ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 509 ล้ำเลิศเกินไปแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 509 ล้ำเลิศเกินไปแล้ว
บทที่ 509 ล้ำเลิศเกินไปแล้ว
ฟางจื่ออี้กินไปคำหนึ่ง ทันใดที่เนื้อปลาลงท้องไป เขาก็รู้สึกได้ถึงรสชาติแสนอร่อยที่เบ่งบานอยู่ในต่อมรับรส เขาหันมองซ่งชิงหลันด้วยสีหน้าตื่นตกใจและยินดี “ปลานี่อร่อยเกินไปแล้ว หนังปลาหอมและกรอบ มีกลิ่นของสุราหมักซึมซาบเข้าไป ยิ่งอร่อยกว่าเดิม สำหรับอาหารจานนี้ สุราหมักนี่ช่างเป็นไม้ตายจริง ๆ ขอรับ”
“ถูกต้อง ข้าเองก็สัมผัสได้ หากเปลี่ยนเป็นสุราข้าวชนิดอื่นมาทำอาหารจานนี้ คงไม่เกิดรสชาติเช่นนี้ได้”
“อืม… ถึงแม้สุราหมักนี้กินเปล่า ๆ รสชาติจะไม่ได้กินง่ายเพียงนั้น คิดไม่ถึงว่าพอเอามาทำอาหารแล้ว ไม่เพียงแต่จะขจัดกลิ่นคาวปลาได้ แต่ยังทำให้รสอร่อยของเนื้อปลาโดดเด่นขึ้นมา ช่างเป็นรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์ ล้ำเลิศยิ่งนัก”
“นั่นสิ กินแล้วทั้งมีรสปลาและรสสุรา ช่างเลิศรสเสียจริง”
เห็นว่าทุกคนชมเป็นเสียงเดียว ซ่งชิงหลันก็ยิ่งมั่นใจมากกว่าเดิม
นางหันหน้าไปมองฟางโย่วลี่และเอ่ยถาม “อาจารย์ฟาง เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ วันนี้พวกเรานำเสนออาหารจานนี้เป็นอาหารจานใหม่ได้หรือไม่”
ถึงแม้นางจะเป็นเจ้าของภัตตาคารอวิ๋นหลาย แต่เรื่องในครัว นางก็ยังนับถืออาจารย์อย่างฟางโย่วลี่
ฟางโย่วลี่ยิ้ม “คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว อาหารที่ดีเพียงนี้ จะต้องเป็นอาหารแนะนำจานใหม่ของภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราได้เป็นแน่ เอาเถิด ไม่ต้องพูดให้มากความ พวกเรารีบเริ่มงานกัน คิดว่าวันนี้คงจะยุ่งกันหัวหมุนอีกแล้ว”
“ขอรับ!”
เหล่าอาจารย์จากในครัวกล่าวเป็นเสียงเดียว
ทุกคนมีขวัญกำลังใจเต็มเปี่ยม ฮึกเหิมอย่างมาก เตรียมใจรับความท้าทายครั้งใหม่ในวันนี้เรียบร้อย
จากนั้น ทุกคนแบ่งงานกันทำ เริ่มทำงานกันอย่างเป็นระเบียบ คนที่จัดการปลาก็จัดการปลา คนที่ล้างผักก็ล้างผัก คนที่เตรียมวัตถุดิบก็หั่นผัก ส่วนซ่งอวิ๋นเฟิงพาพวกหวงเสี่ยวโต้วและเหล่าคนงานที่อายุน้อย ๆ ช่วยกันขนสุราหมักที่อยู่ด้านหลังเข้ามาเตรียม
ฟางโย่วลี่และฟางจื่ออี้พ่อลูกรับหน้าที่หัวหน้าพ่อครัว ทำตามวิธีที่ซ่งชิงหลันเพิ่งปรุงเมื่อครู่ ทำปลาทอดตุ๋นสุราหมักที่หอมกรุ่นและอร่อยออกมาทีละจาน ๆ
เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าค่อย ๆ สว่างขึ้น วันใหม่ของภัตตาคารอวิ๋นหลายก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง
ซ่งชิงหลันมองหลิวกุ้ยเสียแวบหนึ่ง “ท่านอาสะใภ้ ไปกันเถิดเจ้าค่ะ พวกเราไปเปิดร้านทางด้านหน้า วันนี้คงจะต้องยุ่งกันอีกแล้ว”
“ข้ารู้สึกดีเหลือเกิน อยากจะให้พวกเราเหนื่อยกันเสียแทบแย่ นี่คงพิสูจน์ได้แล้วว่ากิจการภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรากำลังรุ่งเรือง!” หลิวกุ้ยเสียยิ้ม ทำท่าทางคันไม้คันมือ
จากนั้นทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องครัว มุ่งหน้าเดินไปยังโถงด้านหน้า
ทั้งสองช่วยกันเปิดประตูใหญ่ของภัตตาคารอวิ๋นหลาย ทว่าเมื่อดูแล้วพวกนางกลับต้องตกใจอย่างมาก
ที่หน้าประตูภัตตาคารอวิ๋นหลายมีคนต่อแถวยาวเหยียด ทุกคนล้วนยื่นคออย่างคาดหวังให้ภัตตาคารอวิ๋นหลายเปิดทำการ
ยามนี้หลิวกุ้ยเสียตื่นตกใจโดยพลัน อดไม่ได้ที่จะเอ่ยออกมา “สวรรค์ เหตุใดคนจึงเยอะเพียงนี้”
เนื่องจากซ่งชิงหลันเห็นภาพคนมากมายจนชิน นางจึงได้เตรียมใจเอาไว้ แต่ก็ยังคิดไม่ถึงเช่นกันว่าจะมีคนมากมายเพียงนี้
คนที่ต่อแถวอยู่หน้าสุดเป็นเหล่าจิน ลูกค้าเก่าแก่ หลังจากเห็นซ่งชิงหลันเขาก็กล่าวอย่างอดรนทนไม่ไหว “ไอ้หยา แม่นางซ่ง ในที่สุดเจ้าก็เปิดร้านแล้ว เจ้ารู้หรือไม่ว่าเพื่อให้ได้กินอาหารจานใหม่ของเจ้า พวกข้าต้องมาต่อแถวกันนานเพียงใด”
คนด้านหลังเองก็ส่งเสียงเอะอะโวยวายขึ้นมา
“เพื่ออาหารดี ๆ ย่อมรอได้ พวกเรามาเพื่อเพลิดเพลินกับของอร่อย!”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! แม่นางซ่ง วันนี้เจ้าจะทำอาหารจานใหม่อันใดให้พวกเรากินหรือ”
“ไอ้หยา… เหมือนว่าข้าจะได้กลิ่นหอมแล้วละ”
“นั่นสิ ๆ ข้าเองก็ได้กลิ่นแล้ว หอมเสียจริง นี่มันคืออันใดกันแน่”
……
เมื่อเห็นท่าทางอยากรู้และรีบร้อนของผู้คน ซ่งชิงหลันเองก็ไม่ให้เสียเวลาเปล่า “อาหารจานใหม่ของเราวันนี้มีชื่อว่าปลาทอดตุ๋นสุราหมัก นำออกขายเป็นวันแรก มีส่วนลดห้าส่วน หากทุกคนอยากกินก็รีบเข้าไปนั่งด้านในเถิดเจ้าค่ะ พวกเรามีสุราดี ๆ อาหารดี ๆ ต้อนรับทุกท่าน”
“ปลาทอดตุ๋นสุราหมัก นี่มันอาหารอันใดกัน เหตุใดจึงไม่เคยได้ยินมาก่อน” เหล่าจินที่ต่อแถวอยู่หน้าสุดถามขึ้นมา
คนที่อยู่ด้านหลังพูดขึ้นมาอย่างไม่พอใจในทันที “เหล่าจิน เจ้าจะเข้าไปหรือไม่ หากเจ้าไม่เข้าไปก็ไปอยู่อีกด้านหนึ่ง อย่ามาขวางทางพวกข้าเข้าไปกินของอร่อย”
