ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 65 ซื้อปลากับเนื้อหมูมาให้ท่านตา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 65 ซื้อปลากับเนื้อหมูมาให้ท่านตา
บทที่ 65 ซื้อปลากับเนื้อหมูมาให้ท่านตา
ประตูรั้วของบ้านตระกูลหลี่เปิดอยู่ เมื่อไปถึงหน้าประตู นางก็ได้กลิ่นหอมอบอวลของไม้หอมมาจากลานบ้าน
ซ่งชิงหลันแน่ใจว่าต้องมีคนอยู่ด้านใน นางจึงขับเกวียนเข้าไปที่ลานบ้าน และได้เห็นว่าหลี่เหวินไฉ ท่านลุงใหญ่ของนางกำลังทำงานไม้อยู่
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีความสุขแล้วกล่าวทักทาย “ท่านลุงใหญ่ ข้ามาแล้วเจ้าค่ะ”
หลี่เหวินไฉเงยหน้าขึ้น เมื่อเห็นว่าคนที่มาเป็นใครก็วางมือจากงานที่ทำอยู่ลง ยืนขึ้นปัดขี้เลื่อยออกจากร่างกาย
จากนั้นก็เดินเข้ามาหาหลานสาวด้วยรอยยิ้ม “หลันหลัน เจ้ามาถึงนี่เลยหรือ”
ว่าจบเขาก็หันไปตะโกนเรียกคนในบ้านเสียงดัง “ท่านแม่ อาจือ ออกมาเร็ว หลันหลันมาหา”
“ไหน ๆ หลันหลันอยู่ที่ใด”
ทันทีที่แม่เฒ่าหลี่และเหวยหมิ่นจือได้ยินแบบนั้น ก็รีบพากันออกมาจากบ้านอย่างตื่นเต้นดีใจ
ซ่งชิงหลันรีบทักทายพวกเขาด้วยรอยยิ้ม “ท่านยาย ท่านป้าสะใภ้ใหญ่”
แม่เฒ่าหลี่เข้ามาคว้ามือของซ่งชิงหลันเอาไว้โดยพลัน และอดไม่ได้ที่กล่าวขึ้นว่า “หลันหลัน ข้าดีใจเหลือเกินที่เจ้ามา ท่านตาของเจ้าถามหามาหลายวันแล้ว หากเขาเห็นว่าเจ้ามาต้องมีความสุขมากแน่ ฮ่า ๆ”
เมื่อได้ยินอย่างนั้น หลานสาวรีบถามไถ่ “ว่าไปแล้ว ท่านตาเป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ อาการดีขึ้นบ้างหรือยัง”
เหวยหมิ่นจือเดินเข้ามาตอบด้วยรอยยิ้ม “ต้องขอบคุณใบสั่งยาของเจ้าเมื่อคราวก่อน อาการของท่านตาดีขึ้นมากแล้วหลังจากกินยาเข้าไป ตอนนี้ก็สามารถลุกขึ้นมาจากเตียงเองได้แล้ว”
“จริงรึเจ้าคะ” ใบหน้าของซ่งชิงหลันก็เต็มไปด้วยความยินดี “ถ้าอย่างนั้น ข้าจะไปเยี่ยมท่านตาที่ห้อง”
ซ่งชิงหลันกำลังจะเข้าไปด้านใน ทันใดนั้นก็นึกขึ้นได้ว่านางซื้อของสดมาด้วย นางจึงหยิบมันออกมาจากเกวียน ส่งให้เหวยหมิ่นจือแล้วเอ่ยว่า “ท่านป้าสะใภ้ ข้าซื้อเนื้อสัตว์มาฝากเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือเอ็ดขึ้น “โธ่หลานสาว อุตส่าห์มาหากันถึงนี่ ยังจะต้องซื้อสิ่งใดมาฝากอีกเล่า”
ท่านยายมองไปที่ปลาสองตัวและเนื้อหมูหลายชั่งที่ซ่งชิงหลันนำมาด้วย ก็พูดอย่างละอายใจ “นี่ซื้อมาเยอะขนาดนี้จ่ายเงินไปมากเลยใช่หรือไม่ หลันหลัน กว่าเจ้าจะหาเงินก็แสนเหนื่อยยาก เก็บเงินพวกนั้นเอาไว้เถิด อย่ามาใช้จ่ายให้ยายเลย”
ถึงนางจะรู้ว่าหลานสาวหาเงินได้ไม่น้อย หากแต่ก็รู้อีกเช่นกันว่านางต้องทำงานหนักเพียงใดกว่าจะได้มันมา
