ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 506 กลิ่นแปลก ๆ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 506 กลิ่นแปลก ๆ
บทที่ 506 กลิ่นแปลก ๆ
ยามนี้ ในห้องเหลือเพียงแม่นางหงคนเดียว
นางหรี่ตาลง มองปลาดิบบนโต๊ะ กล่าวกับตนเองเบา ๆ “ของสิ่งนี้ ดมแล้วกลิ่นแปลก ๆ”
นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือบางที่ขาวราวกับหยกออกไปราวกับไม่รู้ตัว ไปหยิบเอาตะเกียบหยกขึ้นมา นำปลาดิบใส่ปากตามวิธีกินที่เหล่าเฮยบอก
ดวงตาของนางเป็นประกายโดยพลัน และอดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “อืม! อร่อยมาก กินอีกชิ้นดีกว่า…”
แล้วก็อีกชิ้น อีกชิ้น…
กินไปเรื่อย ๆ จนนางกินปลาดิบทั้งหมดคนเดียว
หลังจากกินอิ่ม นางนั่งตัวแข็งทื่ออยู่บนเก้าอี้ ลูบพุงกลม ๆ ของตน ลอบกล่าวในใจ ‘ขอยอมรับว่าซ่งชิงหลันผู้นี้ช่างมีความสามารถ ทำอาหารได้ทั้งอร่อยและแปลกใหม่ หากข้าเป็นชาย คงจะชอบสตรีเช่นนี้ เพียงแต่น่าเสียดาย ในฐานะสตรีเช่นเดียวกัน ทั้งยังชอบชายคนเดียวกัน พวกเราถูกกำหนดแล้วว่าไม่อาจเป็นเพื่อนกันได้’
ไป๋เย่หานอยู่กับซ่งชิงหลันที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายจนกระทั่งฟ้ามืด ซ่งซิงเฉินและซ่งซิงเยว่ เด็กน้อยทั้งสองที่ไปเรียนก็มาแล้ว
หลังจากปิดร้าน ทั้งสี่คนก็เดินจูงมือกลับบ้านไปพร้อมกัน
ซ่งชิงหลันที่ทำงานยุ่งมาทั้งวัน แค่ได้เดินเล่นเช่นนี้ ก็ถือว่าได้พักผ่อนแล้ว
มือเล็กของซ่งซิงเยว่จูงมือของซ่งชิงหลัน ปากเล็กยู่แล้วกล่าวเบา ๆ “ท่านแม่เจ้าคะ ทุกคนล้วนบอกว่าปลาดิบที่ท่านทำนั้นอร่อย แต่เหตุใดท่านจึงไม่ให้ข้ากับเฉินเฉินกินเล่า”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ตอนนี้พวกเจ้าทั้งสองคนยังเด็ก ในปลาดิบนี้มีพยาธิอยู่ เด็ก ๆ อย่างพวกเจ้ากินเข้าไปแล้วจะไม่สบายท้อง”
“พยาธิหรือ คือตัวอันใดขอรับ” ซ่งซิงเฉินเอ่ยถามด้วยสีหน้าจริงจัง
ไป๋เย่หานเองก็งุนงงเช่นกัน “เมื่อครู่ข้าก็ไม่เห็นว่าในเนื้อปลาจะมีตัวอันใดนะ”
เขาเข้าไปใกล้ซ่งชิงหลันเล็กน้อย และเอ่ยเบา ๆ “พระชายา นี่เจ้าโกหกเด็กหรือ ถ้าหากใช่ ข้าจะตามน้ำเอง”
ซ่งชิงหลันถลึงตามองเขา “ข้าไม่ได้โกหกนะ ข้าพูดความจริงทั้งนั้น”
จากนั้น นางก็มองเด็กทั้งสองคน กล่าวตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “พยาธิน่ะ ก็คือแมลงชนิดหนึ่งที่อยู่ในเนื้อและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า หลังจากพวกเรากินแมลงชนิดนี้ลงท้องไปแล้ว พวกมันก็จะไปโตในท้องเรา ถ้าหากหนักหนา จะทำให้ร่างกายของพวกเราไม่สบายตัว”
