ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 508 นี่ก็คือสุราหมัก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 508 นี่ก็คือสุราหมัก
บทที่ 508 นี่ก็คือสุราหมัก
เมื่อซ่งชิงหลันและหลิวกุ้ยเสียมาถึงภัตตาคารอวิ๋นหลาย พวกนางก็ตรงไปที่ห้องครัวด้านหลังทันที
ซ่งชิงหลันเปิดฝาขวดสุราจนกลิ่นหอมของสุราเข้ม ๆ ลอยขึ้นมาเตะจมูก
หลิวกุ้ยเสียที่อยู่ข้าง ๆ ขมวดคิ้วและเอ่ยถาม “หลันหลัน นี่มันอันใดกันหรือ เหตุใดจึงมีกลิ่นสุราด้วย”
ไม่กี่วันก่อนนางเห็นซ่งชิงหลันขลุกอยู่ในห้องตั้งนาน ไม่รู้ว่ากำลังทำอันใดอยู่ แต่ชิงหลันบอกว่ากำลังหมักสุรา แต่ขั้นตอนนั้นอาจจะซับซ้อนอย่างมาก ทว่าทุกคนล้วนไม่เคยเห็นวิธีการหมักสุราเช่นนี้ ยังเข้าใจว่านางพูดเล่นอยู่เลย
ซ่งชิงหลันมองท่าทางอยากรู้อยากเห็นของอาสะใภ้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ท่านอาสะใภ้ นี่คือสุราหมักเจ้าค่ะ”
กล่าวจบ นางตักสุราจากไหขึ้นมาจอกหนึ่ง ยื่นไปตรงหน้าหลิวกุ้ยเสีย “ท่านอาสะใภ้ ท่านลองชิมสิเจ้าคะว่ารสชาติเป็นอย่างไร”
หลิวกุ้ยเสียมองน้ำสีเหลืองส้มในมือของนาง อดไม่ได้ที่จะลังเลขึ้นมา “หลันหลัน… นี่เจ้า… สุราของเจ้าเหตุใดจึงเป็นสีเหลือง ดูแล้ว… เหมือนฉี่อย่างไรอย่างนั้น”
“ฮ่า ๆ ๆ…” ซ่งชิงหลันหัวเราะร่า
จากนั้นก็กล่าวอธิบาย “ท่านอาสะใภ้ ข้าเคยบอกท่านแล้วไม่ใช่หรือ นี่เรียกว่าสุราหมัก ไม่เหมือนกับสุราที่พวกเรากินตามปกติ จึงเป็นสีเหลืองเช่นนี้ ท่านลองชิมดูสิเจ้าคะ ไม่แน่ว่าท่านอาจจะชอบรสชาติของมันก็ได้”
ซ่งชิงหลันยังเลิกคิ้วให้นาง ดูนำเสนออย่างมาก
หลิวกุ้ยเสียยากที่จะปฏิเสธ ทำได้เพียงจำใจ บีบจมูกแล้วดื่มจนหมดในคราวเดียว
ซ่งชิงหลันเอ่ยถามอย่างรอไม่ไหว “เป็นอย่างไรบ้าง ๆ อร่อยหรือไม่เจ้าคะ”
“แค่ก ๆ ๆ…” หลิวกุ้ยเสียกระแอม หน้านิ่วจนกลายเป็นซาลาเปา กล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น “หลันหลัน สุราของเจ้านี้… เหตุใดดูแล้วจึงเหมือนฉี่ ดื่มแล้วก็เหมือนฉี่เช่นนี้เล่า”
ทว่าทันใดนั้น ด้านหลังพวกนางกลับมีเสียงดังฟังชัดขึ้นมา “พวกท่านพูดถึงฉี่กันหรือ”
ซ่งชิงหลันและหลิวกุ้ยเสียหันหน้าไปมองฟางโย่วลี่สองพ่อลูก รวมไปถึงเหล่าพ่อครัว
พวกเขามาที่นี่กันเร็วอย่างนี้ก็เพื่ออาหารจานใหม่
ฟางจื่ออี้ดมอากาศรอบ ๆ อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา “กลิ่นสุรานี่หอมเสียจริง ชิงหลัน นี่คือสุราหมักที่เจ้าพูดอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้วเจ้าค่ะ ทุกคนรีบมาชิมดูเถิด” ซ่งชิงหลันจัดแจงให้ทุกคนมาชิมอย่างยินดี
