ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 62 ระหว่างข้ากับเขามันเป็นไปไม่ได้
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 62 ระหว่างข้ากับเขามันเป็นไปไม่ได้
บทที่ 62 ระหว่างข้ากับเขามันเป็นไปไม่ได้
ซ่งชิงหลันรีบปฏิเสธ “ระหว่างข้ากับเขามันเป็นไปไม่ได้ อย่าแม้แต่จะคิด กินข้าวไปเสีย”
“อ้อ”
ท่านพี่พูดถึงขนาดนั้นแล้ว เหล่าน้องชายจำต้องเงียบลง
หลังอาหารเย็น ซ่งชิงหลันก็บอกให้น้อง ๆ แยกย้ายกันไปพักผ่อน ส่วนนางจะเป็นคนเก็บจานเหล่านี้เอง
หลังจากดูให้แน่ใจแล้วว่าซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่นอนหลับสนิทดี แม่เฒ่าซ่งก็เข้ามาในครัวและเริ่มบทสนทนากับหลานสาว “หลันหลัน ที่ชิงหนานเล่าตอนกินข้าวเป็นเรื่องจริงหรือ เขาชอบเจ้าจริงหรือ”
ซ่งชิงหลันซับมือให้แห้งพลางตอบด้วยรอยยิ้ม “ท่านย่า ชิงหนานกับเจ้าพวกเด็ก ๆ พูดจาไร้สาระ อย่าไปเชื่อเลยเจ้าค่ะ”
“ไม่ แต่ย่าก็คิดว่าอาจจะจริงก็ได้ เจ้าเป็นสตรีงาม ไม่แปลกเลยที่จะมีบุรุษแบบอู่ต้าหย่งมาชอบพอ หากเขาไม่ได้คิดอันใด เขาจะมาช่วยเหลือครอบครัวเราด้วยเหตุใดกัน”
ซ่งชิงหลันเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ท่านย่า เรื่องเช่นนั้นมันเป็นไปไม่ได้ ข้ายังมีเฉินเฉินกับเยว่เยว่”
แม่เฒ่าซ่งขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ แล้วเอ่ยต่อ “ก็จริง แต่ผู้ชายที่ไม่ได้สนใจเรื่องสตรีมีลูกติดก็มีอยู่เช่นกัน”
“แต่ข้าสนใจเจ้าค่ะ” ซ่งชิงหลันตอบอย่างแน่วแน่ “ข้าไม่ได้มีความรู้สึกใด ๆ ต่อเขา และยังอยากจะเลี้ยงดูลูกทั้งสองให้เติบโตอย่างดีด้วยตนเอง ไม่อยากจะเอาเรื่องอื่นมาใส่ใจ”
แม่เฒ่าซ่งถอนหายใจออกมาแล้วเอ่ยอย่างจริงจังไม่แพ้กัน “หลันหลัน เจ้าอายุยังน้อยอยู่เลย ถึงอย่างไรย่าก็อยากให้เจ้ามีคนคอยดูแล หากย่าจากไปแล้ว น้องชายของเจ้าแต่งงานมีครอบครัวกันหมด เจ้าจะอยู่อย่างไร”
“โธ่ ท่านย่า อย่าพูดเรื่องร้าย ๆ อย่างนั้นออกมาสิเจ้าคะ ท่านยังแข็งแรง จะอยู่กับข้าไปอีกนาน ตอนนี้ข้ามีทั้งท่าน มีทั้งน้องชาย และลูกน้อยอีกสองคน ครอบครัวเราอบอุ่นดีจะตาย”
“หลันหลัน…” แม่เฒ่าซ่งอยากจะเกลี้ยกล่อมหลานสาวอีกครั้ง
แต่ถูกซ่งชิงหลันขัดขึ้นมาก่อน “เอาเถิด ท่านย่า อย่าสนใจเรื่องนี้อีกเลยเจ้าค่ะ ตอนนี้ก็ดึกแล้ว ท่านควรพักผ่อนเยอะ ๆ นะเจ้าคะ”
ท่านย่าเองเห็นว่าพรุ่งนี้หลานสาวต้องตื่นแต่เช้า นางจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ “ก็ได้ เจ้าก็รีบเข้านอนด้วย”
ก่อนรุ่งสางของวันถัดมา พี่น้องตระกูลซ่งก็รีบตื่นขึ้น
เมื่อออกมาพบซ่งชิงหนาน ท่านพี่คนโตก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา “ชิงหนาน เหตุใดเจ้าถึงได้ตื่นเช้านักเล่า”
