ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 70 หากซ่งชิงหลันไม่ยอมกลับมา
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 70 หากซ่งชิงหลันไม่ยอมกลับมา
บทที่ 70 หากซ่งชิงหลันไม่ยอมกลับมา
ไป๋เย่เฮยพยุงแขนมารดา สองแม่ลูกเดินผ่านทางที่เป็นหลุมเป็นบ่อหน้าบ้านของตระกูลซ่งท่ามกลางหิมะตกหนักไปด้วยกัน
เขาไม่สามารถระงับความสงสัยในใจเอาไว้ได้ จึงถามขึ้นมาทันที “ท่านแม่ พี่ใหญ่เขียนจดหมายมาหาท่านเมื่อไรกันขอรับ เหตุใดข้าจึงไม่รู้เรื่องนี้ เขายังไม่ตายจริง ๆ อย่างนั้นหรือ”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนใบหน้ามืดครึ้มแล้วตอบกลับไปด้วยความโกรธ “ไม่จริงน่ะสิ!”
ไป๋เย่เฮยตกตะลึง “ท่าว่าอย่างไรนะ ไม่จริง?”
“เจ้าโง่” เจี่ยงชุ่ยเหลียนเคาะหน้าผากลูกคนเล็กเข้าหนึ่งที “จดหมายที่พี่ชายเจ้าส่งมาเป็นของปลอม เรื่องที่เขายังไม่ตายก็ไม่จริงเช่นกัน”
“เฮ้อ ให้ตายเถิด” เจี่ยงชุ่ยเหลียนถอนหายใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า “เหตุใดตระกูลไป๋ของเราถึงได้โชคร้ายนัก เลี้ยงลูกชายมาจนโตก็เปล่าประโยชน์ ต้องมาตายก่อนวัยอันควรเช่นนี้”
ลูกชายอีกคนของนางได้ยินเช่นนั้นก็เม้มริมฝีปากแน่นแล้วเอ่ยขึ้นอย่างไม่พอใจ “ท่านแม่ หากเป็นเช่นนั้นแล้วด้วยเหตุใดจึงไปโกหกซ่งชิงหลันเช่นนั้นขอรับ ซ้ำยังไปอ้อนวอนให้นังนั่นกลับมาพร้อมลูกทั้งสองอีก ท่านอยากจะรับพวกมันเข้ามาในบ้านเราอย่างนั้นหรือ”
“เจ้านี่มันโง่จริง ๆ ไอ้ลูกคนนี้นี่” เจี่ยงชุ่ยเหลียนอดไม่ได้ที่จะบ่น “แม่เจ้าก็พอจะมีปัญญา เหตุใดลูกเกิดมาจึงโง่เขลาเช่นนี้ได้”
“ท่านแม่หมายความว่าอย่างไรขอรับ”
“ร้านขายหมูของเราย่ำแย่ลงทุกวัน ไม่เหมือนร้านอาหารเช้าของซ่งชิงหลัน มีลูกค้าต่อคิวยาวรอซื้อจนขายแทบไม่ทัน ต่อไปนางต้องร่ำรวยมากแน่ หากหาทางรับนางกลับมาอยู่ที่บ้านเรา เงินนั่นก็จะกลายเป็นเงินของเราด้วยสิ”
เมื่อคิดว่าซ่งชิงหลันมีเงินมากมายในตอนนี้ อดีตแม่สามีอย่างเจี่ยงชุ่ยเหลียนก็อึดอัดใจจนนอนไม่หลับอยู่หลายคืน
ไป๋เย่เฮยยิ้มเยาะขึ้นมา “หากเป็นอย่างนั้น เราก็แค่นอนนับเงินสบาย ๆ ก็ได้ใช่หรือไม่”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนจึงยิ้มตามแล้วเอ่ยสำทับ “ถูกต้องแล้ว”
