ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 510 สงบใจลงไม่น้อย
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 510 สงบใจลงไม่น้อย
บทที่ 510 สงบใจลงไม่น้อย
เมื่อได้ยินคำพูดของซ่งชิงหลัน ก็ทำให้ทุกคนสงบใจลงไม่น้อย
“ฮิ ๆ… แม่นางซ่ง ความจริงพวกข้าเองก็กลัวว่าจะไม่ได้กิน จึงได้เป็นกังวล อยากจะได้กินของดี ๆ ให้เร็วเสียหน่อย”
“นั่นสิ เพื่อให้ได้กินสักคำ พวกเราจึงได้มาต่อแถวรอตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่าง”
“แค่ได้กินอาหารของแม่นางซ่ง ต่อให้ต้องต่อแถวนานเพียงใดก็คุ้มค่า”
“ใช่แล้ว ๆ แม่นางซ่งถือเป็นป้ายทองของภัตตาคารอวิ๋นหลาย หากอยากกินอาหารชั้นเลิศ ก็ต้องมาที่ภัตตาคารอวิ๋นหลายแห่งนี้!”
“ใช่แล้ว ๆ ถูกต้อง…”
ได้ฟังคำชมจากทุกคน ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะถ่อมตัวขึ้นมา “ขอบคุณลูกค้าเก่าและใหม่ทุกท่านที่ช่วยสนับสนุนภัตตาคารอวิ๋นหลายของเราเจ้าค่ะ ทุกท่านโปรดวางใจ ขอเพียงทุกท่านมีความเมตตาต่อภัตตาคารอวิ๋นหลายของเรา ภัตตาคารอวิ๋นหลายเราก็จะสามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ และจะไม่ทำให้ทุกท่านต้องผิดหวังเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“ดี! ดี! ดีเหลือเกิน!”
เพียงชั่วครู่เดียว ทั่วทั้งภัตตาคารอวิ๋นหลายดูจะมีชีวิตชีวาขึ้นมา คนที่มารุมล้อมก็ยิ่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
ลูกค้าทุกคนที่กินเสร็จแล้วออกจากภัตตาคารอวิ๋นหลายไปก็ล้วนจากไปอย่างพึงพอใจ ทุกคนที่ได้กินอาหารอย่างปลาทอดตุ๋นสุราหมักต่างชมกันไม่ขาดปาก
เพียงไม่นาน ปลาทอดตุ๋นสุราหมักที่หอมกรุ่นและเอร็ดอร่อย ปลาที่ไม่มอมคน แต่คนเองที่เมามายนี้ก็ถูกส่งต่อไปทอด ๆ ภายในเมืองหลวง
ทว่ายังไม่ทันหมดช่วงเช้า ปลาทอดตุ๋นสุราหมักจานใหม่ของภัตตาคารอวิ๋นหลายนี้ถูกเล่าต่อกันไปทั่วทั้งถนนใหญ่และตรอกซอกซอยเล็ก ๆ ในเมืองหลวง จนทุกคนรู้จัก
ทุกคนที่อยากรู้ เพียงได้ยินว่าผู้คนพูดว่าดี ย่อมอดไม่ได้ที่จะอยากมาชิมด้วยตนเอง
เหล่าคุณชายคุณหนูจากครอบครัวสูงส่งยิ่งอดไม่ไหวที่จะเรียกร้องให้มีการจัดส่งเหมือนกับที่ผ่านมา
เพียงแต่วันนี้ภัตตาคารอวิ๋นหลายนั้นยุ่งมาก ไม่สามารถรับคำสั่งอาหารจัดส่งได้เลย
เมื่อหมดหนทาง เหล่าคนมีเงินที่อยากกินปลาทอดตุ๋นสุราหมักนี้ ก็ทำได้เพียงส่งคนมาต่อแถวรอคอย
สั้น ๆ ก็คือ เพื่อให้ได้กินปลาทอดตุ๋นสุราหมักเพียงสักคำ พวกเขาต้องพยายามอย่างมาก
ซ่งชิงหลันและหลิวกุ้ยเสียยุ่งกับงานหน้าร้าน ต้อนรับลูกค้ากลุ่มแล้วกลุ่มเล่า ยุ่งกันเสียจนปากแห้งคอแห้ง แม้แต่อาหารกลางวันก็ไม่มีเวลากิน และไม่ได้สนใจจะกินเลย