ฟางจื่ออี้เห็นว่าหลิวกุ้ยเสียยังคงมีสีหน้าขมขื่นอยู่ จึงอดไม่ได้ที่จะถามอย่างสงสัยใคร่รู้ “อาสะใภ้ ท่านเป็นอันใดไปหรือ”
หลิวกุ้ยเสียเอามือปิดปากกล่าว “อีกเดี๋ยวเจ้าดื่มสุราก็เข้าใจเองแหละ”
ฟางจื่ออี้ที่ไม่รู้เรื่องอันใด ดื่มสุราหมักที่ซ่งชิงหลันยื่นให้ด้วยความสงสัย ลิ้มรสอย่างละเมียด “อืม สุรานี้รสชาติพิเศษจริง ๆ”
“ถูกต้อง” ฟางโย่วลี่พยักหน้า จากนั้นหยิบเอาสุราจอกหนึ่งขึ้นมาดื่ม “สุรานี้ตอนชิมครั้งแรกรู้สึกเหมือนมีกลิ่นแปลก ๆ ไม่คุ้นเลยสักนิด แต่พอกินเข้าไปแล้วกลับมีความหวานย้อนกลับ ทำให้รู้สึกไม่หนำใจ ดื่มแล้วยังอยากดื่มอีก”
“หา ดื่มแล้วยังอยากดื่มอีกหรือเจ้าคะ” หลิวกุ้ยเสียเบิกตากว้างอย่างตกใจ “อาจารย์ฟาง ท่านไม่คิดว่าสุรานี้เหมือนฉี่หรือ”
ที่เกินจะบรรยายก็คือ การดื่มสุรานี้ก็เหมือนกับฉี่
หากแต่เหล่าพ่อครัวคนอื่น ๆ ยิ้มออกมา “อาสะใภ้ ท่านพูดเช่นนี้ เพราะท่านเคยกินฉี่มาก่อนหรือขอรับ”
“พูดอันใดของเจ้ากัน!” หลิวกุ้ยเสียหน้าแดงคร่ำเครียด ถลึงตามองอีกฝ่าย
ทำเอาทุกคนหัวเราะทันใด
“เอาเถิด พวกเรากลับเข้าเรื่องกันดีกว่า” ฟางโย่วลี่เรียกพวกเขาไว้ จากนั้นหันหน้ามามองซ่งชิงหลันอย่างจริงจัง “แม่นางชิงหลัน เจ้าจะเอาสุรานี้มาทำอาหารจริงหรือ นี่ข้ายังเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย ของเล่นใหม่นี้อาจจะมีบางคนไม่อาจรับได้”
อย่างเช่นหลิวกุ้ยเสียที่อยู่ตรงหน้า…
“ทำสิเจ้าคะ! แน่นอนว่าต้องทำ!” ซ่งชิงหลันตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “อาหารที่เราจะทำในวันนี้คือปลาทอดตุ๋นสุราหมัก หากไม่มีสุราหมักที่เป็นตัวหลักแล้วจะใช้ได้ได้อย่างไร ความจริง สุราหมักของพวกเรานี้ หลัก ๆ แล้วมีประโยชน์ในการปรุงรส หลังจากผ่านการต้ม รสชาติของสุราหมักและรสชาติของปลาจะรวมเข้าด้วยกัน ข้าคิดว่าทุกคนจะต้องชอบมันเป็นแน่เจ้าค่ะ”
ฟางจื่ออี้เองก็กล่าวเห็นด้วย “ข้าคิดว่าชิงหลันมีความคิดที่ไม่เลว สุราหมักนี้คือไม้ตายของเรา อย่างไรเสีย ตอนนี้ในเมืองหลวงมีเพียงพี่ชิงหลันที่หมักสุราได้ เช่นนั้นหากคนจากภัตตาคารอี่หงอยากจะทำอาหารจานนี้ คงไม่อาจทำได้แน่ ถือว่าพวกเราชนะแล้วนะขอรับ”
“ใช่แล้ว! ใช่แล้ว!” เหล่าพ่อครัวคนอื่น ๆ เองก็เออออไปด้วย
“เอาเช่นนี้เถิด…” ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าจะทำอาหารจานนี้ออกมาก่อน แล้วพวกเรามาชิมรสชาติด้วยกันแล้วค่อยตัดสินใจ ดีหรือไม่เจ้าคะ”
ฟางโย่วลี่พยักหน้า “ดี ข้าเห็นด้วย”
ในตอนนี้ ซ่งอวิ๋นเฟิงเองก็ลากปลากลับมาแล้ว
ซ่งชิงหลันมองปลาหลีฮื้อสดใหม่ในรถปลาแวบหนึ่ง อดไม่ได้ที่จะยกนิ้วโป้งให้ซ่งอวิ๋นเฟิง “ท่านอาเล็ก ปลาที่ท่านซื้อมาไม่เลวเลยเจ้าค่ะ! เยี่ยมมาก ๆ!”
