ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 505 ท่านมาทำอันใดที่นี่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 505 ท่านมาทำอันใดที่นี่
บทที่ 505 ท่านมาทำอันใดที่นี่
อีกด้านหนึ่ง
เหล่าเฮยนำปลาดิบที่ห่อเรียบร้อยกลับมายังภัตตาคารอี่หง
ทว่าเหล่าคนงานในภัตตาคารอี่หงจำเขาไม่ได้อยู่ชั่วครู่ ยังคงขวางทางเขาไว้ด้วยสีหน้ารังเกียจ “นี่ ท่านลุง ท่านมาทำอันใดที่นี่หรือ ที่นี่เป็นที่ไว้กินอาหาร ท่านกลับเอาของกินของท่านมาเองได้อย่างไร ไป ๆ ๆ…”
“เจ้าสิไป!” เหล่าเฮยตบหน้าผากของคนงานคนนั้น “ไอ้คนตาไม่มีแวว นี่ข้าเอง!”
กล่าวจบ เขาก็ถอดหน้ากากบนใบหน้าออก
คนงานผู้นั้นเมื่อเห็นใบหน้าแท้จริงของเหล่าเฮยก็ตกใจมาก “ท่านเจ้าของร้านคนรอง เป็นท่านเองหรือ เหตุใดท่าน… เหตุใดจึงแต่งตัวเป็นสภาพเช่นนี้เล่า”
เหล่าเฮยกลอกตา “เจ้านี่เรื่องเยอะเสียจริง รีบเอาของพวกนี้จัดใส่จานออกมาเสีย”
กล่าวจบ เขาก็เอาปลาดิบที่ห่อไว้ในมือมอบให้คนงาน ส่วนตนก็กลับห้องไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
ยามที่ออกมาอีกครั้ง ปลาดิบและเครื่องเคียงก็ถูกจัดใส่จานวางไว้บนโต๊ะแล้ว แม่นางหงและเหล่าพ่อครัวของภัตตาคารอี่หงเองก็นั่งล้อมอยู่ด้วยกัน
ทุกคนเริ่มชิมอาหารพร้อมกัน
แม่นางหงมองเหล่าพ่อครัวที่นางจ่ายเงินจำนวนมากเพื่อเชิญมา “อาจารย์ทุกท่าน พวกท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญ เพื่อไม่ให้ความรู้สึกส่วนตัวของข้าส่งผลกระทบต่อการตัดสินของพวกท่าน พวกท่านชิมก่อนเถิด”
“ได้เลย”
จากนั้น เหล่าพ่อครัวพากันจับตะเกียบ เริ่มชิมอาหารอย่างละเมียดตามวิธีที่เหล่าเฮยบอก
ผ่านไปครู่หนึ่ง แม่นางหงเห็นท่าทางเคลิบเคลิ้มของพวกเขา อดไม่ได้ที่จะถามอย่างกระวนกระวาย “เป็นอย่างไรบ้าง”
เหล่าพ่อครัวพากันแสดงความคิดเห็นของตน
“อืม ไม่เลว ๆ ปลาดิบสามารถทำออกมาได้ถึงขั้นนี้ เป็นยอดฝีมือจริง ๆ ยอดฝีมือ!”
“นั่นสิ เนื้อปลาดิบนี้ไม่มีกลิ่นคาวเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังอร่อยสดใหม่ คุณภาพเนื้อชั้นเลิศ นอกจากตัวปลาแล้ว การหั่นนี้ก็งดงามอย่างมาก”
“ถูกต้อง จะต้องลอกหนังดึงก้างทันทีที่ปลาตาย ในเวลาที่สั้นเพียงนี้สามารถแล่ปลาออกมาได้ ทั้งยังสามารถรักษาความอร่อยของเนื้อปลาเอาไว้ กินแล้วช่างอร่อยถูกปากจริง ๆ”
“อีกอย่าง เครื่องเคียงนี้ก็เลือกได้ดีมาก เมื่อกินกับปลาดิบแล้ว ทั้งขจัดความคาว ทั้งยังตัดความเลี่ยน เรียกได้ว่าจับคู่กันแล้วสามารถเสริมกันได้ดี ขาดอย่างใดอย่างหนึ่งไปไม่ได้”
“แม่นางซ่งผู้นี้เก่งกาจเสียจริง นางคิดวิธีกินเช่นนี้ได้อย่างไร ขอคารวะนางเลยจริง ๆ…”
……
ปัง!
