ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 81 ชิงหนานกลับมาแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 81 ชิงหนานกลับมาแล้ว
บทที่ 81 ชิงหนานกลับมาแล้ว
ซ่งชิงหลันง่วนอยู่กับการออกแบบลวดลายผ้าในร้านเสื้อ โดยมีช่างปักประจำร้านนั่งทำงานของตนเองอยู่ข้าง ๆ
หลี่ซิ่วซิ่วเสียสมาธิจากเสียงวิจารณ์ที่ดังจอแจอยู่หน้าร้าน
นางจึงเงยหน้าขึ้นมองซ่งชิงหลัน และพบว่าเจ้าของร้านสาวยังคงนั่งนิ่งทำงานได้อย่างปกติ สาวน้อยจึงเหลือบตามองลวดลายที่อีกฝ่ายกำลังวาดก็นึกชื่นชมในใจ
ในท้ายที่สุดก็อดถามขึ้นมาไม่ได้ “พี่ชิงหลัน ท่านเป็นคนใจเย็นมากจริง ๆ ไม่รู้สึกว่าต้องทำอันใดสักอย่างเลยหรือเจ้าคะ เราก็ติดประกาศมาเป็นวันแล้ว หากแต่ยังไม่มีผู้ใดเข้ามาสมัครเลยนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเงยหน้าขึ้นจากงาน หันมาทางสาวน้อยแล้วเอ่ยตอบ “อย่างไรก็ต้องมีคนสนใจเงินค่าจ้างอยู่แล้ว ที่ยังไม่มีผู้ใดกล้าเข้ามาเพราะพวกเขาไม่มั่นใจ เรายังไม่มีคนประเดิมคนแรกเท่านั้นเอง”
หลี่ซิ่วซิ่วกะพริบตาปริบ ๆ “คนประเดิมคนแรกหรือเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “อย่าห่วงไปเลย ต้องมีคนมาสมัครแน่”
เมื่อพูดจบ เจ้าของร้านสาวก็ยืนขึ้น เอาเสื้อผ้าที่หลี่ซิ่วซิ่วเพิ่งทำเสร็จสวมลงไปในหุ่นไม้ที่หลี่เหวินไฉทำมาให้
ผลงานที่เสร็จสมบูรณ์ชิ้นแรกพลันปรากฏขึ้นต่อหน้านาง หญิงสาวมองมันอยู่สักพักแล้วพยักหน้ากับตัวเองด้วยความพึงพอใจ
หลี่ซิ่วซิ่วเดินเข้ามาดูแล้วถึงกับอุทานขึ้น “ไอ๊หยา นี่มันสวยมากเลยเจ้าค่ะ พี่ชิงหลันผลงานของท่านสวยมากจริง ๆ”
คนอายุมากกว่ายิ้มอย่างยินดีกับคำชม “ต้องชมฝีมือตัดเย็บของเจ้าด้วยที่สร้างงานที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้ออกมา มันเป็นผลงานของเราทั้งสอง”
ในตอนนั้นเอง ก็เริ่มมีเสียงดังจากหน้าร้านดังขึ้นมา “ข้ามาสมัครเป็นช่างเจ้าค่ะ เจ้าของร้านอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”
ตามด้วยเสียงอีกเสียงดังขึ้น
“ข้าก็มาสมัครงานเช่นกัน”
“ข้าด้วย”
“ข้าด้วยเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันหันไปมองหญิงสาวร่างบางข้างกายแล้วเลิกคิ้วเอ่ยขึ้น “เห็นหรือไม่”
