ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 91 ข้าสวยหรือไม่
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 91 ข้าสวยหรือไม่
บทที่ 91 ข้าสวยหรือไม่
ทันทีที่เดินเข้าไปในร้าน ดวงตาของสาวอู่เชียนเชียนก็เป็นประกายขึ้นมาโดยพลัน ภายในร้านแบ่งออกเป็นสัดส่วน มีเสื้อผ้าให้เลือกสรรทั้งสำหรับบุรุษและสตรี ทั้งเสื้อผ้าทางการและแบบลำลอง ทั้งหมดล้วนออกแบบและตัดเย็บอย่างพิถีพิถันสวยงาม
อู่เชียนเชียนอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความตื่นตาตื่นใจ “ร้านตกแต่งสวยมากเจ้าค่ะ เสื้อผ้าก็สวย พี่ต้าหย่ง ท่านคิดว่าอย่างไรเจ้าคะ”
อู่เชียนเชียนว่าพลางมองไปที่พี่ชายข้าง ๆ
ชายหนุ่มขมวดคิ้วแล้วตอบเสียงแผ่วเบา “ข้าคิดว่า… ไม่เลวเลย”
อู่เชียนเชียนเม้มริมฝีปาก “หมายความว่าอย่างไรเจ้าคะ ไม่เลว ท่านนี่อธิบายไม่เก่งเอาเสียเลย”
อู่ต้าหย่งจึงเอ่ยต่อ “สำหรับข้าแล้วเสื้อผ้าก็เป็นเพียงเสื้อผ้า ตราบใดที่ยังสวมใส่ได้ ก็ไม่ได้รู้สึกว่ามันแตกต่าง”
สาวน้อยได้ฟังเเเช่นนั้นก็พาลอารมณ์เสียแล้วเอ็ดขึ้นมา “ไม่ละเอียดอ่อนเอาเสียเลยนะท่านเนี่ย”
เหอไห่หลิงมองทั้งสองที่เริ่มเถียงกันจึงรีบเดินเข้ามาหาทั้งคู่ “คุณหนูเชียนเชียน หลันหลันอยู่ข้างใน ท่านอยากเข้าไปหรือไม่เจ้าคะ”
“ได้หรือเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที “ไปสิ ต้องไปอยู่แล้ว พี่ต้าหย่ง ไปด้วยกันหรือไม่”
อู่ต้าหย่งเกรงใจขึ้นมา “มัน…จะไม่เป็นการรบกวนหรือ?”
เหวยหมิ่นจือยิ้มและตอบออกไป “ไม่ต้องเกรงใจเจ้าค่ะ เราคนกันเอง เข้าไปเถิด ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อดูร้านเอง”
ว่าดังนั้นเหอไห่หลิงจึงรับหน้าที่พาแขกทั้งสองเข้าไปด้านใน
“หลันหลัน ดูสิว่าข้าพาผู้ใดมา”
ซ่งชิงหลันกำลังควบคุมการทำงานของช่างเย็บปักก็เงยหน้าขึ้น เมื่อพบว่าเป็นอู่ต้าหย่งและอู่เชียนเชียน นางก็ยกยิ้มขึ้น “มาถึงแล้วหรือเจ้าคะ ต้องขออภัยที่ข้าไม่ได้ออกไปต้อนรับ”
วันนี้นางอยู่ในชุดที่ตัวเองออกแบบ เป็นเสื้อคลุมบุนวมสีฟ้าอ่อน ปกและปลายแขนเสื้อประดับด้วยขนกระต่ายสีขาว ดูอ่อนโยนและมีเสน่ห์งดงามยิ่ง
อู่ต้าหย่งมองไปที่หญิงสาวอย่างตะลึงงันจนลืมรับคำทักทายของนาง
ส่วนอู่เชียนเชียนเดินเข้าไปหาพี่สาวด้วยความอิจฉา จับมือของซ่งชิงหลันทั้งสองข้าง
พร้อมกับอุทานขึ้นมา “สวรรค์ พี่ชิงหลัน เสื้อผ้าที่ท่านออกแบบสวยงามยิ่งนัก ยิ่งอยู่บนตัวท่านก็ยิ่งดูงามเข้าไปอีกเจ้าค่ะ”
“เด็กคนนี้ ปากหวานเสียจริง มิน่าเล่า ท่านย่าข้าถึงชอบเจ้านัก”
อู่เชียนเชียนเชิดหน้าขึ้นอย่างภูมิใจ “ข้าน่ารักถึงเพียงนี้ นี่แหละพรสวรรค์ของข้า”
