ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 64 ตัดความสัมพันธ์ไปเสียดีกว่า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 64 ตัดความสัมพันธ์ไปเสียดีกว่า
บทที่ 64 ตัดความสัมพันธ์ไปเสียดีกว่า
ซ่งชิงหลันหัวเราะชอบใจเมื่อได้ยินเช่นนั้น “เจ้าได้ยินหรือไม่ ตอนนี้เจ้ากำลังมายุ่มย่ามในร้านของคนอื่นอยู่ รู้จักละอายใจบ้างหรือไม่?”
“พวกเจ้า พวกเจ้า! ฝากไว้ก่อนเถิด ฮึ่ม!” เจี่ยงชุ่ยเหลียนราวกับถูกตบหน้าอย่างแรง แต่ถึงอย่างไรนางก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากโกรธเป็นฟืนเป็นไฟและจากไปอย่างน่าขัน
หลังจากที่เจี่ยงชุ่ยเหลียนจากไป ท่านลุงเจ้าของร้านเกวียนก็เดินเข้ามาหาซ่งชิงหลันและกล่าวอย่างรังเกียจ “ความจริงแล้วใคร ๆ ก็รู้ว่าร้านของนางขายหมูแล้วโกงตราชั่ง อย่างไรเสียข้าก็ไม่ไปซื้อของกับนางอยู่แล้ว”
ซ่งชิงหลันไม่สามารถกลั้นขำเอาไว้ได้อีกต่อไป นางระเบิดหัวเราะออกมากลางร้าน แล้วอุทานออกมา “จริงหรือท่านลุง!”
ท่าทางว่าบ้านตระกูลไป๋จะเป็นที่โจษจันเรื่องความเลวร้ายไปเสียแล้ว
ลุงเจ้าของร้านก็ร่วมหัวเราะกับนาง จากนั้นก็หยิบเงินห้าสิบเหรียญมาส่งให้หญิงสาว “แม่นาง ที่เจ้าพูดกับแม่นางไป๋วันนี้ช่างถูกใจข้านัก ทำให้ข้าอารมณ์ดีมากจริง ๆ ข้าลดให้ห้าสิบเหรียญแล้วกัน”
“ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ท่านลุง”
ซ่งชิงหลันซื้อเกวียนกับลาเรียบร้อยก็ไปที่ตลาดสดเพื่อหาซื้อปลาสดสักสองตัว และกำลังวางแผนจะซื้อหมูเพิ่มอีกห้าชั่ง*[1] นางเดินผ่านร้านขายหมูของตระกูลไป๋เข้าพอดี
เจี่ยงชุ่ยเหลียนกำลังตะโกนขายของเสียงดัง “หมูเจ้าค่ะ ทางนี้มีมีหมูขาย หมูเพิ่งเชือดสด ๆ เลย”
แต่ไม่ว่าจะตะโกนอย่างไรก็มีคนเดินเข้าไปดูน้อยมาก อาจเป็นเพราะพวกเขากลัวว่ามันจะแพงเกินไป
ไป๋ต้าฉุยหงุดหงิดมาก ตั้งแต่เช้าพวกเขาขายหมูได้เพียงสองหรือสามชั่งเท่านั้น แต่แผงหมูที่อยู่ข้าง ๆ ของตระกูลหรงกลับมีลูกค้าแน่นขนัด และหมูตัวใหญ่ของร้านนั้นก็ถูกขายไปเกือบหมด
ความโกรธของไป๋ต้าฉุยทำให้เขาไม่รู้จะไประบายที่ใดดี จนสุดท้ายก็ระเบิดใส่ภรรยาอย่างเจี่ยงชุ่ยเหลียนในที่สุด
เขาตะโกนใส่นาง “พอแล้ว เจ้าหยุดตะโกนเสียที!”