จู่ ๆ ก็มีเสียงดังขัดจังหวะบทสนทนาของพวกเขา
แม่นางหงเห็นพวกเขาพูดคุยเรื่องฝีมือการทำอาหารโดยไม่สนใจสิ่งอื่น ชื่นชมซ่งชิงหลันไม่ขาดปาก จึงโมโห ตบตะเกียบในมือลงบนโต๊ะดังลั่น
เห็นเพียงว่าตะเกียบไม้คู่นั้นแตกหักเป็นสองท่อนต่อหน้าเหล่าพ่อครัว พ่อครัวเหล่านั้นตกใจเสียจนหน้าซีดทันที ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ล้วนมองแม่นางหงที่กำลังโกรธอย่างหวาดหวั่น
แม่นางหงมีสีหน้ามืดหม่น ดวงตาที่ยั่วยวนทว่าเย็นชาที่น่าหวาดกลัว นางกวาดตามองเหล่าพ่อครัวที่อยู่ตรงหน้า พร้อมเอ่ยเสียงเย็น “ข้าเรียกพวกท่านมา ไม่ได้อยากจะฟังว่าพวกท่านจะชื่นชมซ่งชิงหลันว่าเก่งกาจเพียงใด! ข้าให้พวกท่านมาชิมอาหารแล้วทำออกมา ว่าอย่างไร ทำได้หรือไม่”
กล่าวจบ นางใช้สายตาข่มขู่มองพวกเขา
เหล่าพ่อครัวต่างมองหน้ากัน เผยสีหน้าลำบากใจ กล่าวถึงความยากลำบากออกมาอย่างหวาดระแวง
“เอ่อ… คือว่า… แม่นางหง เรื่องนี้ เกรงว่าจะไม่ง่ายเพียงนั้น”
“นั่นสิ อย่างแรกคือปลาดิบ ฝีมือการใช้มีดที่ยอดเยี่ยม หากการใช้มีดไม่ดี ก็ไม่อาจรักษาความสดของเนื้อปลาไว้ได้ พวกเรานั้นล้วนไม่มีฝีมือการใช้มีดขอรับ”
“ทั้งยังวัตถุดิบอีก ของอื่น ๆ นั้นไม่ยาก เพียงแต่วัตถุดิบที่สำคัญที่สุด อย่างเช่นกระเทียมโทนดอง ขิงดอง พริกดองเหล่านั้น จะต้องดองด้วยตัวเอง นี่เวลามีจำกัด…”
“อีกอย่างพวกเราเองก็ไม่คุ้นเคยกับการหมักดอง หากทำออกมาไม่อร่อย รสชาติที่มีต่อปลาดิบจะลดลงอย่างมาก”
“นั่นสิ ดังนั้น…”
“ข้าเข้าใจแล้ว!” แม่นางหงขัดจังหวะคำพูดของพวกเขาพร้อมยิ้มอย่างเย็นชา “อย่างไรพวกท่านก็หมายความว่า ไม่ว่าจะอย่างไรก็ทำไม่ได้ พวกท่านไม่อาจเทียบชั้นกับหญิงอย่างซ่งชิงหลันได้ เช่นนั้นที่ข้าเชิญพวกท่านมาจะมีประโยชน์อันใด?!”
