ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 66 ลูกน้อยทั้งสองน่ารักน่าชังมาก
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 66 ลูกน้อยทั้งสองน่ารักน่าชังมาก
บทที่ 66 ลูกน้อยทั้งสองน่ารักน่าชังมาก
ระหว่างทางกลับบ้านซ่งชิงหลันผ่านสำนักศึกษาที่น้องชายทั้งสองเรียนอยู่
ตอนนี้สำนักศึกษาเลิกแล้ว มีเด็ก ๆ หลายคนเริ่มทยอยเดินออกมาจากหน้าประตู นางจึงรออยู่ด้านหน้าเพื่อกลับบ้านพร้อมกับน้อง ๆ
ไม่นานหลังจากนั้น หญิงสาวก็เห็นร่างของเด็กชายที่คุ้นเคยสองคนกำลังออกมาด้วยกัน
ซ่งชิงหลันตะโกนเรียกพวกเขาท่ามกลางฝูงชน “ชิงหยวน ชิงหลิน!”
ซ่งชิงหยวนชะงักไปครู่หนึ่งแล้วหันไปถามน้องชายที่อยู่ข้าง ๆ กัน “เหตุใดข้าเหมือนได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเรา ชิงหลิน เจ้าได้ยินเหมือนกันหรือไม่”
ซ่งชิงหลินพยักหน้าตาม “ใช่ ข้าก็ได้ยินเหมือนกัน”
ว่าจบเด็กชายก็เริ่มมองไปรอบ ๆ เพื่อหาที่มาของเสียงเรียก เมื่อเห็นว่าเป็นซ่งชิงหลันที่ยืนอยู่ในซอยด้านหน้า เขาก็คว้าแขนเสื้อของซ่งชิงหยวนอย่างตื่นเต้น
“ท่านพี่ ดูนั่นสิ ท่านพี่ชิงหลันนี่”
ซ่งชิงหยวนก็เห็นท่านพี่เช่นกัน “จริงด้วย ไปกันเถิด”
ทั้งสองวิ่งอย่างรวดเร็วมาถึงบริเวณที่ท่านพี่ยืนอยู่
“ท่านพี่ชิงหลัน เหตุใดท่านถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าผ่านมาแถวนี้ ก็เลยจะมารับชิงซีกับชิงเป่ยกลับบ้าน แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดพวกเขายังไม่ออกมาเสียที”
ซ่งชิงหลินอธิบายขึ้น “พี่ชิงซีมีคำถามอยากถามท่านอาจารย์หลังเลิกเรียนน่ะขอรับ ปกติพี่ชิงซีจะออกมาเป็นคนสุดท้ายทุกวันอยู่แล้ว ท่านพี่อยากให้ข้าไปเรียกเขาหรือไม่”
รู้แบบนั้นนางจึงได้เอ่ยปากห้าม “ไม่เป็นไร อย่างนั้นเรารอก่อนได้”
ความกระตือรือร้นในการเรียนของชิงซีเป็นเรื่องดี ท่านพี่อย่างนางต้องให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่
ซ่งชิงหยวนมองไปที่เกวียนของซ่งชิงหลันด้วยความอิจฉาแล้วถามขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านซื้อเกวียนมาใหม่หรือขอรับ”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ใช่แล้ว พวกเจ้าก็ขึ้นเกวียนกลับด้วยกันสิวันนี้”
ซ่งชิงหลินปรบมืออย่างมีความสุข “ไอ๊หยา นี่มันเยี่ยมไปเลย ข้ายังไม่เคยนั่งเกวียนที่มีลาลากมาก่อน พี่ชิงหยวน เราขึ้นไปดูกันเถอะ”
ว่าจบสองพี่น้องก็พากันปีนขึ้นไปบนเกวียนอย่างตื่นเต้น
ซ่งชิงหลันมองดูพวกเด็ก ๆ แล้วก็อดหัวเราะชอบใจไม่ได้ “ไม่ต้องรีบ ๆ ระวังล้มนะ”
