ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 8 ซื้อยาให้ท่านย่า (รีไรท์)
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 8 ซื้อยาให้ท่านย่า (รีไรท์)
บทที่ 8 ซื้อยาให้ท่านย่า (รีไรท์)
หลังจากจ่ายเงินและรับกุญแจมาแล้ว นางจึงทำความสะอาดภายในร้าน แม้ว่ามันจะมีขนาดราว ๆ สิบเสื่อ แต่ก็นับว่าเพียงพอแล้ว
ทั้งเนื้อทั้งตัวนางเหลือเงินสองตำลึงเท่านั้น หนึ่งตำลึงสำหรับซื้อยาให้ท่านย่า ส่วนอีกตำลึงเก็บไว้เป็นทุนของร้านอาหารเช้า
แน่นอนว่านางยังต้องควักเงินสิบกว่าเหรียญเพื่อซื้อเส้นก๋วยเตี๋ยว หัวไชเท้า และกะหล่ำปลีกลับมาด้วย
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ชิงหลันก็เห็นหลิวกุ้ยเสีย อาสะใภ้ของนาง
หลิวกุ้ยเสียได้ยินว่าซ่งชิงหลันกลับมาแล้วจึงไม่แปลกใจนักที่เห็นนาง
แต่เมื่อเห็นสิ่งของมากมายที่นางถืออยู่ หลิวกุ้ยเสียพลันเอ่ยถามด้วยความโกรธ “เจ้าไปเอาสมุนไพรยาและผักพวกนี้มาจากที่ใด อาเล็กของเจ้าขโมยเงินมาเพื่อซื้อมันให้เจ้าหรือ?”
“ชิงหนานไปช่วยงานที่บ้านของท่านลุง ท่านลุงจึงให้เงินมาเพื่อซื้อของเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันไม่อยากจะตอบท่านอาสะใภ้เท่าใดนัก นางจึงผลักประตูเข้าไปในบ้านทันที
เสียงของหลิวกุ้ยเสียยังคงสาปแช่งตามมาข้างหลัง “ซ่งอวิ๋นเฟิงไหนเลยจะกล้า เจ้านี่มันตัวฉุดรั้งผู้อื่นเสียจริง! เหตุใดจึงไม่รีบไปเกิดเสียเล่า? เผื่อชาติหน้าจะได้มีประโยชน์ต่อครอบครัวบ้าง”
ไม่รู้ว่าชีวิตนางประสบเคราะห์กรรมใดมา ยามผู้อื่นแต่งงานออกไป พวกนางล้วนได้เป็นท่านย่าตั้งแต่ยังสาว ๆ เรื่องเสื้อผ้าหรือข้าวปลาอาหารล้วนไม่ได้ต้องแตะ เพราะมีสาวใช้คอยทำให้ทุกอย่าง พวกนางมีหน้าที่เพียงให้กำเนิดลูกชายเท่านั้น
ทว่านางที่แต่งเข้าตระกูลซ่งกลับมีชีวิตที่เลวร้ายยิ่งกว่าหมากว่าหมู ซ้ำยังมีภาระเป็นคนแก่และเด็กอีกห้าคน ชีวิตนางไม่ง่ายเลยจริง ๆ!
ซ่งชิงหลันหันมองอาสะใภ้ด้วยรอยยิ้มเย็นชา “เช่นนั้น ข้าว่าท่านอาสะใภ้ผู้มีจิตใจสูงส่งและทะนงตัวควรกลับบ้านไปแขวนคอเสียบ้าง เข้าแถวรอเกิดใหม่แต่เนิ่น ๆ ไม่แน่ว่าชาติหน้าท่านอาจได้ใช้ชีวิตดั่งองค์หญิง”
“เจ้ากล้าพูดเช่นนี้ได้อย่างไร!? ข้าเป็นอาสะใภ้ของเจ้านะ เจ้านี่กลับไม่รู้จะที่ต่ำที่สูง มิแปลกใจเลยว่าเหตุใดตระกูลไป๋ถึงต้องขับไล่เจ้า สมควรแล้ว!”