ซ่งชิงหลันเอ่ยปลอบหญิงชราพลางยิ้ม “ท่านยาย วันนี้เป็นวันที่มีตลาด ข้าเลยแวะซื้อของกินมาฝากท่าน ไม่ได้ราคาแพงเท่าไรเลยเจ้าค่ะ ถือว่าเป็นของแทนใจจากข้าแล้วกัน หากพวกท่านไม่รับเอาไว้ ก็เท่ากับไม่รับน้ำใจจากข้า”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้าโดยพลัน มองไปที่แม่สามีแล้วพูดว่า “เอาเถิด เห็นแก่น้ำใจของหลันหลัน ท่านแม่ก็รับเอาไว้เถิดเจ้าค่ะ”
ว่าแบบนั้นแล้วเหวยหมิ่นจือก็รับของฝากนั้นมาถือเข้าไปในครัว
ซ่งชิงหลันพยุงแขนแม่เฒ่าหลี่ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “ท่านยายเจ้าคะ เข้าไปข้างในกันเถิด ข้าอยากเจอท่านตาแล้ว”
“เอ้า ไป ๆ “
ทันทีที่ท่านยายเปิดประตู นางก็อดใจไม่ไหวที่จะออกเสียงเรียกสามี “ตาเฒ่า ตื่นเร็ว ลุกมาดูสิว่าผู้ใดมาหา”
พ่อเฒ่าหลี่เพิ่งนอนไปได้ไม่นาน จึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ยกศีรษะของเขาขึ้นหันหน้าตามเสียงภรรยา เมื่อเห็นว่าหลานสาวมาหา เขาก็รีบผุดลุกขึ้นจากที่นอน “หลันหลันนี่ เร็วเข้า มาใกล้ ๆ ตาหน่อย”
ซ่งชิงหลันรีบตรงไปนั่งข้างเตียง จับมือชายชราเพื่อสำรวจชีพจรของเขาทันที
จากนั้นนางก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก เมื่อรู้ว่าชีพจรของท่านตาคงที่ ร่างกายเริ่มฟื้นฟูไปในทางที่ดี
“ท่านตาเจ้าคะ อาการของท่านทุเลาลงแล้ว แต่ท่านตาต้องดื่มยาอีกสองตัว เพื่อบำรุงกำลัง อีกประเดี๋ยวท่านก็จะหายดีเจ้าค่ะ”
พ่อเฒ่าหลี่ยิ้มให้หลานสาว เขาไม่ได้รู้สึกว่าร่างกายกำลังป่วยหนักอีกต่อไป “หลันหลัน ต้องขอบคุณเจ้าที่ช่วยชีวิตตาเอาไว้ ไม่อย่างนั้น ขาข้างหนึ่งของคนแก่อย่างตาคงก้าวเข้าไปในโลงศพเสียแล้ว”
“โธ่ ท่านตา ตอนนี้ร่างกายท่านแข็งแรงขึ้นแล้ว ท่านตาต้องอยู่กับข้าอีกนานเจ้าค่ะ”
ท่านตาผ่อนลมหายใจยาวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความปล่อยวาง “ตาไม่หวังจะมีชีวิตยืนยาวมากนัก เพียงแค่อยากจะเห็นว่าลูก ๆ หลาน ๆ กินดีอยู่ดีเพียงเท่านั้น”
ซ่งชิงหลันจับมือท่านตาเอาไว้แล้วพูดต่อ “ท่านตา ท่านวางใจเรื่องนี้ได้เลยเจ้าค่ะ พวกเราพี่น้องล้วนสบายดี กินดีอยู่ดีกันทุกคนเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือเองก็ช่วยรับคำ “ถูกต้องแล้วท่านพ่อ อย่ากังวลไป หลันหลันของเราทำงานเก่งมาก นางมีร้านอาหารเช้าที่หาเงินได้ไม่น้อยเลย เจียนปิ่งกับมันเผาของนางก็ขายดี ลูกค้ามากทุกวัน”
“อย่างนั้นเชียวหรือ!” ท่านตายกนิ้วให้ซ่งชิงหลันอย่างชื่นชม “หลันหลันของเราเก่งมากจริง ๆ”
ซ่งชิงหลันคุยกับผู้ใหญ่ทั้งสองอยู่พักหนึ่ง เมื่อมองดูเวลาก็พบว่าเกือบจะถึงเวลาที่ซ่งชิงซีกับซ่งชิงเป่ยต้องกลับจากสำนักศึกษาแล้ว นางจึงลุกขึ้นเพื่อบอกลา
แม่เฒ่าหลี่จับมือหลานสาวอย่างไม่เต็มใจนัก “หลันหลัน จะไปแล้วหรือ อยู่กินมื้อเย็นกับพวกเราเสียหน่อยค่อยกลับเถิด”
