ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 79 ข้าอยากจะชวนพวกท่านมาทำงานที่ร้านเสื้อด้วยกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 79 ข้าอยากจะชวนพวกท่านมาทำงานที่ร้านเสื้อด้วยกัน
บทที่ 79 ข้าอยากจะชวนพวกท่านมาทำงานที่ร้านเสื้อด้วยกัน
หลี่เหวินไฉมองพิมพ์เขียวนั้นแล้วเอ่ยถาม “หลันหลัน เจ้าอยากได้ตัวใหญ่เพียงใด”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “เอาเท่าตัวคนจริง ๆ เลยเจ้าค่ะ”
“อย่างไรนะ” หลี่เหวินไฉมองหลานสาวอย่างประหลาดใจ “นั่นมันใหญ่มาก เจ้าจะใช้มันทำอันใดกัน”
เหวยหมิ่นจือได้ยินเสียงคุยกันที่หน้าบ้านจึงได้เดินออกมาดู “เหวินไฉเจ้ากำลังคุยกับผู้ใดกัน… อ้าว หลันหลันมาอย่างนั้นรึ”
ซ่งชิงหลันทักทายนางเช่นกัน “อรุณสวัสดิ์เจ้าค่ะ ท่านป้าสะใภ้ใหญ่”
เหวยหมิ่นจือดีใจมากที่ได้เจอซ่งชิงหลัน จึงรีบเดินตรงมาหาทั้งสองทันที “หลันหลัน เหตุใดวันนี้เจ้าจึงมาแต่เช้ากัน แล้วกินสิ่งใดมาหรือยัง?”
“ข้ากินมาแล้วเจ้าค่ะ วันนี้มาที่นี่เพื่อขอความช่วยเหลือจากท่านลุง”
หลังจากที่ท่านป้ารู้ว่าหลานสาวมาที่นี่เพื่อขอให้สามีของนางช่วยทำหุ่นไม้ นางก็มองแบบของหุ่นที่ซ่งชิงหลันวาดออกมาหลายแบบแล้วถามด้วยความสงสัย “หลันหลัน เจ้าจะทำอันใดหรือ? หุ่นตัวใหญ่เพียงนี้คงไม่ใช่ของเล่นให้เฉินเฉินกับเยว่เยว่เป็นแน่”
ซ่งชิงหลันจึงเริ่มอธิบาย “ข้าวางแผนจะเปิดร้านขายเสื้อผ้าที่ถนนหย่งติ้งเจ้าค่ะ และจะเอาหุ่นไม้เหล่านี้เป็นหุ่นลองชุดเพื่อตั้งให้ลูกค้าชมเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นดวงตาของเหวยหมิ่นจือก็พลันเป็นประกาย “ไอ๊หยา หลันหลัน เจ้าเก่งมากจริง ๆ ป้าได้ยินว่าร้านค้าที่ถนนหย่งติ้งค่าเช่าแพงมาก คงไม่ง่ายเลยกว่าที่เจ้าจะเปิดร้านที่นั่นได้”
ตอนนั้นเองเหอไห่หลิงป้าสะใภ้อีกคนของซ่งชิงหลันก็เดินออกมาด้วยเช่นกัน “หลันหลัน ร้านเสื้อผ้าของเจ้าจะเปิดขายเมื่อไร เผื่อพวกเราจะอยากไปดูด้วย”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดีนักเจ้าค่ะ ร้านกำลังอยู่ระหว่างปรับปรุงใหม่ ต้องใช้เวลาอีกห้าหกวันกว่าจะใช้งานได้ ตอนนี้เลยมีเวลาให้ท่านลุงใหญ่ช่วยทำหุ่นไม้ให้”
“ขอป้าดูได้หรือไม่?” เหอไห่หลิงโน้มตัวเข้ามาดูแบบหุ่นไม้ที่นางวาดมา
นางอดไม่ได้ที่จะชมเชยขึ้นมา “หลันหลัน เจ้าฉลาดมากจริง ๆ คิดใช้หุ่นไม้ในการแสดงเสื้อผ้า ป้าไม่เคยเห็นเช่นนี้มาก่อน แปลกใหม่มากจริง ๆ ร้านเปิดเมื่อไรป้าจะให้เพื่อน ๆ ไปดูที่ร้านด้วยนะ”
หลี่เหวินไฉยังเสริมอีกว่า “เป็นเรื่องดีอย่างน่าประหลาด หลันหลัน เจ้ามีหัวการค้ามากจริง ๆ”
หลานสาวเริ่มรู้สึกเขินอายจากคำชมของพวกเขา “ข้าไม่กล้ารับคำชมเพียงนั้นหรอกเจ้าค่ะ ท่านลุง ข้าอยากจะรู้ด้วยว่าทำหุ่นไม้พวกนี้ต้องใช้เวลานานเพียงใดเจ้าคะ?”
