ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 93 ค้าขายรุ่งเรือง
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 93 ค้าขายรุ่งเรือง
บทที่ 93 ค้าขายรุ่งเรือง
หลี่ซิ่วซิ่วที่ฟังอยู่ข้าง ๆ เมื่อครู่ก็เดินเข้ามาใกล้ซ่งชิงหลันและถามขึ้น “พี่ชิงหลัน ท่านช่างเป็นคนมีวิสัยทัศน์กว้างไกลและยังกล้าได้กล้าเสียต่างจากคนอื่นเสียจริง”
เมื่อมองสีหน้าชื่นชมของหลี่ซิ่วซิ่ว เจ้านายอย่างซ่งชิงหลันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “เจ้ารู้ได้อย่างไร เคยเห็นคนอื่นมาก่อนอย่างนั้นหรือ?”
สาวน้อยยกยิ้มแล้วพูดต่อ “ตอนที่ข้าทำงานที่หมิงซิ่วฟาง เจ้าของร้านมักจะบ่นกับเราเสมอว่า พวกขุนนางและคนรวย ๆ พวกนั้นทั้งเรื่องมาก เจ้าอารมณ์ และยังเอาใจยากอีกด้วย นางจึงไม่อยากจะขายของให้พวกเขา”
“นางจึงเลือกทำเสื้อผ้าที่ไม่หรูหรามาก ให้มีคนมาซื้อเยอะ ๆ มากกว่า แต่ข้าก็คิดว่านางต้องขายเสื้อผ้าเช่นนั้นเป็นสิบชุด จึงจะได้เงินพอ ๆ กับชุดของเราชุดเดียว”
ซ่งชิงหลันเลิกคิ้วอย่างสนใจ “ไม่คิดเลยว่าช่างเย็บปักอย่างเจ้าก็มีหัวการค้าไม่น้อย”
“ท่านพูดเกินไปแล้วเจ้าค่ะ” หลี่ซิ่วซิ่ว ลูบผมตนเองไปมาอย่างเขินอาย “แต่พี่ชิงหลัน ข้ายังมีเรื่องที่สงสัยอยู่อีกนิดหน่อย ท่านรู้ได้อย่างไรว่าเราจะมีลูกค้าเข้ามาแน่ ๆ”
เจ้าของร้านสาวยิ้มอย่างมีเลศนัย “เพราะเสื้อผ้าที่ข้าออกแบบให้เชียนเชียนไปน่ะสิ ข้ารู้มาว่าบรรดาคุณหนูที่ร่ำรวยมักจะไปรวมตัวกันเพื่อจิบชา และพูดคุยกันในยามว่าง วงสนทนาของคนชั้นสูงเหล่านี้ไม่ต่างอันใดจากช่วงเวลาของการอวดเสื้อผ้าข้าวของใหม่ ๆ กันของคนมีฐานะหรอก”
หลี่ซิ่วซิ่วพลันเข้าใจขึ้นมาในทันที “เพราะอย่างนั้น ท่านเลยเชื่อว่าจะมีคนถามคุณหนูเชียนเชียนแน่นอนว่านางสวมเสื้อผ้าจากที่ใด ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้ารับ “ถูกต้อง นี่เป็นการทำให้ร้านของเราเป็นที่รู้จักแบบไม่ต้องลงทุนอีกด้วย”
เมื่อพูดถึงตรงนี้ เจ้าของร้านสาวก็มองทั้งหลี่ซิ่วซิ่วและช่างเย็บปักทุกคน “เอาล่ะทุกคน ไม่แน่ว่าหลังจากนี้ไปพวกเราจะยุ่งกันมาก และอาจจะต้องเหนื่อยกันสักหน่อย อย่างไรก็ต้องฝากพวกเจ้าทุกคนด้วยนะ”
หลี่ซิ่วซิ่วยิ้มแล้วรีบตอบ “พวกเราไม่กลัวเหนื่อยอยู่แล้วเจ้าค่ะ ยิ่งงานยุ่งก็แสดงว่าจะยิ่งก้าวหน้า”
แน่นอนว่าเจ้าของเสียงที่แสนสดใสนั้นคืออู่เชียนเชียน
นางมาพร้อมกับเพื่อน ๆ ที่เป็นคุณหนูอีกสองสามคน “เข้ามาสิ นี่แหละร้านเสื้อผ้าที่ข้าเล่าให้พวกเจ้าฟัง เสื้อผ้าที่นี่สวยถูกใจข้ามากจริง ๆ”
คุณหนูคนหนึ่งยืนมองหน้าประตูแล้วก็เงยหน้าขึ้นมองแผ่นป้ายชื่อร้าน “ร้านเสื้อชิงเยว่ เป็นชื่อที่ดีทีเดียว”
กล่าวจบก็เดินเข้ามาในร้านพร้อมกับสาว ๆ อีกหลายคน