ดวงตาของเจี่ยงชุ่ยเหลียนเองก็เปลี่ยนเป็นความโกรธเช่นกัน “นี่เจ้าพูดอันใดกัน ที่ข้าตะโกนอยู่เช่นนี้ก็เพื่อร้านของเราอย่างไรเล่า เจ้านี่มันไร้ประโยชน์เสียจริง ข้าติดคุกไปไม่นาน พอกลับมาเหตุใดร้านถึงเงียบเช่นนี้ เจ้าปล่อยให้คนอื่นแย่งลูกค้าไปหมดได้หรืออย่างไร”
ไป๋ต้าฉุยกระแทกมีดลงที่เขียงด้วยความโมโหแล้วตะคอก “นี่มันก็เพราะเจ้านั่นแหละ ข้าบอกเจ้าแล้วใช่หรือไม่ว่าเพิ่งออกจากคุกให้อยู่ที่บ้าน ออกมามันจะโชคร้าย แล้วเจ้าก็ไม่ฟัง เป็นอย่างไรเล่า เจ้าแหกตาดูเสีย ตอนนี้ไม่มีลูกค้าเข้า ก็เพราะมันมีตัวซวยอย่างไรเล่า”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนถามย้ำ “เอ๊ะ นี่ตาเฒ่า นี่เจ้าโทษข้าอย่างนั้นหรือ แล้วเหตุใดเจ้าไม่ช่วยข้าตอนที่ข้าถูกจับไป รู้หรือไม่ว่าในนั้นมันทรมานขนาดเพียงใด ฮือ…”
“ก็เจ้าทำตัวเองแท้ ๆ ไปแกว่งเท้าหาเสี้ยนเองด้วยเหตุใด!”
ทั้งสองเริ่มโต้เถียงกันไปมาอย่างไม่ยอมแพ้
ไม่นานชาวบ้านก็เริ่มมามุงดู
ทุกคนต่างหัวเราะและแสร้งทำเป็นว่าจะมาช่วยห้าม
“พ่อเฒ่าไป๋ แม่เฒ่าไป๋ แก่ ๆ กันแล้วเเหตุใดยังมายืนเถียงกันเป็นเด็ก ๆ เช่นนี้อยู่อีกเล่า”
“ใช่ ๆ ทะเลาะกันกลางวันแสก ๆ อย่างนี้ หากว่างมากก็กลับไปคุยกันที่บ้านเถิด”
“หัดเอาอย่างร้านตระกูลหรงข้าง ๆ เจ้าบ้าง คู่สามีภรรยารักกันดี ไม่เห็นมาทะเลาะกันโหวกเหวกแบบพวกเจ้าเลย”
…
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเจี่ยงชุ่ยเหลียนก็หยุดโวยวายใส่สามีโดยพลัน
แล้วเปลี่ยนไปด่ากราดชาวบ้านที่พากันล้อมวงดูอยู่แทน “ออกไป! พวกเจ้าอย่ามายุ่ง เราทะเลาะกันแล้วมันธุระกงการใดของพวกเจ้า หากว่าพวกเจ้าอยากมาหาความสนุกก็ไปหาดูที่อื่นเสีย อย่ามายืนขวางร้านข้า ออกไป!”
ระหว่างที่โวยวายอยู่นั้น จู่ ๆ นางก็พลันหันไปเห็นร่างบางของซ่งชิงหลันยืนอยู่ไม่ไกล จึงคิดว่าอีกฝ่ายคงมามุงดูเรื่องสนุกที่นี่ไม่ต่างจากคนอื่น ๆ นั่นยิ่งทำให้ความโกรธยิ่งปะทุแรงมากขึ้น
เจี่ยงชุ่ยเหลียนเดินตรงเข้าไปหาซ่งชิงหลันแล้วตะคอกเสียงดัง “นังสารเลว เจ้ามาทำอันใดที่นี่”
ซ่งชิงหลันหันไปตอบอย่างนิ่ง ๆ “ข้ามาซื้อหมู”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนได้ยินก็หัวเราะเยาะขึ้นมา แล้วออกปากไล่ “ไปให้พ้นเสีย ข้าไม่ขายหมูให้นางแพศยาอย่างเจ้า”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบบ้าง “เจ้าเพ้อเจ้ออันใดกัน ข้าไม่ได้มาซื้อหมูโกงตราชั่งของเจ้าหรอก ข้าจะมาซื้อหมูร้านท่านพี่หรงต่างหาก”
“เจ้าว่าไงอย่างไรนะ!”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนราวกับถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า สีหน้าของนางถมึงทึง หากแต่ทำได้เพียงโต้ตอบด้วยเสียงคำราม “นังสารเลว อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระ เจ้ากล้าหาว่าข้าโกงตราชั่งอย่างนั้นหรือ คอยดูเถิดคราวนี้ข้าจะเอาเลือดหัวเจ้าออก!”