“ไอ้หยา พวกเจ้าอย่าเพิ่งโวยวายสิ อย่ารีบร้อนไป ข้าเพียงแค่สงสัยเท่านั้น ปลาทอดตุ๋นสุราหมักคืออันใดพวกเราไม่เคยกิน และไม่รู้ด้วยว่าจะเป็นของอร่อยหรือไม่”
“ไม่เคยได้ยินก็ถูกต้องแล้ว เจ้าดูอาหารเหล่านี้ของแม่นางซ่งสิ มีอันใดที่พวกเราเคยได้ยินมาก่อนบ้างเล่า แต่ถึงอย่างไรทุกจานก็อร่อยทั้งหมดไม่ใช่หรือ”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว! เมื่อวานปลาดิบจานนั้นช่างทำให้ข้าตื่นตาตื่นใจนัก ข้าว่า ปลาทอดตุ๋นสุราหมักในวันนี้ก็จะต้องเป็นของอร่อยล้ำเลิศเป็นแน่”
“เจ้ารีบตัดสินใจว่าจะเข้าไปหรือไม่ หากไม่ก็อย่าได้มาขวางทางพวกข้า”
“นั่นสิ ๆ เร็ว ๆ เข้า…”
สุดท้ายเมื่อไม่อาจทนการเร่งเร้าของทุกคนได้ เหล่าจินจึงตัดสินใจ “ได้! เช่นนั้นข้าเชื่อทุกคน ข้าจะเข้าไปชิมอาหารจานนี้ก่อน”
เหล่าลูกค้าที่ต่อแถวยาวนั้นก็ทยอยกันเข้าไปในภัตตาคารอวิ๋นหลายเป็นระลอก ๆ เพียงชั่วครู่เดียว ทั่วทั้งชั้นหนึ่งและชั้นสองของภัตตาคารอวิ๋นหลายก็มีคนนั่งจนเต็ม ทว่าแถวยาวที่อยู่ด้านนอกก็ยังคงไม่ลดลง
ลูกค้าทุกโต๊ะที่มาเพื่อกินอาหารล้วนต้องสั่งปลาทอดตุ๋นสุราหมัก ทำให้คนในครัวล้วนยุ่งกันเสียจนโกลาหล
เหล่าจินเป็นคนแรกที่ได้กินปลา ทว่ากลับมีเหล่าลูกค้าที่ล้อมรอบรอคอยยื่นคอมามอง รอความเห็นจากเขา
เหล่าจินคีบเนื้อปลาหนึ่งชิ้นใส่ปาก ลิ้มรสอย่างละเมียด จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย แล้วคีบกินทีละคำ ๆ ไม่หยุด
ทุกคนเอ่ยถามอย่างร้อนรนในทันที “เหล่าจิน เป็นอย่างไรบ้าง อร่อยหรือไม่”
“อร่อย อร่อยมาก!” แม้ในปากของเหล่าจินยังมีข้าวอยู่ แต่เขาก็ตะโกนบอกบริกรในร้าน “ขอข้าวให้ข้าอีกสามชาม อาหารจานนี้กินกับข้าวอร่อยมาก อร่อยมากจริง ๆ พวกเจ้าอย่าได้พลาดเชียว”
เมื่อได้ยินคำวิจารณ์ของเหล่าจิน ทุกคนยิ่งอดรนทนไม่ไหว
แต่น่าเสียดายที่ด้านในภัตตาคารอวิ๋นหลายมีคนนั่งกันเต็มแล้ว แม้พวกเขาจะอยากกินก็ยังกินไม่ได้
“ไอ้หยา เหตุใดนานแล้วก็ยังไม่ถึงคราวพวกเราอีก”
“นั่นสิ เหตุใดคนด้านในจึงกินกันนานนัก”
“นี่! เหล่าพี่น้องที่ด้านในนั้น กินเสร็จแล้วก็รีบออกมา พวกข้าที่อยู่ด้านนอกจะได้เข้าไปกินบ้าง!”
“ใช่! ของดีย่อมต้องแบ่งปันกันสิ พวกเจ้าชิมรสชาติแล้วก็รีบออกมาเสีย ให้พวกข้าได้เข้าไปชิมบ้าง”
ซ่งชิงหลันเห็นว่าทุกคนล้วนอดรนทนไม่ไหว จึงออกหน้าไปทำให้ทุกคนได้สงบอารมณ์ทันที “ทุกท่านได้โปรดใจเย็นก่อนเจ้าค่ะ อย่ารีบร้อนไป วันนี้ที่ร้านของพวกข้าเตรียมวัตถุดิบเอาไว้เพียงพอสำหรับทุกท่าน วางใจเถิดเจ้าค่ะ”