นักเรียนในสำนักศึกษาเกือบจะพากันออกมาจนหมดแล้ว ทั้งสำนักศึกษาแทบจะร้างผู้คน เป็นเวลาที่ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยพากันเดินออกมา
ซ่งชิงหลันรีบโบกมือขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง “ชิงซี ชิงเป่ย”
จากนั้นนางก็บังคับเกวียนให้ไปหยุดอยู่ที่หน้าประตูสำนักศึกษาเพื่อรับน้อง ๆ ขึ้นมา
ซ่งชิงซีมองท่านพี่บังคับเกวียนมาจอดเทียบต่อหน้า ตามด้วยการลากสายตาไปมองลูกพี่ลูกน้องทั้งสองที่เป็นผู้โดยสารบนเกวียนท่าทางสนุกสนาน ก็รีบถามด้วยท่าทางงุนงง “ท่านพี่ขอรับ เกวียนกับลานี่ของบ้านเราอย่างนั้นหรือขอรับ”
เด็กชายมีท่าทางประหลาดใจไม่น้อย
หญิงสาวยิ้มตอบ “ต้องเป็นของบ้านเราอยู่แล้ว”
ซ่งชิงเป่ยอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ “บ้านเรามีเกวียนกับลาตั้งแต่เมื่อใดกัน ข้าไม่เห็นรู้เลย”
ลูกพี่ลูกน้องอย่างซ่งชิงหยวนช่วยตอบอย่างยิ้มแย้ม “ไม่ได้มีแค่เกวียนกับลานะ นี่ยังมีเปลของเฉินเฉินกับเยว่เยว่อีกต่างหาก”
ได้ยินแบบนั้นแล้ว ซ่งชิงซีจึงรีบถาม “ท่านพี่ นี่มันอันใดกันขอรับ”
ซ่งชิงหลันเริ่มอธิบาย “ข้าเพิ่งไปซื้อเกวียนกับลามาวันนี้ และเพิ่งไปเยี่ยมท่านตาที่บ้านมาด้วย ท่านลุงใหญ่ทำเปลมาให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นของขวัญก็เลยเอาใส่เกวียนกลับมาด้วย”
“บ้านเรามีเกวียนกับเขาแล้วจริง ๆ หรือ สุดยอดไปเลย” ซ่งชิงเป่ยรีบกระโดดไปมาอย่างมีความสุข
ครอบครัวของพวกเขาเคยยากจนมาก หากแต่ตอนนี้มีเกวียนและลาเป็นของตัวเองแล้ว เท่ากับว่าได้ขยับฐานะขึ้นมาเป็นชนชั้นกลางกับเขาบ้าง
จนกระทั่งซ่งชิงซีที่ขึ้นไปก่อนเอื้อมมือมาดึงน้องชายคนเล็กให้ขึ้นมาบนเกวียนด้วยกันพร้อมเอ่ยเร่ง “อย่ามัวเล่นอยู่ รีบขึ้นมาเถิด จะได้กลับบ้านกัน”
ได้ยินแบบนั้นซ่งชิงเป่ยจึงรีบเดินขึ้นเกวียน เลือกนั่งข้างท่านพี่ที่ด้านหน้าอย่างยิ้มแย้ม “ท่านพี่ ให้ข้าลองบังคับบ้างได้หรือไม่”
นางเห็นท่าทางตื่นเต้นดีใจของน้องชายก็ยื่นแส้อันเล็กในมือให้เขาแล้วพูดขึ้น “เอาเถิด ไปกันได้แล้ว กลับบ้านกัน”
พี่น้องทั้งห้าขึ้นเกวียนกลับบ้านด้วยกันอย่างมีความสุข
“ท่านย่า เรากลับมาแล้วขอรับ”
ทันทีที่มาถึง เด็กชายทั้งสี่ก็ตะโกนเสียงดังแล้วพากันลงจากเกวียนวิ่งเข้าไปในบ้าน
“ชู่ว! อย่างเสียงดังสิ เฉินเฉินกับเยว่เยว่หลับอยู่” แม่เฒ่าซ่งออกมาจากห้องแล้วทำท่าทางให้พวกเขาลดเสียงลง
ทันใดนั้นท่านย่าก็รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกไป จึงถามขึ้น “เจ้าทั้งสี่ เหตุใดวันนี้กลับมาถึงเร็วนัก?”