หลี่ซิ่วซิ่วยกนิ้วโป้งให้นาง ชื่นชมด้วยท่าทางน่าเอ็นดู “พี่หลันหลัน ท่านเก่งจริง ๆ พูดถูกทุกอย่าง เรารีบไปดูคนที่มาสมัครกันเถิดเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันส่ายหน้า “เจ้าไม่ต้องไปหรอก ทำงานของตัวเองไปเถิด ประเดี๋ยวป้าสะใภ้ทั้งสองของข้าจะดูแลเรื่องนี้เอง”
สาวน้อยพยักหน้ารับ “เจ้าค่ะ”
จากนั้นก็กลับไปนั่งที่โต๊ะเพื่อทำงานต่อ
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงกำลังอยู่ที่หน้าร้าน
เหอไห่หลิงพาเหล่าหญิงสาวที่มาสมัครงานเข้ามารอด้านในร้านแล้วเอ่ยพร้อมยิ้ม “พวกเจ้านั่งรอที่นี่ก่อนเถิด ไม่ต้องรีบร้อน”
สตรีนางหนึ่งถามขึ้น “พวกท่านจ้างช่างปักเดือนละสองตำลึงจริงหรือ ไม่ได้ล้อกันเล่นใช่หรือไม่”
เหวยหมิ่นจือตอบด้วยท่าทางจริงจัง “แล้วเราจะประกาศที่หน้าร้านได้อย่างไร หากนั่นเป็นเรื่องหลอกลวง”
เหอไห่หลิงเอ่ยต่อทันที “เอาเถิด ทุกคนรู้กันดีว่าเราต้องการช่างเพียงหกคนเท่านั้น และต้องมีฝีมือในการเย็บปักที่ชำนาญจริง ๆ เพราะอย่างนั้นทุกคนต้องผ่านการทดสอบของร้านเรา ถึงจะสามารถเป็นช่างปักได้รับเงินเดือนละสองตำลึงได้”
ผู้สมัครคนหนึ่งถามขึ้น “ทดสอบอย่างไรบอกมาได้เลย”
จากนั้นเหวยหมิ่นจือจึงหยิบเอาผ้าผืนหนึ่งมาแจกจ่ายให้ทุกคน
ส่วนเหอไห่หลิงเป็นคนอธิบาย “การทดสอบไม่ได้ยากเย็นนัก ข้าให้เวลาพวกเจ้าหนึ่งก้านธูป ปักดอกบัวมาคนละหนึ่งดอก แล้วจะตัดสินจากฝีมือของพวกเจ้า เริ่มได้เลย”
หลังจากที่ฟังจบ บรรดาผู้สมัครก็เริ่มทำงานของตัวเองทันที
เวลาหนึ่งก้านธูปผ่านไป เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเก็บผลงานของทุกคนมารวบรวมแล้วเข้ามาที่ห้องด้านหลัง เพื่อเอาให้ซ่งชิงหลันดู “หลันหลัน ลองดูงานปักพวกนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง”
“ได้เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพินิจงานของพวกนางทีละชิ้นอย่างตั้งใจ เริ่มมีรอยย่นระหว่างคิ้วมากขึ้น ในที่สุดทอดถอนหายใจออกมา หันไปมองทางหลี่ซิ่วซิ่วแล้วพูดขึ้น “ซิ่วซิ่ว เจ้าเป็นช่างเหมือนกัน มาช่วยข้าดูหน่อยสิ”
“เจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่ววางเข็มกับด้าย แล้วเดินเข้ามาดูงานปักอย่างระมัดระวัง และแสดงท่าทีลำบากใจแล้วพูดขึ้นว่า “อันนี้เป็นอย่างไรเจ้าคะ… เหมือนจะมีแค่ชิ้นนี้ที่ใช้ได้”
ว่าพลางหยิบเอางานชิ้นหนึ่งมา
ซ่งชิงหลันพยักหน้าตาม “ข้าก็คิดเช่นนั้น”
เหวยหมิ่นจือถามอย่างลำบากใจ “แล้ว… เช่นนี้เราต้องทำอย่างไรเล่า”