แต่หลังจากนั้นใบหน้าของนางก็กลับมาบูดบึ้งอีกครั้ง แล้วพูดขึ้น “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ หากซ่งชิงหลันไม่ยอมกลับมาอยู่ที่บ้านเรา เรื่องพวกนี้ก็คงเป็นแค่ฝันหวานไปเท่านั้น เราต้องกลับไปวางแผนหาทางให้นางยอมให้ได้ เจ้าไปเรียกพวกท่านพี่กับพี่เขยมาที่บ้านประเดี๋ยวนี้”
“ขอรับ ข้าจะรีบไปตามมา”
ฟ้าเริ่มมืด ซ่งชิงตงและน้อง ๆ ก็พากันกลับมาถึงบ้าน
ทุกคนได้กินน้ำแกงร้อน ๆ แสนอร่อย ไม่ต้องถามถึงความพอใจของทุกคน เพราะความสุขบนหน้าเป็นคำตอบแทนอยู่แล้ว
หลังกินข้าวเสร็จ ท่านพี่ก็เอาเสื้อกันหนาวบุนวมที่ตัดเย็บเรียบร้อยแล้วออกมามอบให้น้องชายทุกคน
ซ่งชิงเป่ยแทบอดใจรอจะสวมมันไม่ไหวทันทีที่ได้เห็น หลังลองใส่แล้วก็รีบหันกลับมาถามทุกคนอย่างตื่นเต้น “ข้าเป็นอย่างไรบ้างขอรับ ท่านย่าข้าดูดีหรือไม่ ท่านพี่ พี่รอง ข้าหล่อหรือไม่?”
และไม่ลืมที่จะถามซ่งชิงซีด้วย “พี่สี่ขอรับ เป็นอย่างไร ข้าดูดีหรือไม่”
ซ่งชิงซีเองก็สวมเสื้อกันหนาวตัวใหม่เช่นกัน เขายิ้มให้น้องชายแล้วเอ่ยตอบ “เจ้าดูมีความสุขมากจนคำว่าเป่ยหายไปที่ใดเสียแล้วล่ะ*[1]”
“ข้าซ่งชิงเป่ย คำว่าเป่ยจะหายไปได้อย่างไรเล่าขอรับ” จากนั้นซ่งชิงเป่ยก็หันไปยกนิ้วให้ซ่งชิงหลัน “ท่านพี่ เสื้อกันหนาวที่ท่านเย็บสวยมากเลยขอรับ สวยกว่าเสื้อผ้าที่ขายในหมิงซิ่วเสียอีก”
ซ่งชิงตงยิ้มและอดไม่ได้ที่จะหยอกล้อบ้าง “เจ้าไม่เคยใส่เสื้อผ้าจากหมิงซิ่ว แล้วรู้ได้อย่างไร”
น้องชายเมื่อถูกถามก็แลบลิ้นออกมา “ของเช่นนี้ไม่เห็นต้องลองก่อนเลยนี่ขอรับ ข้าแค่ผ่านไปแถวนั้นก็รู้แล้ว ของพวกนั้นสู้เสื้อผ้าที่ท่านพี่เย็บให้ไม่ได้จริง ๆ พี่สี่ คอยดูเถิด วันพรุ่งพวกเราสวมเสื้อตัวนี้ไปที่สำนักศึกษา ต้องมีแต่คนอิจฉาเป็นแน่”
หลังจากซ่งชิงซีลองเสื้อของตัวเองเรียบร้อยเขาก็ถอดเก็บไว้อย่างดี แล้วหันไปบอกกับน้องชาย “เอาเถิด อย่ามัวทำตัวโอ้อวดอยู่เลย รีบถอดเสื้อใหม่ออกมาเก็บไว้ก่อน ประเดี๋ยวจะสกปรกเอาได้”
“พี่สี่พูดถูก ข้ารีบเอาไปเก็บในห้องดีกว่า”
พูดจบน้องชายคนเล็กก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องเพื่อเอาเสื้อใหม่ไปเก็บอย่างที่ว่า