ซ่งชิงหลินกระโดดขึ้นลงอย่างตื่นเต้นแล้วเล่าว่า “เรานั่งเกวียนกลับมาขอรับ พี่ชิงหลันพากลับมา จึงมาถึงบ้านเร็วมาก”
ท่านย่าถามอย่างสงสัย “เกวียน ที่ใช้ลาลากอย่างนั้นหรือ เจ้าไปเอามาจากที่ใดกัน”
พอดีกับที่ซ่งชิงหลันขับเกวียนเข้ามาที่ลานด้านหน้า มองน้องชายทั้งสี่แล้วเอ่ยด้วยความโกรธ “เจ้าสี่คนนี่เป็นเด็กอย่างไรกัน พอถึงบ้านก็รีบวิ่งหนีมาเลยอย่างนั้นหรือ ลาตัวนี้ยังไม่เคยมาที่บ้านเรามาก่อน ปล่อยให้ข้าลำบากบังคับมันเข้ามาอยู่คนเดียวได้อย่างไร”
แม่เฒ่าซ่งมองภาพนั้นแล้วกะพริบตาอยู่หลายครั้งให้แน่ใจว่าตนไม่ได้เข้าใจอะไรผิดไป นางก้าวออกไปที่ลานบ้านแล้วเริ่มถามไถ่ “หลันหลัน เกวียนกับลานี่มาจากที่ใดกัน”
ซ่งชิงหลันยิ้มและตอบนางออกไป “วันนี้ข้าไปซื้อมาจากตลาดเจ้าค่ะ เป็นอย่างไร ดูเข้าท่าเลยใช่หรือไม่เจ้าคะ ต่อไปเราก็จะได้ใช้มันทุ่นแรงเวลาทำงาน เดินทางไปที่ใดย่อมสะดวกขึ้น”
“เป็นลาที่ดูดีมากจริง ๆ “ ท่านย่ายิ้มกว้างจนมุมปากแทบจะชิดใบหู “ยายแก่อย่างย่าไม่เคยคิดมาก่อนว่าชีวิตนี้จะได้มีลาลากเกวียนเป็นของบ้านตัวเองกับเขาสักครั้ง”
“แง… แง… แง…”
ทันใดนั้นทุกคนก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของทารกน้อยดังมาจากในบ้าน
ท่านทวดของเด็กน้อยทั้งสองรีบพูดอย่างกระวนกระวาย “เราน่าจะเสียงดังเกินไป ทำเด็ก ๆ ตื่นหมดแล้ว”
“ไม่เป็นไรเจ้าค่ะท่านย่า ข้าว่าจะพาพวกเขาออกมาอยู่พอดี” ก่อนจะเข้าไปในบ้าน ซ่งชิงหลันหันไปบอกน้องชายว่า “ชิงซี เจ้าไปยกเปลลงมาจากเกวียนที”
“ขอรับ”
จากนั้นสองพี่น้องซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยก็พากันไปช่วยเอาเปลลงมาจากเกวียน
ซ่งชิงหลันวางทารกน้อยทั้งสองลงในเปล โยกไปมาเบา ๆ เพียงไม่นานเจ้าตัวเล็กทั้งคู่ก็พากันหัวเราะชอบใจอย่างมีความสุข
เด็กน้อยทั้งสองมีผิวขาวและตัวอวบอ้วนน่ารักน่าชัง ปานนูนแดงบนเปลือกตาของเฉินเฉินจางหายไปหมดแล้ว ทั้งคู่จึงดูน่ารักสุขภาพดีมาก
ซ่งชิงหลันที่เป็นมารดาพลันใจละลายเมื่อได้เห็นความน่ารักของลูกน้อยทั้งสอง