ซ่งอวิ๋นเฟิงเกาหัวด้วยความเขินอาย “พวกเราล้วนเป็นลูกค้าประจำคนขายปลาสองสามเจ้านี้กันแล้ว เพียงข้าบอกว่าอยากได้ปลา พวกเขาเลยนำเอาของดี ๆ มาให้เรา อีกอย่าง ข้าเองก็ทำตามที่เจ้าบอก เลือกปลาหลีฮื้อน้ำหนักประมาณสองจิน ทุกตัวล้วนยังสดใหม่ เป็น ๆ อยู่เลย”
“ต้องลำบากท่านอาแล้ว” กล่าวจบ ซ่งชิงหลันมองคนอื่น ๆ “เช่นนั้นพวกเรามาเริ่มกันเถิด!”
จากนั้น ทุกคนก็พากันเดินเข้าไปในห้องครัว
ลูกมือในครัวที่รับหน้าที่จัดการวัตถุดิบนำปลาหลีฮื้อจัดการถอดเกล็ด ควักเครื่องใน ล้างจนสะอาดอย่างรวดเร็ว
ทางด้านซ่งชิงหลันกำลังเตรียมวัตถุดิบอย่างต้นหอม ขิง กระเทียม มะเขือเทศ พริกเขียว พริกแดง กะเทียม และพริกดองหั่นไว้เรียบร้อย เมื่อน้ำมันในเตาร้อนนางก็เติมเกลือ นำปลาหลีฮื้อที่เตรียมเสร็จแล้วใส่ลงไปในกระทะทอดจนทั้งสองด้านเป็นสีเหลืองทอง จากนั้นใส่ส่วนผสมเช่นขิง กระเทียม และพริกลงไป จนกลิ่นหอมลอยออกมา
จากนั้นก็ใส่เกลืออีกครั้ง ใส่ซีอิ๊ว สุราต้มหรือสุราหมักที่เป็นตัวชูโรง จากนั้นก็ใส่มะเขือเทศ พริกเขียว พริกแดง และอื่น ๆ ที่เป็นเครื่องเคียงเข้าไป ปิดฝากระทะตุ๋นไว้
หลังผ่านไปครู่หนึ่งก็ยกกระทะแล้วนำใส่จาน
ปลาทอดตุ๋นสุราหมักที่หอมกรุ่นร้อน ๆ นี้ก็เสร็จแล้ว
เมื่อได้กลิ่นนั้น ทุกคนล้วนอดไม่ได้ที่จะน้ำลายสอ
หากแต่ซ่งชิงหลันยื่นตะเกียบให้ฟางโย่วลี่เป็นคนแรก “อาจารย์ฟาง ท่านเป็นพ่อครัวใหญ่ ชิมก่อนเถิดเจ้าค่ะ”
ฟางโย่วลี่รับตะเกียบไป จากนั้นคีบเนื้อปลาหนึ่งชิ้นใส่ปาก
ทุกคนล้วนจ้องมองเขาอย่างคาดหวัง “เป็นอย่างไรบ้างขอรับ รสชาติเป็นอย่างไร”
ฟางโย่วลี่มองซ่งชิงหลันอย่างลึกซึ้งแวบหนึ่ง เผยรอยยิ้มชื่นมื่นออกมา “ดี ดีมาก!”
ฟางโย่วลี่ไม่รู้จะชื่นชมนางด้วยคำใดแล้ว ทำได้เพียงมองพ่อครัวคนอื่น ๆ อย่างตื่นเต้น “พวกเจ้ารีบมาชิมดูเถิด ปลาทอดตุ๋นสุราหมักนี้อร่อยเกินไปแล้วจริง ๆ”
ทุกคนจึงพากันขยับตะเกียบหมายที่จะชิม