ซ่งชิงหลันมองพวกเขาด้วยรอยยิ้ม เริ่มหยิบเข็มกับด้ายออกมาอย่างเงียบ ๆ อีกครั้ง
ส่วนซ่งชิงตงเข้ามาหาท่านพี่ “ท่านอย่าเร่งรีบไปเลยขอรับ กลางคืนเช่นนี้จะเสียสายตาเอา”
นางจึงเอ่ยตอบพลางสนเข็มไปด้วย “ช่วงนี้อากาศหนาวมาก ชิงหนานไม่ได้เอาเสื้อผ้าหนา ๆ ไปด้วยสักตัว ข้าตั้งใจจะเย็บไปให้เขาคืนนี้เลย จะได้ทันเอาไปให้วันพรุ่ง”
น้องชายคนโตจึงย้ายเก้าอี้ตัวเล็กมานั่งข้าง ๆ นาง “อย่างนั้นประเดี๋ยวข้าจะช่วยท่านเอง”
“อย่าเลย เจ้าเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปนอนเสียเถิด วันพรุ่งยังต้องตื่นแต่เช้า”
ซ่งชิงตงไม่อาจปฏิเสธได้ เขาจึงต้องเข้าไปในห้องอย่างเชื่อฟัง
หญิงสาวทำเสื้อจนถึงเที่ยงคืน ก่อนจะดับเทียนก่อนเข้านอน เพียงไม่นาน รุ่งเช้าก็มาถึง
ในที่สุดวันนี้หิมะก็หยุดตกเสียที
ซ่งชิงหลันออกไปช่วยงานที่ร้านก่อนในช่วงเช้า และเมื่อลูกค้าเริ่มซาลง นางก็ทำเจียนปิ่งชิ้นใหญ่ พร้อมทั้งเอามันเผาขึ้นเกวียนไปที่โรงฝึกจิงอู่
เจ้าหน้าที่เฝ้าประตูทั้งสองจำนางได้แล้ว พอรู้ว่าหญิงสาวมาหาซ่งชิงหนาน พวกเขาจึงให้นางเข้าไปได้
หลังจากนั้น น้องสามในชุดฝึกสีขาวก็วิ่งออกมาพบนาง
แก้มของเขาแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะวิ่งมาหรือเพราะเหนื่อยจากการฝึกซ้อมกันแน่ เมื่อข้ามธรณีประตูออกมาก็เห็นท่านพี่ยืนอยู่ เขาจึงตะโกนอย่างตื่นเต้น “ท่านพี่ขอรับ”
ซ่งชิงหลันเห็นอย่างนั้นจึงเอาผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อที่หน้าผากของน้อง พลางบ่นอย่างเคือง ๆ “ดูเจ้าสิ เหงื่อออกเยอะเพียงนี้ อีกทั้งยังใส่เสื้อผ้าบางเกินไปอีก ประเดี๋ยวก็เป็นหวัดกันพอดี”
“เรากำลังฝึกกันอยู่ขอรับ หากใส่เสื้อผ้าหลายตัวเกินไปจะไม่สะดวกขอรับ” เด็กชายเช็ดเหงื่ออกจากหน้าผากย่างลวก ๆ แล้วถามขึ้น “ว่าแต่ ท่านมาทำอันใดที่นี่หรือ? ที่บ้านมีเรื่องใดเกิดขึ้นหรือไม่ขอรับ”
นางเพียงยิ้มแล้วส่ายหน้า “ทุกคนที่บ้านสบายดี เพียงแต่ข้าเห็นว่าอากาศเย็นลงมาก จึงได้ทำเสื้อบุนวมตัวใหม่มาให้เจ้า”
เมื่อพูดเช่นนั้นมือเรียวก็หยิบเอาเสื้อบุนวมออกมามอบให้น้องชาย และพูดอย่างมีความสุข “ชิงหนาน เจ้าลองสวมดูว่าพอดีหรือไม่ หากไม่พอดีท่านพี่จะเอากลับไปแก้ให้ใหม่”