แม้ปกติแม่นางหงดูแล้วจะสง่างาม และสามารถพูดจาอ่อนหวานดึงดูดลูกค้าได้ ทว่ายามเมื่อนางโมโหคนงานอย่างพวกเขาขึ้นมานั้นน่ากลัวเสียจนชวนให้เสียขวัญ
พ่อครัวเหล่านั้นเองก็ดูออก จึงเปลี่ยนคำพูดในทันที
“เอ่อ… คือว่า… แม่นางหง ความจริงเรื่องฝีมือการใช้มีดนี้ ให้ฝึกฝนก็พอทำได้ ขอเพียงให้เวลาข้าหน่อย ใช้เวลาสักระยะ ข้าจะต้องฝึกฝนได้เป็นแน่”
“นั่นสิ ส่วนเรื่องผักดองนั้น ขอเพียงให้เวลาพวกข้า ได้ลองสักสองสามครั้ง จะต้องทำออกมาได้แน่”
“เช่นนั้นแล้ว ปลาดิบนี้ ก็สามารถทำออกมาได้…”
ได้ยินพวกเขากล่าวเช่นนั้น สีหน้าของแม่นางหงก็ดูดีขึ้นมาเล็กน้อย
ในตอนนี้ เหล่าเฮยที่อยู่ข้าง ๆ เอ่ยออกมาเช่นกัน “แม่นางหง ภัตตาคารอวิ๋นหลายทางด้านนั้นพูดเอาไว้ ว่าในอีกสิบกว่าวันหลังจากนี้ พวกเขาจะนำเสนออาหารจานใหม่ทุกวัน ดังนั้น…”
พูดไป เขาก็รู้สึกได้ถึงรังสีเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมารอบ ๆ แม่นางหงอีกครั้ง จนไม่กล้าพูดต่อ
แม่นางหงยิ้มมุมปากอย่างร้ายกาจ กล่าวเสียงเบา “เช่นนั้น ไม่ว่าพวกเราจะลอกเลียนอย่างไร ก็ไม่อาจเทียบกับพวกเขาได้ ซ่งชิงหลันต้องการหาเรื่องพวกเราชัดเจน…”
แต่ต้องยอมรับว่ากลยุทธ์นี้แยบยลยิ่งนัก
แม่นางหงสูดหายใจลึก ๆ จากนั้นโบกมือให้พ่อครัวเหล่านั้น “พวกท่านทั้งหลายออกไปก่อนเถิด”
“ขอรับ” พวกเขาตอบเป็นเสียงเดียว ก่อนจะจากไป ยังไม่ลืมมองปลาดิบนั้นอย่างอาลัยอาวรณ์
ในฐานะพ่อครัว การได้พบอาหารอร่อย ๆ เช่นนี้ ช่างยากจะลืมเลือน
หลังจากเห็นว่าพวกเขาจากไปแล้ว เหล่าเฮยมองแม่นางหงอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ แุละเอ่ยถาม “แม่นางหง เช่นนั้นตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรขอรับ”
ดวงตางามของแม่นางหงเหลือบขึ้นมองเขาอย่างเยือกเย็น “ข้าจะรู้ได้อย่างไร!”
เหล่าเฮยขมวดคิ้ว “หากปล่อยให้แม่นางซ่งโดดเด่นมากเกินไป ท่านผู้นั้นจะไม่พอใจนะขอรับ”
“เฮอะ นางไม่พอใจแล้วเกี่ยวอันใดกับเรา” แม่นางหงยกยิ้มมุมปากอย่างมีเสน่ห์ ดวงตางดงามเหลือบขึ้นมองเหล่าเฮยแล้วเอ่ย “เหล่าเฮย เจ้าอย่าลืมจุดมุ่งหมายที่เรามาที่นี่ เจ้านายของเราเป็นผู้ใด เรื่องเล็กน้อยเพียงนี้ พวกเราอย่าได้ไปยุ่งนักเลย”
“เช่นนั้นท่านหมายความว่า… เรื่องนี้ก็จะ… ปล่อยไปเช่นนั้นไม่สนใจหรือขอรับ”
“ฮ่า ๆ…” แม่นางหงหัวเราะออกมาด้วยน้ำเสียงอันเย้ายวน “สิ่งที่ควรทำโดยผิวเผินนั้นก็ต้องทำ กลยุทธ์นี้ของซ่งชิงหลันนั้นพวกเราทำอันใดไม่ได้ พวกเราทำสิ่งที่ควรทำไปหมดแล้ว คนผู้นั้นทำให้เราไม่อาจทำสิ่งใดได้ เอาเถิด ข้าเหนื่อยแล้ว เจ้าไปเสีย”
กล่าวจบ แม่นางหงก็โบกมือให้เขา