“น่ากลัวเพียงนั้นเลยหรือเจ้าคะ เช่นนั้นต่อไปข้าจะไม่กินปลาดิบแล้ว” ใบหน้าเล็ก ๆ ของซ่งซิงเยว่ตกใจเสียจนซีดเผือด
ซ่งซิงเฉินขมวดคิ้วกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล “เช่นนั้นแล้ว ในท้องของท่านพ่อกับท่านแม่ก็คงมีแมลงมากมาย ควรทำอย่างไรดีขอรับ”
ซ่งชิงหลันมองท่าทางเป็นกังวลของพวกเขา อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา “ไม่ต้องกังวล ความจริงในร่างกายของพวกเราทุกคนล้วนมีพยาธิอยู่ไม่มากก็น้อย ขอเพียงฆ่าแมลงได้ทันเวลาก็ไม่เป็นไรแล้ว”
“ดังนั้น…” จู่ ๆ ไป๋เย่หานก็คิดบางอย่างออก “วันนี้ที่พวกเจ้าให้น้ำชากับลูกค้าทุกคนที่มากินปลาดิบ นั่นสามารถฆ่าแมลงได้หรือ”
“ถูกต้อง” ซ่งชิงหลันพยักหน้า “พวกเราเปิดร้านทำการค้าขาย ย่อมต้องคิดให้รอบเจ้าค่ะ”
“ท่านแม่ ท่านเก่งกาจเหลือเกิน!” ซ่งซิงเยว่อดไม่ได้ที่จะชูนิ้วโป้งให้นาง
แม้แต่ไป๋เย่หานยังยกนิ้วโป้งให้นาง หญิงตรงหน้านี้ยิ่งได้รู้จักก็ยิ่งน่าหลงใหล
ในตอนนี้ หัวเล็ก ๆ ของซ่งซิงเฉินเต็มไปด้วยความสงสัย อดไม่ได้ที่จะถามออกมา “ท่านแม่ขอรับ ท่านรู้เรื่องมากมายเพียงนี้ได้อย่างไร เรื่องเหล่านี้ข้าล้วนไม่เคยเห็นในหนังสือเลย”
ซ่งชิงหลันลูบหัวเล็ก ๆ ของเด็กชาย พร้อมกล่าวด้วยรอยยิ้ม “สิ่งที่เขียนในหนังสือเป็นเพียงความรู้ของคนส่วนหนึ่ง ยังมีเรื่องราวอีกมากมายที่ถูกส่งต่อแบบปากต่อปาก ที่แม่มีความรู้มากเพียงนี้ ก็เป็นเพราะแม่มีชีวิตอยู่มามากกว่าพวกเจ้าอย่างไรเล่า…”
คำที่นางพูดนี้ไม่ผิดอันใด ถ้าหากคำนวณจริง ๆ นางก็มีชีวิตอยู่มามากกว่าพวกเขาหลายร้อยหลายพันปี อีกทั้งวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในยุคปัจจุบันก็พัฒนาเพียงนั้น อยากจะรู้เรื่องอันใด เพียงใช้นิ้วมือเปิดหาในอินเทอร์เน็ตก็รู้แล้ว
จะว่าไป นางไม่ได้เล่นอินเทอร์เน็ตมานานมากแล้ว เมื่อก่อนเพียงแค่โทรศัพท์มือถืออยู่ห่างตัวก็ไม่สบายไปทั้งวันแล้ว รู้สึกไม่ปลอดภัย วันคืนหลังจากมาที่นี่ทุก ๆ วันล้วนผ่านไป คิดไม่ถึงว่าจะรักษาเด็กสาวติดอินเทอร์เน็ตอย่างนางได้ถึงเพียงนี้
ไป๋เย่หานหันหน้าไปมองนาง เห็นท่าทางของนางที่ดำดิ่งอยู่ในความคิด อดไม่ได้ที่จะอยากรู้ขึ้นมา “พระชายา เจ้าคิดอันใดอยู่ เหตุใดจึงคิดเสียจนเหม่อลอยเพียงนั้น”