ซ่งชิงหลันตอบอย่างใจเย็น “ฝากท่านป้าบอกช่างปักคนนี้ว่าวันพรุ่งให้นางมาทำงานกับซิ่วซิ่ว ส่วนคนอื่นให้กลับไปได้เลยเจ้าค่ะ”
“พวกเราต้องจ่ายถึงสองตำลึงเพื่อจ้างคนมาทำงาน ฝีมือของนางก็ต้องเหมาะสมกับค่าจ้างนี้ด้วย ไม่ต้องกังวลว่าจะได้คนน้อย เพราะยังมีเวลาอยู่อีกตั้งสองสามวัน เรารอคนที่มีฝีมือจริง ๆ มาจะดีกว่า”
เหอไห่หลิงเก็บงานทั้งหมดกลับคืนไปทันทีแล้วเอ่ยอย่างยิ้ม ๆ “ได้ อย่างนั้นเราจะทำตามที่หลันหลันว่า ข้าจะไปบอกพวกนางให้เอง”
ป้าสะใภ้ทั้งสองกลับออกไปที่หน้าร้านเพื่อแจ้งผลการทดสอบแก่ผู้สมัครทั้งหมด
หลังอาหารกลางวัน ซ่งชิงหลันก็ไปที่ร้านอาหารในช่วงบ่าย
ช่วงบ่ายไม่ได้มีลูกค้ามากนัก หากแต่สองสามีภรรยาหนิวก็ยังคงขยันขันแข็ง ทำงานหลายอย่างจนดูยุ่งไปหมด
ซ่งชิงตงแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าพี่สาวมาที่นี่ “พี่สาว ท่านมาที่นี่ได้อย่างไรขอรับ ที่ร้านเสื้อผ้าไม่ยุ่งหรือขอรับ”
นางเดินเข้าไปในร้านแล้วอธิบาย “มีป้าสะใภ้สองคนกับซิ่วซิ่วช่วยกันดูอยู่ ข้าออกแบบลายผ้าได้หลายชิ้นแล้ว ตอนนี้คิดไม่ออกเลยออกมาเดินเล่นหาแรงบันดาลใจ”
ในตอนนั้นเองพี่สาวหนิวก็เอาเจียนปิ่งที่ตัวเองทำยื่นให้ซ่งชิงหลัน “น้องชิงหลัน อยากลองชิมเจียนปิ่งที่พี่สาวเป็นคนทำดูหรือไม่”
ซ่งชิงหลันรับอาหารจากนางมาชิมทันทีและเอ่ยชื่นชม “พี่สาว ฝีมือท่านดีมากเลย เทียบได้กับที่ชิงตงทำได้เลยนะเจ้าคะ”
อีกฝ่ายยิ้มเขิน “แต่คงไม่สู้เจ้าหรอก น้องชิงหลัน ข้าได้ยินน้องชิงตงบอกว่าเจียนปิ่งนี้เจ้าเป็นคนคิดสูตรขึ้นมาเอง น่าทึ่งมากเสียจริง คิดอาหารที่ไม่เคยมีผู้ใดทำมาก่อนขึ้นมาได้ แถมยังรสชาติดีมากอีกด้วย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ข้าก็ดีใจที่ทุกคนชอบมัน”
ระหว่างที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง เสียงที่คุ้นเคยของเด็กหนุ่มคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากนอกร้าน “ท่านพี่ พี่รอง”
ซ่งชิงตงรีบเงยหน้าขึ้นมองตามเสียงด้วยความดีใจ “เจ้าสาม”
คนเป็นพี่เห็นซ่งชิงหนานยืนอยู่ที่หน้าร้านก็รีบออกไปหาเขาอย่างตื่นเต้น “ชิงหนาน เจ้ากลับมาแล้วหรือ?”
“ข้าก็มาด้วยนะเจ้าคะ”
เสียงใสไพเราะของเด็กสาวดังขึ้นจากข้างหลัง ซ่งชิงหลันมองตามไปก็พบว่าเป็นอู่เชียนเชียนศิษย์พี่ที่น่ารักของน้องชาย