“ท่านยาย ชิงซีกับชิงเป่ยกำลังจะเลิกเรียน ส่วนชิงตงก็กำลังจะปิดร้านกลับบ้าน ข้าต้องกลับไปเตรียมมื้อเย็นให้พวกเขาเจ้าค่ะ ไว้คราวหน้า พวกเราพี่น้องจะมาเยี่ยมท่านให้ครบทุกคน ตอนนั้นเราจะได้กินข้าวด้วยกันพร้อมหน้า ดีหรือไม่”
เมื่อหลานสาวว่าแบบนั้นแม่เฒ่าหลี่จึงไม่อยากรั้งหลานสาวคนโตเอาไว้อีก
เพียงพยักหน้ารับแล้วพูดว่า “เอาเถิด อย่าลืมพาเฉินเฉินกับเยว่เยว่มาด้วยเล่า”
ซ่งชิงหลันเดินออกมาที่ลานบ้าน พบว่าท่านลุงใหญ่ยังคงทำงานไม้อยู่ที่เดิม
นางจึงเอ่ยลาเขา “ท่านลุงใหญ่ ข้ากลับก่อนนะเจ้าคะ”
“หลันหลัน เจ้ารอประเดี๋ยว” หลี่เหวินไฉเช็ดมือสองสามครั้งแล้ววิ่งหายเข้าไปในบ้านสักพัก
เขากลับมาพร้อมกับส่งเงินให้กับซ่งชิงหลันแล้วพูดขึ้น “หลันหลัน นี่เงินสิบห้าตำลึง ลุงคืนให้เจ้า”
“ป้าสะใภ้ของเจ้าบอกลุงว่าหากตอนนั้นไม่ได้เงินจากเจ้า ท่านตาคงไม่รอดแล้ว เจ้ามีบุญคุณกับบ้านเรามากจริง ๆ”
เหวยหมิ่นจือมองที่ถุงเงินนั่นอย่างขมขื่น
นางปิดปากตัวเองแน่น ไม่กล้าบอกหลานสาวว่าเงินนั้นเป็นเงินที่หยิบยืมคนอื่นมาอีกที
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้วแล้วยื่นเงินกลับไป “ท่านลุง ท่านพูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
“ท่านตาก็เป็นคนในครอบครัวของข้าเช่นกัน มันเป็นเรื่องสมควรแล้วที่ต้องช่วยเหลือ หากท่านคืนเงินข้า ข้าจะถือว่าพวกท่านไม่นับข้าเป็นคนในครอบครัวนะเจ้าคะ”
กล่าวเช่นนั้นจบ ซ่งชิงหลันก็ตั้งใจทำสีหน้าขุ่นเคืองขึ้นมา
“แต่ว่า…” หลี่เหวินไฉมองหลานสาวด้วยความลำบากใจ
เหวยหมิ่นจือยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ตามใจหลันหลันเถิดพ่อ จริงสิ พ่อยังไม่ได้ให้ของขวัญกับเฉินเฉินแล้วก็เยว่เยว่เลยนี่ รีบเอามาให้นางดีกว่า”
“จริงสิ ดีนะที่เจ้าเตือนข้า ข้าจะไปเอามาประเดี๋ยวนี้ หลันหลัน รอก่อนนะ”
ซ่งชิงหลันมีท่าทางสงสัย “มันคือสิ่งใดกันเจ้าคะ”
หลังจากนั้นไม่นาน หลี่เหวินไฉก็ยกเอาเปลเด็กแบบคู่ออกมาจากโรงไม้ไม่ไกลออกไป เห็นชัดว่าท่านลุงใหญ่เป็นคนต่อมันขึ้นมาเองกับมือ
หลี่เหวินไฉยิ้ม แล้วรีบอธิบาย “หลันหลัน ตอนที่เจ้าคลอดลูก พวกเราไม่ได้ไปเยี่ยมเจ้าเลย นี่คือของขวัญฝากให้หลาน ๆ จากพวกข้านะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างมีความสุข เปลเด็กนั้นถูกต่อขึ้นด้วยฝีมือประณีตและดูเหมือนจะผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี
นางมองไปที่หลี่เหวินไฉอย่างซาบซึ้งใจ “ท่านลุงใหญ่ ต้องขอบคุณท่านมาก เฉินเฉินกับเยว่เยว่ต้องชอบเป็นแน่เจ้าค่ะ”
“หากชอบก็ดีแล้ว”
หลังจากลากันจบ หลี่เหวินไฉก็ช่วยยกเปลขึ้นไปบนเกวียนของซ่งชิงหลัน นางจึงขับเกวียนกลับบ้านได้ทันเวลาพอดี
Pandaa
อ่านมาหลายเรื่อง เพิ่งจะเจอใช้สรรพนามสามีตัวเองว่าพ่อ 😂😂😂