ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 61 ข้ารู้สึกได้ว่าท่านพี่อู่ชอบท่าน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 61 ข้ารู้สึกได้ว่าท่านพี่อู่ชอบท่าน
บทที่ 61 ข้ารู้สึกได้ว่าท่านพี่อู่ชอบท่าน
หากแต่ส่งชิงหลันกลับปฏิเสธน้ำใจจากเขา “ข้าไม่รบกวนท่านดีกว่าเจ้าค่ะ พวกเราเดินกลับกันเองได้”
อู่ต้าหย่งอยากจะเกลี้ยกล่อมสองพี่น้องให้ยอมขึ้นรถไป แต่เห็นว่าซ่งชิงหลันจงใจจะหลีกเลี่ยง ชายหนุ่มจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
หากบังคับกันเกินไปก็อาจทำให้นางอึดอัดเอาได้
จนกระทั่งสองพี่น้องกลับไปแล้ว อู่ต้าหย่งก็ยังคงมองตามพวกเขาอย่างเป็นห่วง
อู่ต้าก่านที่เห็นอย่างนั้นก็โบกมือไปมาผ่านหน้าน้องชาย แล้วเอ่ยอย่างติดตลกขึ้นมา “นี่ เจ้ามองอันใดอยู่หรือ พวกเขาไปไกลแล้วนะ”
ชายหนุ่มถอนสายตากลับมา แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความรู้สึกที่อัดแน่น คล้ายตกอยู่ในห้วงภวังค์บางอย่าง
ผู้เป็นพี่ยิ้มออกมา “ศิษย์น้อง แม่นางซ่งผู้นั้นไม่ได้สนใจเจ้าแม้แต่น้อยเลยหรือ”
“เหมือนจะเป็นอย่างนั้นขอรับ แต่จริง ๆ แล้ว ข้าก็ไม่แน่ใจนัก” อู่ต้าหย่งถอนหายใจอย่างแผ่วเบา “ศิษย์พี่ใหญ่ เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน”
“เจ้าจะไปอย่างไรเล่า ให้ข้าเอารถม้าไปส่งเจ้าหรือไม่”
“ไม่เป็นไรขอรับ ข้าขี่ม้ามา” อู้ต้าหย่งโบกมือปฏิเสธแล้วขึ้นหลังม้าจากไปอย่างรวดเร็ว
อู่ต้าก่านมองตามหลังศิษย์น้องที่กำลังควบม้าจากไป แล้วเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม “ท่าทางเส้นทางความรักของศิษย์น้องจะยังอีกยาวไกลเสียแล้ว”
ก่อนจะกลับไปที่บ้าน ซ่งชิงหลันและซ่งชิงหนานแวะไปซื้อของสดที่ตลาดก่อน
เมื่อกลับมาถึงบ้านก็พบว่าซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยต่างก็กลับมาจากโรงเรียนกันแล้ว
ตอนนี้ซ่งชิงเฉินกับซ่งชิงเยว่กำลังร้องไห้โยเย เสียงดังออกมาจากห้อง พร้อมทั้งมีเสียงของแม่เฒ่าซ่งและน้องชายทั้งสองที่กำลังกล่อมเด็ก ๆ อยู่
ซ่งชิงหลันได้ยินเสียงร้องไห้ของลูกทั้งสอง นางก็ตกใจจนต้องรีบเข้าไปในห้อง “เด็ก ๆ เป็นอันใดหรือเจ้าคะ”
เมื่อเห็นหน้าซ่งชิงหลัน ท่าทางของท่านย่าก็ดูกังวลใจราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมา “หลันหลัน หลันหลัน เจ้ากลับมาแล้ว ไม่รู้ว่าเฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นอันใดไป พวกเขาเอาแต่ร้องไห้ ไม่ว่าจะกล่อมอย่างไรก็ไม่ยอมหยุด ข้าไม่รู้จะทำอย่างไรแล้ว”
ซ่งชิงเป่ยเอ่ยเสียงอ่อน “พวกเขาหิวหรือขอรับ ประเดี๋ยวข้าจะไปรีดนมแพะให้”
ซ่งชิงซีขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด “ไม่น่าจะเพราะหิว เสียงร้องไห้ฟังดูแปลก ๆ”
ซ่งชิงหลันเองก็รู้สึกว่าการร้องไห้ของเด็ก ๆ คราวนี้แตกต่างไปจริง ๆ จึงรีบเข้าไปดูอาการลูก ๆ ของตน
