายของนาง กล่าวเสียงแผ่วเบา “เขาเป็นคนของภัตตาคารอี่หง”
ถ้าจำไม่ผิด ครั้งก่อนตอนที่ไปภัตตาคารอี่หงนางเองก็ได้พบคนผู้นี้ ถึงอีกฝ่ายจะปลอมตัวมาได้แนบเนียน หากแต่การเดินและลมหายใจของคนที่มีวรยุทธ์นั้นไม่เหมือนกับคนธรรมดา ไป๋เย่หานจึงมองออกในพริบตาเดียว
“อืม ถูกต้อง” ซ่งชิงหลันพยักหน้า มองไปยังหน้าต่างชั้นสองของภัตตาคารอี่หง ก็เห็นเพียงร่างสีแดงที่หายไปอย่างรวดเร็ว
นางยิ้มบาง ๆ “ในเมื่อพวกเขาคิดจะมาสืบข่าวเราเช่นนี้ เช่นนั้นข้าจะมอบมันให้นางไป อย่างไรเสีย พวกเขาเองก็ทำไม่ได้หรอก”
เรื่องนี้ นางมีความมั่นใจอย่างมาก
ต่อให้เป็นพ่อครัวที่เก่งกาจ หรือต่อให้เป็นฟางโย่วลี่ หากไม่มีสูตรลับที่นางมอบให้ พวกเขาที่เป็นคนยุคโบราณนั้นไม่อาจทำอาหารที่เป็นรสชาติของคนยุคปัจจุบันได้
ไป๋เย่หานมองท่าทางมั่นอกมั่นใจและดวงตาเป็นประกายของนาง อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าชื่นชม “พระชายานั้นฉลาดเกินคนทั่วไปนัก”
“แน่นอน” ซ่งชิงหลันหันหน้าไปรับคำอย่างภาคภูมิใจ “นางลอกเลียนแบบอาหารของพวกเราเพื่อมาแย่งลูกค้าไม่ใช่หรือ เช่นนั้นข้าจะให้นางได้เห็นสิ่งที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว ที่นางไม่อาจจะลอกเลียนแบบได้ ดูสิว่านางจะทำอย่างไร”
ได้ฟังคำพูดนาง ไป๋เย่หานอดไม่ได้ที่จะสงสัย “เช่นนั้นพรุ่งนี้พระชายาจะเตรียมอาหารจานใหม่อันใดหรือ”
ซ่งชิงหลันหรี่ตาลง ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูเปิดออก พูดออกมาสองพยางค์สั้น ๆ “ความลับ”
ไป๋เย่หานขมวดคิ้ว และใช้สายตาไม่พอใจมองซ่งชิงหลัน “กับข้าก็บอกไม่ได้หรือ”
หน้าของเขาดูจะเจ็บปวด ช่างต่างกับหานอ๋องผู้เย็นชาราวกับน้ำแข็งในยามปกติมากนัก
“การรักษาความลับก็คือการไม่พูดมันออกมา เช่นนั้นพรุ่งนี้ลูกค้าจะมากันอย่างสนอกสนใจ” ซ่งชิงหลันกล่าวอธิบาย แต่ก็มองเห็นสีหน้าไม่พอใจของไป๋เย่หาน นางจึงอดไม่ได้ที่จะใจอ่อน
“ก็ได้ ๆ ข้าจะบอกท่านก็ได้” ซ่งชิงหลันง้อด้วยการกวักมือให้ไป๋เย่หาน
ไป๋เย่หานย่อตัวลงอย่างให้ความร่วมมือ ยื่นหูเข้าไปใกล้ ๆ นาง
ซ่งชิงหลันขยับริมฝีปาก กล่าวเบา ๆ “พรุ่งนี้ข้าจะทำ…”
ยังไม่รอให้นางกล่าวจบ กลับถูกเสียงแจ่มชัดเสียงหนึ่งขัดจังหวะไว้
“พี่ชิงหลัน! ท่านอ๋อง พวกท่านทำอันใดอยู่หรือเจ้าคะ”
เพียงซ่งชิงหลันหันไปมอง นางก็พบอู่เชียนเชียน ฉูซื่อโม่ว ทั้งยังมีกู่เยียนหรานและอันชิงชิงด้วย
ทั้งสี่คนกำลังจ้องมองตนด้วยสายตาคลุมเครือ
ซ่งชิงหลันจึงได้รู้สึกตัวว่าในตอนนี้ ท่าทางของนางและไป๋เย่หานนั้นดูคลุมเครือจริง ๆ จึงได้ผลักอีกฝ่ายออกไป และยิ้มให้พวกเขา “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”