ซ่งชิงหนานแบกสัมภาระไว้ที่บ่าแล้วตอบท่านพี่ ”ทุกคนตื่นกันหมดแล้ว ข้าเองก็นอนไม่หลับ จึงตื่นแต่เช้ามาเก็บของเตรียมจะเดินไปโรงฝึกน่ะขอรับ”
ได้ยินแบบนั้นนางก็เริ่มรู้สึกอาลัยอาวรณ์ต่อน้องชายขึ้นมา “เจ้าเก็บของหมดแล้วหรือ”
ซ่งชิงหนานยิ้ม “เก็บหมดแล้วขอรับ”
ซ่งชิงเป่ยเม้มปากแน่นแล้วพูดว่า “พี่สาม ท่านเพิ่งกลับมาอยู่บ้านเราได้แค่สองวัน แล้วก็กำลังจะไปอีกแล้ว… ข้ายังไม่หายคิดถึงท่านเลย”
ซ่งชิงหนานเคาะหัวน้องชายเบา ๆ “เจ้าเด็กโง่ อีกครึ่งเดือนเดี๋ยวข้าก็กลับมา พวกเจ้าอยู่บ้านตั้งใจเรียน เชื่อฟังท่านพี่ให้ดีรู้หรือไม่”
ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง “ขอรับพี่สาม”
ซ่งชิงหนานมองไปทางพี่ใหญ่ของเขาบ้าง “ท่านพี่ ครอบครัวเราต้องพึ่งพาท่านแล้ว”
“เจ้าไปอยู่ที่โรงฝึกก็ตั้งใจเรียนให้มาก ไม่ต้องห่วงทางนี้ ข้าจะดูแลทุกคนเอง”
ซ่งชิงหนานพยักหน้าอย่างแรง “ท่านพี่ไม่ต้องกังวล ข้าจะตั้งใจเรียนขอรับ เอาล่ะ ข้าขอตัวก่อนนะทุกคน”
“ชิงหนาน รอก่อน” ซ่งชิงหลันเรียกน้องชายที่กำลังจะไปอย่างกะทันหัน
ตามด้วยการเอาเงินสองร้อยเหรียญส่งให้เขา “เอาเงินไป ซื้อของที่เจ้าอยากได้ ต้องกินให้อิ่ม รู้หรือไม่”
“ท่านพี่ ข้าไม่ต้องการเงินขอรับ ท่านเก็บเอาไว้ใช้จ่ายเถิด” ซ่งชิงหนานผลักถุงเงินคืนให้นาง “ที่โรงฝึกมีทุกอย่างพร้อมอยู่แล้วไม่ต้องซื้อสิ่งใดเพิ่มขอรับ”
“เชื่อท่านพี่เถิด อย่างน้อยก็เก็บไว้ใช้ยามจำเป็น มีพร้อมไว้อย่างไรก็ดีกว่า หากเจ้าไม่ยอมรับไป ข้าจะโกรธเจ้า” พูดจบซ่งชิงหลันก็ยัดเงินนั้นกลับไปในมือของชิงหนาน
ซ่งชิงหนานไม่ปฏิเสธท่านพี่อีกต่อไป เขายอมรับเงินไปในที่สุด “ขอบคุณขอรับ ท่านพี่”
“ขอบคุณอันใดกันเล่า เราพี่น้องกัน เอาเถิด เจ้าไปได้แล้ว”
หลังจากส่งซ่งชิงหนานที่หน้าบ้าน ซ่งชิงหลันและน้องชายที่เหลือก็พากันเข็นรถออกไปที่ร้านขายเจียนปิ่ง
ซ่งชิงหนานเดินตามทางไปเรื่อย ๆ ก็ไปถึงที่โรงฝึกในเวลารุ่งสางพอดี
เมื่อไปถึงที่ประตูโรงฝึกเขาก็ได้พบกับชายร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมยาวสีขาว คาดเอวด้วยเข็มขัดสีน้ำเงินเข้ม
ชายคนนั้นหันมาเห็นซ่งชิงหนานเขาก็เอ่ยทักทายด้วยรอยยิ้ม “เจ้าคือศิษย์น้องซ่งชิงหนานใช่หรือไม่”
เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ “ข้า ซ่งชิงหนานขอรับ ท่านคือ…”
ตอนนั้นเอง คนเฝ้าประตูก็อดไม่ได้ที่จะพูดแทรกขึ้นมา “ท่านนี้คือศิษย์พี่ของเรา”
ซ่งชิงหนานจึงรีบเอ่ยทักมาย “คาราวะท่านศิษย์อาวุโส”
เสิ่นซิงเหอเป็นศิษย์เอกของอู่ต้าก่าน ทุกคนที่โรงฝึกต่างรู้กันดีว่าเขาจะได้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักต่อในอนาคต
เสิ่นซิงเหอเห็นว่ารูปร่างของซ่งชิงหนานค่อนข้างผอมบาง จึงเข้ามาช่วยหยิบสัมภาระของเด็กหนุ่มที่มาใหม่ไปถือแล้วเอ่ยต่อ “ไปกันเถิด ข้าจะพาเจ้าไปที่ห้องพักแล้วเอาของไปเก็บเสียก่อน”