เมื่อเห็นว่าสีหน้าของซ่งชิงหลันไม่ค่อยดี แม่เฒ่าซ่งจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง “หลันหลัน เกิดอันใดขึ้น เฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นอย่างไร”
“พวกเขาปวดท้องเจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นนางก็เริ่มคลี่ผ้าห่อตัวทารกน้อยออกลูบท้องของพวกเขาไปมา
ซ่งชิงหลันมองไปทางซ่งชิงซีแล้วพูดว่า “ชิงซี เจ้าลูบท้องหลานตามแบบที่ข้าทำที”
“ขอรับ” ซ่งชิงซีดูการลูบท้องของพี่สาว แล้วทำตามได้อย่างรวดเร็ว
หลังจากทำการนวดท้องทั้งคู่แล้ว เสียงร้องไห้ก็ค่อย ๆ หยุดลง
หลังจากนั้น ท่านย่าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก พลางตบหน้าอกตัวเองด้วยความหวาดกลัว “โอ๊ย ยายแก่อย่างข้าตกใจไปหมดแล้ว”
ซ่งชิงหลันเอ่ยปลอบโยน “ท่านย่า ไม่ต้องกังวลไปนะเจ้าคะ เฉินเฉินกับเยว่เยว่ไม่เป็นอันใดมาก”
ถึงได้ยินอย่างนั้นใบหน้าของหญิงชราก็ยังมีร่องรอยของความรู้สึกผิดและโทษตัวเองปรากฏอยู่ “หลันหลัน ย่าของเจ้าช่างไร้ประโยชน์เสียจริง ย่าขอโทษจริง ๆ แม้แต่จะดูเด็ก ๆ ให้ดีก็ยังทำไม่ได้”
ซ่งชิงหลันรีบปลอบใจแม่เฒ่าซ่ง “ท่านย่าอย่าพูดอย่างนั้น ต้องโทษข้าต่างหาก ข้าควรปล่อยให้ท่านได้พักผ่อน แต่ยังให้ท่านรับภาระดูแลเด็ก ๆ อีก”
เมื่อพูดเช่นนั้น ซ่งชิงหลันก็มองที่เหล่าน้องชายแล้วพูดขึ้นว่า “เจ้าสามคนไปเตรียมอาหารเย็นที ข้าต้องดูเฉินเฉินกับเยว่เยว่ก่อน”
“ขอรับ” ทั้งสามรับคำแล้วพากันเดินเข้าไปที่ห้องครัว
ในช่วงสองสามวันที่ผ่านมา ซ่งชิงหลันแทบไม่ได้มีเวลาให้ลูก ๆ เลยสักนิด เมื่อเห็นว่าเด็ก ๆ ไม่ค่อยสบายเช่นนี้ นางก็รู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก
ลูกน้อยทั้งคู่ราวกับรู้สึกได้ถึงอารมณ์เศร้าใจของแม่ พวกเขาจึงเริ่มออกเสียงพูดเจื้อยแจ้วขึ้นมา พลางยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาหามารดา
ซ่งชิงหลันจับมือเล็ก ๆ ของพวกเขาอย่างรวดเร็ว เด็กน้อยทั้งสองก็เริ่มหัวเราะออกมา “คิ ๆ”
แม้แต่คนเป็นแม่เองก็หัวเราะตามลูกน้อย ความผูกพันทางสายเลือดนี้เป็นสายสัมพันธ์ที่มหัศจรรย์มากสำหรับนาง
หลังจากนั้นไม่นาน ซ่งชิงตงก็ปิดร้านแล้วตามกลับมาที่บ้าน
ร้านขายเจียนปิ่งวันนี้มีซ่งชิงตงคนเดียวที่ดูแลทั้งหมด ทำให้เขาเหนื่อยจนหมดแรงไป
ซ่งชิงหลันมองใบหน้าที่เหนื่อยล้าของน้องชายคนโตแล้วก็รู้สึกไม่สบายใจเช่นกัน “ชิงตง วันนี้เจ้าทำงานหนักมาก”
ซ่งชิงตงปาดเหงื่อบนหน้าผากของตนแล้วเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ท่านพี่ ข้าไม่คิดว่ามันเป็นงานหนักหนา ดูสิ วันนี้เราทำเงินได้มากเลยนะขอรับ”
ที่ผ่านมาครอบครัวของพวกเขาต้องอดมื้อกินมื้อ หากแต่ตอนนี้ไม่เพียงสามารถซื้ออาหารกินได้อย่างอิ่มท้องในทุกวัน ซ้ำยังมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างมากอีกด้วย
ดังนั้น ไม่ว่าจะต้องเหนื่อยยากเพียงใด เขาก็รู้สึกว่านี่เป็นการลงแรงที่คุ้มค่า