“ลุงขอดูก่อนนะ” หลี่เหวินไฉว่าพลางมองไปทางเหวยหมิ่นจือ “แม่ ตอนนี้ยังมีใบสั่งงานจากผู้ใดอีกหรือไม่”
“ข้าไปดูให้”
ระหว่างที่พูด เหวยหมิ่นจือก็เข้าไปหยิบเอารายการสั่งทำงานไม้ของสามีออกมา “เหวินไฉ ที่ยังต้องทำตอนนี้คือเก้าอี้ของบ้านลุงหลี่ หมดงานนี้แล้วก็ยังไม่มีใบสั่งอื่น มาช่วยหลันหลันทำหุ่นไม้ต่อได้ทันที”
“เก้าอี้พวกนี้ วันนี้คงทำเสร็จแล้ว ส่วนหุ่นพวกนี้…” หลี่เหวินชายครุ่นคิด “สักห้าวันน่าจะเรียบร้อยดี เสร็จทันเจ้าเปิดร้านแน่”
ซ่งชิงหลันถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดีเลยเจ้าค่ะ”
หลานสาวหันไปทางป้าสะใภ้ใหญ่ “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ช่วยคิดราคาหุ่นพวกนี้ให้ข้าทีนะเจ้าคะ”
เหวยหมิ่นจือได้ยินเช่นนั้นก็มีสีหน้าไม่พอใจขึ้นมานิดหน่อย รีบปิดสมุดบัญชีลงทันที
นางจับมือซ่งชิงหลันแล้วพูดขึ้น “หลันหลัน เจ้าพูดเรื่องอันใด เราครอบครัวเดียวกัน อย่าพูดเรื่องเงินเลย ถึงเจ้าจะมาขอให้ท่านลุงใหญ่ช่วยทำหุ่นไม้ให้ ก็ไม่จำเป็นต้องจ่ายเงินเราหรอก”
“ได้อย่างไรเล่าเจ้าคะ” หลานสาวเองก็ไม่ยอมเช่นกัน “เราต้องคุยเรื่องนี้กันอย่างชัดเจน กว่าท่านลุงใหญ่จะทำงานออกมาได้แต่ละชิ้นไม่ง่ายนัก ข้ารับของไปแบบไม่จ่ายเงินไม่ได้เจ้าค่ะ ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ หากท่านไม่รับเงิน ข้าจะไปหาช่างไม้คนอื่นมาทำแทน”
ลุงและป้าของนางก็อายุไม่น้อยแล้ว จะให้นางใช้งานพวกเขาแบบไม่มีค่าตอบแทนได้อย่างไร
“โธ่ หลันหลัน เจ้านี่จริง ๆ เลยเชียว เหวินไฉ เจ้าว่าอย่างไรเล่า”
เหวยหมิ่นจือเหนื่อยใจจะพูด จึงมองไปทางสามีอย่างขอความช่วยเหลือ
หลี่เหวินไฉเองก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร นอกจากเกลี้ยกล่อมหลานสาวเพียงเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น
เหอไห่หลิงเป็นคนหลักแหลม นางเข้าใจความคิดของทุกฝ่าย ก่อนที่หลี่เหวินไฉจะว่าอะไร นางจึงชิงพูดขึ้นมา
“พี่ใหญ่ พี่สะใภ้ใหญ่ ข้าว่าพวกท่านน่าจะทำตามอย่างที่หลันหลันว่า รับเงินจากนางเถิด หลันหลันเองก็มีเหตุผลของตัวเอง ไม่ควรปฏิบัติกับนางอย่างเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ อีกต่อไปแล้ว”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ป้าสะใภ้รองพูดถูกเจ้าค่ะ”
“เฮ้อ… เอาอย่างนั้นก็ได้” ในที่สุดเหวยหมิ่นจือก็ยอมตกลง
นางเปิดสมุดบัญชีแล้วจดงานของหลานสาวลงไปในนั้น