ซ่งชิงหนานรีบคว้าสัมภาระของเขาเอาไว้แล้วรีบบอก “ข้าถือเองได้ขอรับ อย่าให้ต้องรบกวนท่านเลย”
“อย่างนั้นก็ย่อมได้ รีบมาเถิด” เสิ่นซิงเหอยิ้ม แต่แล้วก็ไม่ได้บังคับเขา
ศิษย์น้องคนใหม่ถูกพาตัวมาที่หอพักของบรรดาลูกศิษย์ทั้งหมดของโรงฝึกแห่งนี้
ที่นี่มีเตียงนอนขนาดใหญ่พร้อมเครื่องนอนหลายชิ้นวางอยู่ ซ่งชิงหนานไปที่เตียงเปล่าหลังหนึ่ง แล้ววางข้าวของลงที่นั่น
เสิ่นซิงเหอหันกลับมาพร้อมกับชุดฝึกสีขาวชุดใหม่ที่นำมาให้เด็กหนุ่มแล้วกล่าวว่า “รีบเปลี่ยนชุดเถิด แล้วไปที่สนามซ้อมด้านหน้า เราจะเริ่มฝึกกันแล้ว”
“ขอรับ”
ซ่งชิงหนานรับชุดมาด้วยมือทั้งสองข้างและเริ่มเปลี่ยนเสื้อผ้า
หลังจากที่ซ่งชิงหนานเริ่มถอดท่อนบนออกไปแล้ว อยู่ ๆ ก็มีร่างหนึ่งตรงเข้ามาพร้อมเอ่ยเสียงหวานใส “ศิษย์พี่ ท่านอยู่ที่นี่เอง ทุกคนกำลังตามหาอยู่เลยเจ้าค่ะ”
เสิ่นซิงเหอเอาตัวเข้ามาบังอู่เชียนเชียน เพื่อไม่ให้นางมองเห็นศิษย์น้องคนใหม่ที่กำลังเปลือยท่อนบนแล้วเอ่ยตำหนิเบา ๆ “เจ้า! ไม่รู้จักระวังเอาเสียเลย ไม่แปลกใจเลยที่ท่านอาจารย์เอาแต่บ่นว่าเหตุใดเจ้าถึงไม่รู้จักทำตัวเป็นกุลสตรีเสียบ้าง”
อู่เชียนเชียนไม่ได้สลดใจ ซ้ำยังแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ศิษย์พี่ “ดีแล้วนี่เจ้าคะ ท่านพ่อก็หวังจะได้ลูกชายอยู่แล้วนี่”
เสิ่นซิงเหอขมวดคิ้ว “เจ้าเป็นสตรี เพราะอย่างนั้นอย่าเดินเข้ามาในหอพักของบุรุษเช่นนี้อีก ถึงอย่างไรบุรุษสตรีก็ยังมีความแตกต่าง ไปเร็ว เจ้าออกไปเสีย ศิษย์น้องชิงหนานต้องเปลี่ยนชุด”
ว่าพลางใช้มือใหญ่ดันร่างบางของอู่เชียนเชียนให้ออกไปจากตรงนี้
อู่เชียนเชียนกลับยิ้มเจ้าเล่ห์ อาศัยความว่องไวเดินหลบมือของศิษย์พี่กลับมาในห้องได้อย่างชาญฉลาด มองเข้าไปเห็นร่างกายไร้อาภรณ์ท่อนบนของศิษย์น้องด้วยสายตาเรียบนิ่ง
นางอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ “ศิษย์น้องตัวเล็กผอมบางเช่นนี้ ไม่มีอันใดให้ข้าดูหรอกนะ”
“เจ้าเป็นสตรีแท้ ๆ ยังพูดเช่นนี้อีก ไม่อายบ้างหรือไร รีบมาเร็วเข้า”
เสิ่นซิงเหอเอื้อมมือปิดตาของนางแล้วลากร่างบางเข้ามาหาตัวอย่างไม่รอช้า
เมื่อประตูปิดลง ซ่งชิงหนานก็ถอนหายใจยาวเหยียด แล้วรีบสวมชุดฝึกอย่างรวดเร็ว
เมื่อได้มองตัวอักษรอู่ที่อยู่บนอกเสื้อ ซ่งชิงหนานก็พลันเกิดความภาคภูมิใจขึ้นมาในใจ
ศิษย์คนใหม่รีบตามศิษย์พี่ทั้งสองไปที่ลานฝึกซ้อมอย่างรวดเร็ว
เหล่าบรรดาลูกศิษย์ของโรงฝึกกำลังยืนเรียงแถวกันเป็นระเบียบเรียบร้อยที่ลานฝึก พวกเขาเอ่ยขึ้นพร้อมกันเมื่อเห็นว่าเสิ่นซิงเหอเดินเข้ามา “คาราวะศิษย์พี่”
เสิ่นซิงเหอพยักหน้ารับ “ตั้งแต่วันนี้ เรามีศิษย์น้องเพิ่มอีกหนึ่งคน ชื่อของเขาคือซ่งชิงหนาน”
ซ่งชิงหนานก้าวออกมาข้างหน้า “ท่านศิษย์พี่ ต่อไปนี้ข้าขอฝากตัวด้วยนะขอรับ”