ตอนนั้นเองที่ซ่งชิงเป่ยวิ่งออกมาจากห้องครัว พร้อมเอ่ยเรียกพี่ ๆ “ท่านพี่ พี่รอง อาหารพร้อมแล้วขอรับ มากินด้วยกันเถิด”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น ทั้งหกก็เริ่มล้อมวงกินข้าวอย่างอบอุ่น
ซ่งชิงตงมองไปยังน้องชายทั้งสองที่เพิ่งไปเรียนกลับมาแล้วถามขึ้น “พวกเจ้าไปเรียนวันนี้เป็นอย่างไรบ้าง”
ซ่งชิงซียกยิ้ม “ดีมากเลยขอรับ ท่านอาจารย์เก่งมาก ตอบคำถามของเราได้อย่างไม่ติดขัด ช่วยชี้แนะให้ข้าเข้าใจทุกอย่างเลย”
“อย่างนั้นก็ดีแล้ว” ซ่งชิงตงพยักหน้า มองไปทางซ่งชิงหลันและซ่งชิงหนานบ้าง “ท่านพี่ ท่านจัดการเรื่องโรงฝึกของชิงหนานเรียบร้อยดีหรือไม่ขอรับ”
ซ่งชิงตงเห็นว่าวันนี้ท่านพี่กลับมารับซ่งชิงหนานออกไปที่โรงฝึกด้วยกันจึงถามต่อถึงความคืบหน้า
ทันทีที่พูดถึงโรงฝึกแววตาของซ่งชิงหนานก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เขารีบวางตะเกียบลงแล้วเล่าขึ้นมาอย่างมีความสุข “วันพรุ่งข้าจะไปอยู่ที่โรงฝึกจิงอู่ จะได้ไปเรียนรู้การต่อสู้ที่นั่น ต้องขอบคุณท่านพี่อู่ที่ช่วยพูดจนท่านอาจารย์ยอมรับข้าเป็นศิษย์”
ซ่งชิงหนานพูดอย่างดีใจ และเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้พี่น้องและท่านย่าที่กินข้าวอยู่ด้วยกันฟังถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่โรงฝึกจิงอู่
พี่น้องทั้งสามตั้งใจฟังอย่างสนอกสนใจ
และหลังจากเล่าจบ ซ่งชิงหนานก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาอย่างชื่นชม “ท่านพี่อู่เป็นคนดีมากจริง ๆ เขาทั้งร่างกายสูงใหญ่ ทักษะการต่อสู้ก็ดีมาก คงจะดีถ้ามีเขาเป็นพี่เขยของเรา”
ซ่งชิงหลันชะงักไป ตะเกียบในมือนางค้างกลางอากาศ จากนั้นก็ใช้มันเคาะหัวน้องสามหนึ่งที “อย่าพูดไร้สาระ กินข้าวไป”
ว่าจบก็คีบหมูสามชั้นลงไปในชามข้าวของซ่งชิงหนาน
ซ่งชิงหนานต้องไปเรียนการต่อสู้ที่โรงฝึกจิงอู่ และอาศัยอยู่ที่นั่นเป็นเวลาครึ่งเดือนจึงจะได้กลับบ้าน เมื่อรู้ว่าจะไม่ได้เจอน้องชายคนนี้ไปอีกสักพัก นางจึงต้องการให้เขาได้กินของดี ๆ ก่อนไป
หากแต่ทางด้านซ่งชิงหนาน เด็กหนุ่มก็ยังคงหมกมุ่นอยู่กับความคิดที่ว่าอยากจะได้ท่านพี่อู่เป็นพี่เขย ระหว่างที่เคี้ยวข้าวก็เอ่ยออกมาอย่างจริงจัง “ท่านพี่ ข้าไม่ได้ไร้สาระนะขอรับ วันนี้ข้ารู้สึกได้ว่าท่านพี่อู่ชอบท่าน”
พี่น้องคนอื่น ๆ กลับดูสงบนิ่ง เพราะต่างเห็นชัดอยู่แล้วว่าท่านพี่อู่พึงใจต่อท่านพี่ของตน มีเพียงท่านย่าเท่านั้นที่ไม่ได้รู้เรื่องนี้ เมื่อได้ยินก็ออกอาหารตื่นเต้นขึ้นมา
นางมองไปที่หลานสาวคนโตอย่างตกใจแล้วถามขึ้น “ว่าอย่างไร เรื่องจริงอย่างนั้นหรือ หลันหลัน? “
ซ่งชิงหลันส่ายหน้าแล้วจ้องไปที่น้องสามตัวดี “พูดอย่างกับว่าเจ้าเข้าใจเรื่องความรักอย่างนั้น รีบกินข้าวไปเสีย”
แต่ซ่งชิงตงกลับพูดขึ้นอย่างจริงจัง “ท่านพี่ ข้าเองก็คิดว่าท่านพี่อู่ชอบท่านจริง ๆ ไม่อย่างนั้นเขาจะมาคอยช่วยเหลือครอบครัวเราไปด้วยเหตุใด”
ซ่งชิงซีพยักหน้าเห็นด้วย “พี่รองพูดถูก”
“จริงขอรับ” ซ่งชิงเป่ยเองก็พยักหน้าพร้อมกับพูดอย่างยิ้มแย้ม