“อย่างไรกัน ดูพูดเข้า” ซ่งชิงหลันยิ้มขำด้วยความเอ็นดู และเริ่มพูดถึงสิ่งที่เตรียมเอาไว้ “เอาเถิด เชียนเชียน ข้ามีชุดที่ออกแบบเพื่อเจ้าโดยเฉพาะ จะเอาให้ดูว่าเจ้าชอบหรือไม่”
สาวน้อยแทบอดใจรอไม่ไหวแล้วกล่าวอย่างตื่นเต้น “อยู่ที่ใดเจ้าคะ เอามาให้ข้าดูทีเถิด”
ซ่งชิงหลันหยิบเสื้อคลุมตัวยาวสีชมพูอ่อนมาจากตู้ด้านหลังให้เจ้าของได้ชม มันเป็นชุดที่ดูน่ารักอ่อนหวานปักลวดลายดอกเหมย งดงามและดูมีชีวิตชีวาราวกับประดับประดาด้วยดอกไม้จริง
สาวน้อยที่ได้เห็นชุดก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ “ว้าว… นี่มัน… สวยเหลือเกิน พี่ชิงหลัน ข้าชอบมากเลยเจ้าค่ะ เห็นแล้วอยากใส่เสียตอนนี้เลย”
“หากเป็นเช่นนั้น เจ้าก็ไปลองได้เลย” พูดจบซ่งชิงหลันก็ดันตัวนางไปที่ห้องลองเสื้อผ้าที่อยู่ด้านหลัง
ระหว่างที่อู่เชียนเชียนเข้าไปลองชุดใหม่ ซ่งชิงหลันก็หันไปคุยกับอู่ต้าหย่ง “ท่านพี่อู่ เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ มีเสื้อผ้าแบบที่ท่านชอบหรือไม่”
อู่ต้าหย่งยิ้มตอบ “ปกติแล้วข้าสวมแต่เครื่องแบบทหาร ส่วนชุดลำลองก็ใส่อยู่สองสามชุดในวันหยุดก็เพียงพอแล้ว”
“แค่สองสามชุดจะไปพออย่างไรกันเจ้าคะ” อู่เชียนเชียนว่าพลางเปิดประตูออกมา
สาวน้อยเหลือบมองไปยังชายหนุ่มที่ตนแอบชอบด้วยความเขินอาย แล้วหันไปสบตาพี่สาวเจ้าของร้านก่อนเริ่มถามขึ้น “เป็นอย่างไรเจ้าคะ ข้าสวยหรือไม่”
อู่เชียนเชียนเป็นสาวน้อยที่หน้าตางดงามอ่อนหวานเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เมื่อสวมเสื้อผ้าที่ดูอ่อนช้อยเช่นนี้ก็ยิ่งเสริมให้นางดูนุ่มละมุนไปทุกส่วน
อู่ต้าหย่งมองครั้งแรกก็ตกตะลึงไปครู่หนึ่ง หลังจากนั้นจึงได้เรียกสติกลับมาอีกครั้งและตอบเพียงสั้น ๆ “เจ้าดูดีนะ”
แม้จะกล่าวเพียงเท่านั้น แต่เด็กสาวก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้รับคำจากเขา นางหันไปถามซ้ำอีกครั้ง “จริงหรือเจ้าคะ พี่ต้าหย่ง ข้าสวยใช่หรือไม่”
อู่ต้าหย่งยิ้มที่มุมปากและพูดอย่างเขินอาย “ข้าชมเสื้อผ้านี่ต่างหากเล่า ดูดีมาก”
อู่เชียนเชียนจ้องกลับอย่างหงุดหงิดใจ “ข้าถามว่าข้าสวยหรือไม่ แต่ท่านกลับเอาแต่มองเสื้อผ้าหรือ แล้วท่านคิดว่าข้าสวมมันแล้วเป็นอย่างไรเจ้าคะ”
“อ้อ…” ชายหนุ่มขมวดคิ้วอย่างลำบากใจ “ก็ใช้ได้ ค่อนข้างดี”
นั่นทำให้สาวน้อยเม้มปากอย่างไม่พอใจ “ดูดี ดีเลย ค่อนข้างดี ท่านไม่มีคำอื่นนอกจากดีแล้วหรือเจ้าคะ พี่ต้าหย่ง”
น่าโมโหจริง ๆ นี่นางตกหลุมรักผู้ชายไร้ความละเอียดอ่อนแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน
ซ่งชิงหลันก้าวเข้าไปใกล้ ๆ สาวน้อย แล้วเริ่มกระซิบที่ข้างหูนาง “เจ้าเห็นสายตาที่เขามองเจ้าหรือไม่ ไม่เข้าใจหรือว่ามันหมายถึงอันใด”