ในตอนนั้นเอง พวกอู่เชียนเชียนที่ได้ข่าวก็รีบมา
พวกเขาเบียดเสียดฝ่าฝูงชนเข้ามาในภัตตาคารอวิ๋นหลาย มองภาพตรงหน้าที่มีคนอัดแน่นก็อดไม่ได้ที่จะตื่นตกใจ “สวรรค์! เหตุใดคนเยอะเพียงนี้”
เพียงซ่งชิงหลันได้ยินเสียงที่คุ้นเคย นางก็หันหน้ามามองพวกเขา เหมือนเห็นผู้ช่วยชีวิตอย่างไรอย่างนั้น นางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม “พวกเจ้ามาได้ทันเวลายิ่งนัก”
หลิวกุ้ยเสียเองก็ยุ่งเสียจนเหงื่อท่วม เมื่อเห็นพวกเขา นางอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา “ไอ้หยา พวกเจ้ามาแล้ว ข้าคิดว่าหากยังไม่มีคนมาช่วยอีก ข้ากับหลันหลันคงต้องแยกร่างเสียแล้ว”
เดิมทีพวกอู่เชียนเชียนได้ยินเรื่องปลาทอดตุ๋นสุราหมักก็อยากรู้อยากเห็น จึงได้รวมตัวกันมาเพื่อกินปลาถึงที่นี่
คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะถูกจับให้มาเป็นแรงงานที่ไม่ได้ค่าจ้างเสียอย่างนั้น
ทว่าทุกคนล้วนคุ้นเคยกัน เมื่อมีปัญหาก็ย่อมช่วยเหลือ
ซ่งชิงเป่ยและกู่เยียนหรานพับแขนเสื้ออย่างมุ่งมั่น “ได้ขอรับ ท่านอาสะใภ้ ท่านพี่ ที่นี่ให้พวกข้าคอยต้อนรับ ส่วนพวกท่านสองคนไปพักผ่อน และไปกินข้าวก่อนเถิด ไม่อย่างนั้นหากเหนื่อยเกินไปจะไม่ดีนะขอรับ”
อู่เชียนเชียนยกยิ้มหันไปมองซ่งชิงหลันอย่างหยอกเย้า “พี่ชิงหลัน เห็นแก่วันนี้ที่พวกเราทำงานหนัก คืนนี้จะต้องเลี้ยงพวกเราดี ๆ นะเจ้าคะ!”
“วางใจเถิด หากมีของอร่อยจะขาดพวกเจ้าไม่ได้หรอก!”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า สั่งงานพวกเขาสองสามประโยคอย่างเรียบง่าย จากนั้นก็เข้าห้องครัวไปกินข้าวกับหลิวกุ้ยเสีย
ปกติแล้วอันชิงชิงย่อมคุ้นชินกับการต่อสู้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้ทำการค้าขายต้อนรับลูกค้า ย่อมประหม่าและตื่นเต้นอย่างเลี่ยงไม่ได้
นางจึงเรียนรู้จากอู่เชียนเชียนที่อยู่ข้างกายอย่างตื่นเต้น “เชียนเชียน ข้าต้องทำสิ่งใดหรือ ข้าควรทำอย่างไร”
“เจ้าอย่าได้กังวลไป ทำตัวสบาย ๆ งานเหล่านี้ล้วนง่ายดายนัก เจ้าเพียงแค่ต้องพาลูกค้าไปนั่งที่โต๊ะว่าง จากนั้นให้พวกเขาสั่งอาหาร และนำรายการอาหารไปมอบให้พ่อครัวที่ห้องครัว เท่านี้ก็จบเรื่องแล้ว ง่ายมาก”
“ฟังดูแล้วเรียบง่ายมากเสียจริง แต่ข้ากลัวว่าจะทำพลาดน่ะสิ”
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกลัว อีกเดี๋ยวข้าจะพาเจ้าไป เจ้าทำตามข้าสองสามรอบเจ้าก็จะรู้เอง”
“ได้ ๆ”
อันชิงชิงดูกระตือรือร้น เรื่องสดใหม่นี้น่าสนุกมากสำหรับนางเสียจริง
หากแต่ซ่างกวนจิ่งหงที่ดูอยู่ข้าง ๆ กลับมีสีหน้าขมขื่น