ซ่งชิงหลันมองด้วยสายตาเหยียดหยามตอบกลับอย่างไม่เดือดร้อน “เนื้อหมูที่เจ้าขายน้ำหนักมันขาดไป ชาวบ้านเขารู้กันหมด พวกเจ้ามันขี้โกง เหตุใดจึงมาโมโหกัน”
“แล้วนี่ขายของกันอย่างไร เจ้าไม่เห็นหรือ? มีผู้ใดอยากซื้อของกับแม่ค้าปากเสียบ้าง”
ทันทีที่ได้ยินประโยคนั้นของซ่งชิงหลัน ทุกคนต่างพากันส่งเสียงโห่ใส่อดีตแม่สามีของนางโดยพลัน
“ถูกต้อง ข้าก็รู้มาว่าหมูร้านตระกูลไป๋ให้มาไม่ครบน้ำหนัก”
“อีกทั้งยังไม่สดอีกด้วย”
“ที่บอกว่าเพิ่งเชือดมานี่ก็ไม่จริงเลยสักนิด”
“ข้าจะไม่ซื้อหมูร้านนี้อีกต่อไปแล้ว”
“ข้าก็เหมือนกัน”
…
ไป๋ต้าฉุยและเจี่ยงชุ่ยเหลียนเริ่มถูกผู้คนรอบ ๆ ประณามไม่หยุดหย่อน
ซ่งชิงหลันเพียงยิ้มแล้วถอยออกมาจากฝูงชนอย่างเงียบ ๆ ตรงไปที่แผงขายหมูของร้านหรง “ท่านพี่หรงข้าขอหมูห้าชั่งเจ้าค่ะ”
“ได้เลย!” เจ้าของร้านหรงหยิบมีดขึ้นมาหั่นหมูให้ซ่งชิงหลันทันที และชั่งน้ำหนักให้นางอย่างพอดี
แม่นางหรงภรรยาของเจ้าของร้านถามขึ้นว่า “หลันหลัน เหตุใดวันนี้เจ้าจึงซื้อเยอะอย่างนี้ มีแขกมาที่บ้านอย่างนั้นหรือ?”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้ายิ้ม ๆ “ไม่ใช่เจ้าค่ะ ข้าแค่จะเอาไปฝากท่านตา ช่วงนี้ท่านล้มป่วย ตอนนี้ข้าพอจะมีเวลาว่าง เลยจะซื้อของไปเยี่ยมไข้เสียหน่อย”
“เจ้านี่ เป็นเด็กดีและกตัญญูจริง ๆ นะหลันหลัน”
“พ่อแม่ของข้าเสียหมดแล้ว หน้าที่ดูแลท่านย่า ท่านตา ท่านยายจึงเป็นของข้าแล้วเจ้าค่ะ”
แม่นางหรงเห็นใจนางแล้วเอ่ยต่อ “การจะดูแลทั้งน้องชาย คนชราและลูก ๆ อีกนี่ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยสำหรับสตรีตัวคนเดียว”
ซ่งชิงหลันยังคงยิ้มอยู่เช่นเดิม “ถึงจะลำบากเพียงใด ข้าก็ต้องผ่านไปให้ได้เจ้าค่ะ”
แม่นางหรงกล่าวอีกครั้ง “ยังไม่พบศพสามีเจ้าเลยไม่ใช่หรือ เขาอาจจะยังมีชีวิตอยู่ก็ได้”
เจ้าของร้านหรงหันมามองทางนี้แล้วเอ่ยขึ้น “แต่ถึงกระนั้น ไม่สำคัญแล้วว่าเขาจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร แม่นางไป๋ก็ตัดขาดกับเจ้าแล้ว ไม่นับเป็นครอบครัวเดียวกันอีกต่อไป ชิงหลัน ดีแล้วที่เจ้าไม่ต้องไปยุ่งกับคนบ้านนั้นอีก ตัดความสัมพันธ์ไปเสียดีกว่า”
ภรรยาของเขาเองก็พยักหน้าเห็นด้วย “แม่นางไป๋คนนั้นเป็นคนไม่น่าคบหาเอาเสียเลย ผู้ใดได้เป็นแม่สามีก็คงเหมือนโชคร้ายไปแปดชั่วอายุคน”
“จริงอย่างที่ท่านว่า” ซ่งชิงหลันพยักหน้ารับพร้อมยิ้มขำ
ระหว่างที่กำลังเตรียมหมูใส่ห่อให้ซ่งชิงหลัน เจ้าของร้านก็ยังเอามันหมูใส่ไปในห่อให้นางเพิ่มด้วยแล้วแนะนำว่า “เอามันหมูนี่ไปด้วย เวลาทำอาหารก็เอาไปเจียวเป็นน้ำมันหมูนะ”
หญิงสาวรับหมูทั้งหมดมาแล้วตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ขอบคุณเจ้าค่ะท่านพี่หรง พี่สาว”
“เรื่องเล็กน้อย เราคนกันเองต้องช่วยดูแลกันไว้”
ซ่งชิงหลันแวะไปซื้อปลาเพิ่มอีกหนึ่งอย่างแล้วจึงขับเกวียนไปที่บ้านท่านตาต่อ