“เหอะ!” ซ่งชิงหลันไม่เถียงกับนางอีก ก่อนที่เสียงดังโครมจากการปิดประตูอย่างแรงจะดังขึ้น
ท่านย่าซ่งได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจึงเดินออกมาพร้อมกับไม้ค้ำ “หลันหลัน เมื่อครู่ผู้ใดส่งเอะอะโวยวาย เจ้าออกไปที่ใดมาหรือ?”
ซ่งชิงหลันซึ่งยุ่งกับการเก็บข้าวของรีบเข้ามาพยุงท่านย่า “ไม่มีผู้ใดเจ้าค่ะ อาสะใภ้เพียงมาเอ่ยวาจาไม่น่าฟังสองสามคำ ส่วนข้าออกไปส่งชิงหนานที่บ้านท่านลุงมาเจ้าค่ะ”
“เด็กน้อยเอ๋ย เจ้าเพิ่งคลอดลูกมาเมื่อสองสามวัน อากาศก็หนาวเย็นนัก ไฉนเจ้าไม่อยู่เรือนเพื่ออยู่ไฟเล่า เหตุใดจะออกไปกัน ทำร้ายตัวเองเช่นนี้แล้วจะดีขึ้นได้อย่างไร แค่ก แค่ก…”
ซ่งชิงหลันยกยิ้ม “ท่านย่า การอยู่ไฟนั้นเป็นเรื่องของคนมีเงิน พวกเราคนจน หากทำเช่นนั้นคงไม่มีกินกันพอดี ยังมีเรื่องให้ต้องทำอีกมาก ท่านลุงเห็นเราน่าสงสารจึงให้เรายืมเงินมาสองสามตำลึง ข้าจึงนำไปเช่าร้านเล็ก ๆ ที่หน้าประตูเมืองเพื่อเตรียมเปิดร้านอาหารเช้าเจ้าค่ะ”
เรื่องนี้ไม่อาจปกปิดได้ ซ่งชิงหลันคิดว่าเป็นการดีกว่าที่จะอธิบายให้ท่านย่าเข้าใจตั้งแต่เนิ่น ๆ
ท่านย่าซ่งพลันถอนหายใจ “ลุงของเจ้าเป็นคนดีจริง ๆ หลันหลัน เจ้าต้องตอบแทนเขาให้ดีในอนาคต”
“ข้าทราบดีเจ้าค่ะท่านย่า ข้าซื้อยามาให้ท่านย่าด้วย ดื่มยานี้ท่านย่าจะได้จะหายเป็นปกติ”
ดวงตาของท่านย่าพลันเปลี่ยนเป็นสีแดง “แค่ก… แค่ก.. จะเสียเงินไปเพราะเหตุใด ย่ารู้ดีว่าตัวเองดีว่าอยู่ได้อีกไม่กี่วัน”
ความปรารถนาสูงสุดของนางตอนนี้คือไม่เป็นภาระให้หลาน ๆ แต่นางเองก็ไม่ได้สบายใจนัก หากนางตายไปแล้วหลาน ๆ จะทำเช่นไร!
“ท่านย่า อย่าได้คิดเช่นนั้นเลยเจ้าค่ะ หมอบอกว่าอาการของท่านย่าเป็นเพราะทำงานหนักเกินไป กินยาบำรุงร่างกายและพักผ่อนให้มาก ไม่นานก็จะกลับมาเหมือนเดิมเจ้าค่ะ”
“จริงหรือ?”
ท่านย่าไม่เชื่อ
“จริงสิเจ้าคะ ข้าจะโกหกไปเพราะเหตุใดเล่า ถ้าข้าเปิดร้านขายอาหารเช้า เฉินเฉินและเยว่เยว่คงต้องฝากให้ท่านย่าช่วยดูแลแล้ว”
เป็นความจริงที่นางพูด น้องชายล้วนยังเด็กและไม่สามารถเลี้ยงดูลูกของนางได้
หากท่านย่ามีสุขภาพที่ดีขึ้น ท่านย่าจึงเหมาะสมที่สุดในการดูแลลูก ๆ ของนาง