ซ่งชิงหลันขยับเข้าไปดูก็พบว่าป้าสะใภ้ใหญ่ของนางทำบัญชีให้ท่านลุงใหญ่อย่างยอดเยี่ยมและเป็นระเบียบมาก
รายรับรายจ่ายทุกอย่างชัดเจน อ่านแล้วเข้าใจง่าย
หลานสาวเห็นเช่นนั้นก็อดชื่นชมไม่ได้ “ท่านป้าเจ้าคะ ท่านเก่งมาก ทำบัญชีได้อย่างชัดเจน เห็นทั้งเงินทุนและผลกำไร ทำให้ค้าขายได้ง่าย”
เหวยหมิ่นจือยิ้มอย่างเขินอาย “ไม่ขนาดนั้นหรอก เพราะลุงใหญ่ของเจ้าทำงานหนัก ป้าเพียงช่วยแบ่งเบาเขาได้เท่านี้”
“พวกเราไม่ได้มีเงินมีทองมากมายก็ต้องใช้เงินอย่างระวังเป็นธรรมดา จำเป็นต้องจัดการตัวเลขพวกนี้อย่างชัดเจนจะได้จัดสรรอย่างเพียงพอสำหรับแต่ละวัน”
ซ่งชิงหลันพยักหน้าตาม
ในตอนนั้นเอง กลุ่มแม่บ้าน เพื่อนบ้านตระกูลหลี่ก็เดินผ่านมาที่หน้าบ้าน
พวกนางชะโงกหน้ามาทางนี้ และเมื่อเห็นว่าซ่งชิงหลันอยู่ที่นี่ ก็ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วถามขึ้น “โอ้ นั่นหลันหลันไม่ใช่หรือ กลับมาตั้งแต่เมื่อไรกัน”
เหอไห่หลิงรีบออกไปที่หน้าบ้านแล้วพูดคุยกับพวกนาง “นางเพิ่งมาได้ประเดี๋ยวนี้เอง จริงสิพวกเรา หลันหลันของเรากำลังจะเปิดร้านเสื้อผ้า หากอยากได้เสื้อผ้าสวย ๆ อย่าลืมไปช่วยอุดหนุนนางด้วยนะ”
เพื่อนบ้านรีบตอบรับ “ได้อยู่แล้ว ร้านของนางอยู่ที่ใดกัน”
เหอไห่หลิงหันกลับมามองหลานสาว “หลันหลัน ร้านของเจ้าอยู่ที่ใดนะ”
ซ่งชิงหลันรีบตอบ “ถนนหย่งติ้งเจ้าค่ะ”
เหอไห่หลิงรีบแนะนำอย่างรวดเร็ว “ร้านอยู่ที่ถนนหย่งติ้งน่ะ อีกไม่กี่วันร้านก็จะเปิดแล้ว ประเดี๋ยวข้าจะพาพวกเจ้าไปดูเองหากไม่รู้ว่าอยู่ที่ใด”
“เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ สะใภ้รองหลี่ ร้านเปิดเมื่อไรพวกเรามารวมกันที่นี่แล้วไปด้วยกันเถิด”
“ได้อยู่แล้ว เอาไว้มาเจอกัน”
ซ่งชิงหลันมองป้าสะใภ้รองพูดคุยกับเพื่อนบ้านด้วยความกระตือรือร้นก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมนาง ช่างเป็นสตรีที่เก่งเรื่องเข้าสังคมเสียเหลือเกิน
ในตอนนั้นเอง ประกายแห่งแรงบันดาลใจพลันผุดขึ้นมาในหัวของเถ้าแก่เนี้ยสาว
นางมองไปยังป้าสะใภ้ใหญ่เหวยหมิ่นจือ และป้าสะใภ้รองเหอไห่หลิง แล้วพูดขึ้น “ป้าสะใภ้ใหญ่ ป้าสะใภ้รอง ข้ามีเรื่องต้องคุยกับพวกท่านเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือเอ่ยถาม “มีอันใดหรือ?”
เหอไห่หลิงรีบกลับเข้ามาที่ลานบ้านแล้วถามด้วย “เกิดอันใดขึ้นหรือไม่? หลันหลัน”
“ข้าอยากจะชวนพวกท่านมาทำงานที่ร้านเสื้อด้วยกัน เลยอยากจะถามว่าพวกท่านสนใจหรือไม่เจ้าคะ?”