ซ่งชิงหนานรีบสวมเสื้อตัวนั้นทันทีแล้วยิ้มกว้าง “พอดีเลยขอรับ ขอบคุณท่านพี่”
ในตอนนั้นเองก็มีเสียงไพเราะดังฟังชัดมาจากด้านหลังของซ่งชิงหนาน “ศิษย์น้อง เจ้าแอบอู้มาอยู่ที่นี่เอง”
อู่เชียนเชียนเดินออกมาจากลานฝึก เมื่อเห็นซ่งชิงหลันนางก็ยิ้มออกมาทันที “พี่ชิงหลัน ท่านมาหาศิษย์น้องนี่เอง เหตุใดจึงไม่เข้ามานั่งข้างในก่อนเล่า”
“ไม่เป็นไร ข้าแค่มาเพื่อเอาเสื้อให้ชิงหนานเท่านั้น”
ตอนนั้นเองที่อู่เชียนเชียนสังเกตเห็นเสื้อตัวใหม่ของซ่งชิงหนาน มือเล็ก ๆ อดไม่ได้ที่จะยื่นมาจับเสื้อตัวนั้นด้วยความอยากรู้อยากเห็นแล้วถามขึ้น “เสื้อตัวนี้ดูสวยมีเอกลักษณ์ดีมาก อีกทั้งยังตัดเย็บได้ประณีตอีกต่างหาก ช่างคนใดเป็นคนตัดเสื้อตัวนี้หรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “ข้าเป็นคนเย็บเอง”
“อย่างนั้นเองหรือนี่” เด็กสาวมีท่าทีเหลือเชื่อ “พี่ชิงหลัน เสื้อที่ท่านเย็บดูดีกว่าของที่หมิงซิ่วเสียอีก”
จากนั้นนางก็เริ่มออกความเห็นต่ออย่างติดตลก “หากท่านเปลี่ยนมาขายเสื้อผ้า คงต้องขายดีมากเป็นแน่”
หากแต่คำพูดนั้นของอู่เชียนเชียนเกิดไปคล้ายกับที่ซ่งชิงหลันเคยได้ยินมาอย่างพอดิบพอดี
ซ่งชิงหนานมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วพูดขึ้น “ท่านพี่ ตอนนี้อากาศหนาวแล้ว ท่านควรรีบกลับบ้านดีกว่านะขอรับ”
“จริงสิ ข้ายังมีของมาให้เจ้าอีก” ระหว่างที่พูด นางก็หยิบเอาเจียนปิ่งและมันเผาออกมาจากเกวียนส่งให้น้องชาย
อู่เชียนเชียนพลันได้กลิ่นหอมของอาหารก็รีบถามขึ้นมาทันที “นี่คือสิ่งใด กลิ่นหอมเสียจริง”
ซ่งชิงหลันเอาเจียนปิ่งและมันเผาที่นางทำมาส่งให้อู่เชียนเชียนแล้วบอกเด็กสาว “เชียนเชียน นี่คือเจียนปิ่งกับมันเผาที่ข้าทำขายที่ร้าน เจ้าลองชิมดูก่อน”
อู่เชียนเชียนรับเจียนปิ่งไปกัดทันที จากนั้นดวงตาคู่สวยก็เป็นประกายขึ้น นางรีบยกนิ้วให้ท่านพี่ของศิษย์น้องแล้วเอ่ยชม “ไอ๊หยา อร่อยมากเลยพี่ชิงหลัน นี่มันสุดยอดมาก!”
[1] เป็นการเล่นคำของตัวละครในเรื่อง (清北) ชิงเป่ย ชื่อน้องชาย คล้ายกับคำว่า (高兴) เกาซิ่ง แปลว่าความสุข ชิงซีแซวว่าน้องมีความสุขมากเสียจนชื่อกลายเป็น (兴) ซิง ที่คำว่าเป่ยหล่นหายไป