“อุ๊บ! คิกคิก” อู่เชียนเชียนหน้าแดงขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้ จากนั้นก็หัวเราะอย่างพึงพอใจ ใบหน้าอ่อนเยาว์แสดงความซุกซนออกมา
จากนั้นสองสาวหัวเราะขึ้นมาพร้อมกัน
ซ่งชิงหลันมองอู่เชียนเชียนในชุดที่นางทำ แล้วพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “อื้ม เหมือนที่ข้าคิดไว้ไม่มีผิด เป็นชุดที่เข้ากับเจ้ามาก”
ผู้ที่สวมใส่ก็พยักหน้าด้วยเช่นกัน “ใช่เลยพี่สาว ข้าไม่เคยสวมชุดที่รู้สึกว่าเหมาะกับตัวเองเพียงนี้มาก่อน ท่านดูเหมือนจะรู้ใจข้าดีเหลือเกิน ชุดนี้ราคาเท่าใดกันเจ้าคะ ข้าจะซื้อมันเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันรีบห้ามนางเอาไว้ “ไม่ต้อง ข้าตัดชุดนี้ให้เจ้าเป็นของขวัญ”
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว “ไม่ได้ ข้าเกรงใจนะพี่ชิงหลัน”
“ไม่มีอันใดต้องเกรงใจ เห็นว่าเจ้าใส่แล้วสวยมากข้าก็พอใจแล้ว”
สาวน้อยเม้มริมฝีปากครุ่นคิดแล้วพูดต่อ “ถ้าอย่างนั้น ชุดนี้ข้าจะรับไว้เป็นของขวัญ แล้วจะไปเลือกดูเสื้อผ้าอีกสองสามชุดในร้านเพื่อซื้อกลับไป”
ว่าจบนางก็คว้าแขนอู่ต้าหย่งแล้วเอ่ยกับเขา “พี่ต้าหย่ง ไปเถิด ไปเลือกเสื้อผ้ากับข้าข้างนอกกัน”
อู่ต้าหย่งดึงแขนออกจากมือเล็กแล้วตอบเสียงเบา “เจ้าไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะ จะมาสนิทสนมกับข้าเกินไปไม่ได้ ไม่เข้าใจระยะห่างระหว่างบุรุษสตรีอย่างนั้นหรือ”
ระหว่างเอ็ดสาวน้อย เขาก็ลอบสังเกตไปทางแม่นางซ่ง เพราะกลัวว่านางจะเข้าใจผิดถึงความสัมพันธ์ระหว่างตนเองกับลูกสาวของศิษย์พี่คนนี้
แต่กลับพบเพียงรอยยิ้มบนใบหน้าของนาง และนางดูไม่ได้รู้สึกอันใดแม้แต่น้อย ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างห้ามไม่ได้
อู่เชียนเชียนไม่เคยสนใจอยู่แล้วว่าเขาจะว่าอย่างไร เพราะความอยากใกล้ชิด จึงเอื้อมมือมาจับแขนชายหนุ่มอีกครั้งแล้วพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ “ไปเถิด ท่านจะจริงจังไปเพราะเหตุใด”
หลังจากที่ทั้งคู่ออกไปแล้ว หลี่ซิ่วซิ่วก็ลุกขึ้นไปยืนข้าง ๆ ซ่งชิงหลัน ถามเสียงแผ่วพร้อมรอยยิ้ม “คุณหนูเชียนเชียนผู้นี้ต่างจากคุณหนูชั้นสูงคนอื่น ๆ นะเจ้าคะ นางดูไม่ถือเนื้อถือตัวเลย”
ซ่งชิงหลันหัวเราะเช่นกัน “ใช่หรือไม่ หาได้ยากจริง ๆ”
หลี่ซิ่วซิ่วถามเสียงเบาลงอีก “ดูเหมือนนางจะชอบนายท่านอู่นะเจ้าคะ”
“ซิ่วซิ่ว เจ้าสนใจเรื่องชาวบ้านตั้งแต่เมื่อใดกัน”
สาวน้อยช่างปักยิ้มอย่างเขินอาย “ข้าเพียงแค่ถามดูเจ้าค่ะ”
อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็พลันเกิดความคิดบางอย่างขึ้นมาในหัวจึงเอ่ยออกไป “ซิ่วซิ่ว ข้าถามเจ้าหน่อยได้หรือไม่”