ท่านย่าลูบเปลพลางพูดอย่างยินดี “ฝีมือลุงใหญ่ของเจ้าไม่เลวเลยจริง ๆ”
“เป็นงานฝีมือที่เลี้ยงชีพท่านลุงเจ้าค่ะ ไม่เป็นสองรองผู้ใดเลย”
หลังพูดจบซ่งชิงหลันก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปทางห้องครัว “ข้าจะไปเตรียมอาหารก่อนนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงเป่ยรีบตามไปที่ครัวเช่นกัน “ท่านพี่ ประเดี๋ยวข้าช่วยจุดไฟขอรับ”
ส่วนซ่งชิงซีและท่านย่าก็ช่วยกันดูแลหลานน้อยทั้งสองคนในเปล
เพียงไม่นานหลังจากนั้นแม่ครัวสาวก็เตรียมอาหารสามจานและน้ำแกงอีกหนึ่งหม้อ มีทั้ง หุยกัวโร่ว*[1] ผัดผักกาดขาว ยำมันฝรั่งฝอย และน้ำแกงเต้าหู้หัวปลา
และคนสุดท้ายของบ้าน ซ่งชิงตง ก็กลับมาถึง “ข้ากลับมาแล้วขอรับ!”
น้องชายคนเล็กรีบออกมาจากครัวอย่างรวดเร็วแล้วเอ่ยกับพี่รองด้วยรอยยิ้ม “พี่รอง ท่านกลับมาทันอาหารเสร็จพอดีเลย มากินข้าวเถิดขอรับ”
ซ่งชิงตงมองเห็นเกวียนกับลาที่ลานบ้านอย่างรวดเร็ว เขาวางรถเข็นที่ลากมาลงแล้วเดินเข้าไปสำรวจ “เกวียนนี้…”
ซ่งชิงซีรีบออกมาเล่า “ท่านพี่ซื้อมาวันนี้ เจ้าชิงเป่ยได้ลองนั่งก็ชอบมาก ๆ เลย”
ซ่งชิงตงตบที่ข้างตัวลาเบา ๆ อย่างชื่นชม “ดีมากเลย เอาเถิด ประเดี๋ยววันพรุ่งข้าจะไปซื้ออาหารสัตว์มาไว้”
ระหว่างที่พูดแบบนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มดวงตาชื้นด้วยน้ำตาคลอเบ้าจนตาแดงก่ำอย่างช่วยไม่ได้ ดีเหลือเกิน ตอนนี้ครอบครัวของเขากำลังดีขึ้นเรื่อย ๆ
ซ่งชิงหลันตามออกมาจากครัว ระหว่างที่กำลังเช็ดมือให้แห้งก็รีบเรียกทุกคน “ไปล้างมือแล้วมากินข้าวกันเร็วเข้า”
ทั้งครอบครัวก็มีความสุขกับมื้ออาหารร่วมกันอีกครั้ง
ซ่งชิงหลันวางทารกน้อยทั้งสองลงในเปลข้าง ๆ จากนั้นก็ป้อนนมแพะให้พวกเขา
ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่ดูเหมือนจะรู้เรื่องและชอบเปลใหม่นี้มาก เจ้าหนูน้อยพูดเสียงเจื้อยแจ้วอย่างมีความสุขและหลับสนิททั้งคืน
[1] หุยกัวโร่ว เป็นอาหารจีนเสฉวน นำหมูที่เคี่ยวแล้วไปหั่นเป็นชิ้น ผัดอีกครั้งกับผักหลายชนิดในซอสเสฉวน