“ข้าเพียงคิดถึงบ้านน่ะ” ซ่งชิงหลันพลั้งปากออกไป
ทันทีที่กล่าวออกไป นางก็ได้สติกลับมา มองไป๋เย่หานด้วยสีหน้ากระวนกระวาย
ไป๋เย่หานหรี่ดวงตาร้ายกาจนั้นลง มองนางอย่างพินิจ ราวกับกำลังคิดอ่านความคิดอันลึกล้ำในใจของนางให้ออก
หากแต่ซ่งซิงเยว่กะพริบตา ทำลายความกระอักกระอ่วนได้ทันเวลา เด็กหญิงเอ่ยถามด้วยเสียงเด็กน้อยอ้อแอ้ “ท่านแม่ ท่านคิดถึงย่านหย่งเหอหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันใช้ไหวพริบ รีบตามน้ำไป “ใช่แล้ว ๆ พวกเราล้วนไม่ได้กลับไปดูที่ย่านหย่งเหอนานแล้วนะ”
ความจริง ตอนนี้ย่านหย่งเหอไม่ใช่ย่านหย่งเหอดังเช่นเมื่อก่อน
ย่านหย่งเหอในสมัยก่อนก็คือสถานที่ที่มีชื่อในเรื่องความยากจนข้นแค้น เป็นสถานที่ที่คนชั้นต่ำที่สุดในเมืองหลวงมาใช้ชีวิตอยู่ เหล่าข้าราชการชั้นสูงที่สูงส่งเหล่านั้น เพียงได้ยินชื่อของที่นี่ก็พากันส่ายหน้า
แต่ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปหมดแล้ว
อย่างแรก เป็นเพราะสถานที่นี้ได้ให้กำเนิดท่านอ๋องเทพสงครามที่มีชื่อเสียงโด่งดัง สอง เป็นเพราะสถานที่นี้ได้ให้กำเนิดยอดหญิงที่ร่ำรวยและหาเงินได้เก่งที่สุดอย่างซ่งชิงหลัน
เมื่อมีชื่อของทั้งสองคนที่โด่งดัง ย่านหย่งเหอย่อมมีสีสันที่ลึกลับเพิ่มมากขึ้น เมื่อพูดถึงชื่อย่านหย่งเหอนี้ คนนอกล้วนให้ความสนอกสนใจ
ไป๋เย่หานหรี่ตามองซ่งชิงหลัน เขารู้ดีว่านางกำลังปกปิดอันใดบางอย่าง บ้านที่นางพูดถึงนั้นไม่ใช่ย่านหย่งเหอเป็นแน่
ยามที่ไป๋เย่หานกำลังคิดจะสอบถามต่อ จู่ ๆ ดวงตาก็จริงจัง โอบกอดซ่งชิงหลันเอาไว้ในอ้อมแขนทันที
ซ่งชิงหลันตกใจกับการกระทำอันกะทันหันเช่นนี้ของเขา
นางกะพริบตาปริบ ๆ เอ่ยเสียงเบา “ไป๋… ไป๋เย่หาน ท่านทำอันใดน่ะ”
ไป๋เย่หานยิ้มบาง ๆ “วันนี้พระชายาทำงานหนักเกินไป ข้าจะนวดให้เจ้าเอง”
กล่าวจบ เขาก็บีบไหล่ของซ่งชิงหลัน
หากแต่ซ่งชิงหลันมองเขาอย่างสงสัย “เหตุใดท่านจึงดูแปลก ๆ เล่า”
“แปลกตรงไหน?”
“บอกไม่ถูก” ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว “ช่างเถิด ถูกท่านนวดเช่นนี้ ดูเหมือนข้าจะเหนื่อยมากจริง ๆ เช่นนั้นพวกเรารีบกลับกัน แล้วเจ้ามานวดให้ข้าดี ๆ”
“ได้สิ ข้ายินดีอยู่แล้ว” กล่าวจบ ไป๋เย่หานยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์
ซ่งชิงหลันที่เห็นดังนั้นหรี่ตาลง ตักเตือนเขาด้วยสายตา “ท่านอย่าคิดอันใดร้าย ๆ เชียว การนวดที่ข้าบอก หมายถึงการนวดจริง ๆ”