เขาเป็นถึงคุณชายซ่างกวน ล้วนได้รับการเอาใจจากคนอื่นเสมอมา ไม่เคยต้องมารับใช้คนอื่นเช่นนี้เลย นี่ให้เขามาต้อนรับลูกค้า ก็ทำให้ลำบากใจอยู่สักหน่อย
ซ่งชิงเป่ยเองก็ดูออกถึงความอึดอัดใจของอีกฝ่าย จึงได้เอ่ยปากพูด “คุณชายซ่างกวน หากเจ้ามีธุระอื่น ก็ไปทำเรื่องเถิด ความจริงที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้คนมากมายเพียงนั้น”
“ซ่งชิงเป่ย นี่เจ้าพูดไปเรื่อยหรือไร อันใดคือการไม่ต้องใช้คนมากมายเพียงนั้น ข้าว่าที่นี่ยุ่งกันเสียจนฟ้าแทบถล่มแล้ว ยิ่งคนเยอะก็ยิ่งดีสิ” เพียงอันชิงชิงได้ยินคำพูดนี้ อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
จากนั้นมองซ่างกวนจิ่งหง และกล่าวหยอกล้อ “เกรงว่าคนที่เป็นคุณชายมาตั้งแต่เกิด คงทำงานเหล่านี้ไม่ได้กระมัง ไอ้หยา คุณชายสูงส่งเหล่านี้จะรู้ถึงความลำบากของคนทั่วไปได้อย่างไร”
ซ่างกวนจิ่งหงสีหน้าเคร่งขรึม ไม่ได้แก้ตัวอันใดกับอันชิงชิง ทั้งยังหันหน้าไปมองซ่งชิงเป่ย “คุณชายซ่ง หลายวันมานี้ที่ข้ามาที่เมืองหลวงก็ได้รับความกรุณาจากพวกเจ้าที่ช่วยดูแล ตอนนี้ในเมื่อมีโอกาส ข้าเองอยากจะตอบแทนพวกเจ้า มีอันใดที่ข้าทำได้ เจ้าสั่งมาได้เลย”
“ไอ้หยา! ต้องอย่างนี้สิ! ช่างสมกับที่คุณชายซ่างกวนเคยบอกไว้ ว่าคนเรานั้นเท่าเทียมกัน” อันชิงชิงล้อเลียนเขาอีกครั้ง
“เอ่อ… คือว่า…” ทว่าซ่งชิงเป่ยกลับลำบากใจขึ้นมา เขาใช้สายตาขอความช่วยเหลือมองไปยังกู่เยียนหราน “เยียนหราน เจ้าคิดว่าอย่างไร”
“อืม…” กู่เยียนหรานมุ่นคิ้วครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง อยู่ ๆ ก็คิดออก “เช่นนั้นก็ให้พี่ซ่างกวนไปที่โต๊ะด้านหน้าช่วยท่านอาเล็กเก็บเงินเป็นอย่างไร”
อันชิงชิงกะพริบตาปริบ ๆ เอ่ยคำถามออกมา “มืออันมีค่าของคุณชายซ่างกวนคู่นี้จะดีดลูกคิดได้หรือ”
ซ่างกวนจิ่งหงหันหน้าไปมองนางแวบหนึ่ง กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง “อันชิงชิง เจ้าอย่าได้ดูถูกกันเกินไป”
จากนั้น ซ่างกวนจิ่งหงก็เดินไปยังข้างกายของซ่งอวิ๋นเฟิงที่อยู่ด้านหลังโต๊ะคิดเงิน
ซ่งอวิ๋นเฟิงบอกราคาของอาหารและสุราทั้งหมดกับเขา และเริ่มใช้นิ้วดีดลูกคิด เพียงไม่กี่ครั้งก็คิดบัญชีออกมาได้เรียบร้อย
อีกอย่าง ความสง่างามโดยกำเนิดกลับไม่ได้ลดลงเลย ท่าทางการดีดลูกคิดของเขานั้นกลับน่าดึงดูด สง่างามราวกับกำลังเล่นฉิน ทำให้คนที่เห็น อดที่จะประหลาดใจไม่ได้
ซ่งอวิ๋นเฟิงนั้นยินดีอย่างมาก มองชายหนุ่มแล้วกล่าว “คิดไม่ถึงว่าคุณชายซ่างกวนจะคิดบัญชีได้คล่องแคล่วเพียงนี้ เก่งกาจเกินไปแล้วกระมัง”
ซ่างกวนจิ่งหงกล่าวตอบด้วยสีหน้านิ่งเฉย “นี่ล้วนเป็นเรื่องเล็กน้อยขอรับ”