แม้ว่าพวกนางจะเป็นคุณหนูร่ำรวย เห็นของสวย ๆ งาม ๆ มาไม่น้อยก็ยังรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับการตกแต่งที่มีเอกลักษณ์ในร้านขึ้นมา
“เชียนเชียน ที่นี่ตกแต่งสวยมากจริง ๆ”
“ดูแตกต่างจากร้านอื่นอย่างที่เจ้าว่าอีกด้วย”
“เป็นครั้งแรกเลยที่ข้าได้เห็นร้านเช่นนี้ เป็นร้านที่พิเศษยิ่ง เสื้อผ้าเหล่านี้ยังสะดุดตาอีกต่างหาก”
อู่เชียนเชียนฟังคำชมจากพวกนางก็ภูมิใจราวกับได้รับคำชมเสียเอง จึงรีบพูดว่า “ไปดูเสื้อผ้าของร้านก่อนเถิด เจ้าจะแปลกใจยิ่งกว่านี้อีก”
เหอไห่หลิงเข้ามาทักทายอย่างเป็นมิตรและเอ่ยแนะนำขึ้น “คุณหนูทุกท่าน ร้านเรายินดีแนะนำเสื้อผ้าที่ถูกใจให้เองเจ้าค่ะ”
อู่เชียนเชียนยิ้ม “ป้าหลิง นี่คือพี่น้องคนสนิทของข้าเอง ข้าพาพวกนางมาเลือกดูเสื้อผ้า พวกเราคนกันเองทั้งนั้น เพราะอย่างนั้นไม่ต้องรบกวนท่าน ประเดี๋ยวข้าจะแนะนำพวกนางเอง”
ว่าจบก็ขยิบตาให้เหอไห่หลิงอย่างซุกซน
เหอไห่หลิงเข้าใจในทันที และเอ่ยปากพูดกับสาวน้อยเสียงเบา “ขอบคุณมากเจ้าค่ะ คุณหนูเชียนเชียน”
นางยิ้มกว้าง จากนั้นก็พาพี่สาวน้องสาวทั้งหมดไปดูเสื้อผ้าด้วยกัน และเริ่มเข้าสู่ช่วงขายของ
อู่เชียนเชียน “ว้าวเสียวหย่า ชุดนี้ดูดีมากจริง ๆ ส่วนชุดนี้ก็เหมาะกับเจ้าด้วยนะ อยากลองดูหรือไม่”
อู่เชียนเชียน “สวยจัง ดูดีมาก เมิ่งหรูเจ้าใส่ชุดนี้แล้วดูเหมือนนางฟ้าเลย”
…
หลังจากช่วงขายของโดยอู่เชียนเชียนจบลง เหล่าสตรีชั้นสูงก็พากันเลือกซื้อเสื้อผ้าหลายชิ้นจนแทบจะหมดร้าน
เมื่อถึงเวลาจ่ายเงิน พวกนางก็ยังมีคำชมมากมายไม่หยุด
“เสื้อผ้าที่นี่ดีมากจริง ๆ เชียนเชียน เจ้านี่รู้ใจพวกเราเสียจริง แนะนำได้ถูกที่”
“ใช่เจ้าค่ะ เสื้อผ้าที่นี่ต่างจากที่ข้าเคยเห็นหรือเคยใส่มา ดูโดดเด่นแตกต่างจากที่อื่นมาก เวลาสวมใส่ก็ไม่ต้องกลัวจะไปซ้ำกับผู้ใด”
“นั่นแหละสำคัญมาก เจ้ารู้หรือไม่ ข้าเคยซื้อชุดจากร้านเสื้อผ้าทั่วไปมาก่อน ไม่คิดว่าพอสวมไปงานเลี้ยงของตระกูลหวังที่ทางเหนือ ดันไปซ้ำกับชุดของสะใภ้ตระกูลหวง แทบลืมไม่ลงเลยว่ามันน่าอายเพียงใด”
“น่าอายจริง ๆ ด้วย”
“ถูกต้อง เช่นนั้นข้าจึงไม่เข้าร้านเสื้อผ้าพวกนั้นอีกต่อไปอย่างไรเล่า”
“ใช่ จากนี้เราก็มาที่ร้านชิงเยว่แห่งนี้กันบ่อย ๆ เถิด ทั้งงานปักและการตัดเย็บล้วนประณีตสวยงาม ข้าชอบมันมาก”
….
หลังจากได้ยินความคิดเห็นของพวกนาง ทั้งเหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงก็รู้สึกยินดีอยู่ในใจ
เหวยหมิ่นจือยิ้มและเอ่ยขึ้น “คุณหนู พวกท่านโปรดวางใจได้เลยเจ้าค่ะ ช่างที่นี่ล้วนเป็นช่างฝีมือชั้นยอด และเสื้อผ้าที่นี่จะมีคุณภาพสูงอย่างแน่นอน”
ตามด้วยเหอไห่หลิงที่หยิบสมุดบันทึกขึ้นมาพลางกล่าวกับทุกคน “คุณหนูทุกท่านโปรดลงชื่อในสมุดเล่มนี้ด้วยนะเจ้าคะ”
หลิวเมิ่งหรูมองไปที่คำว่า ‘สมาชิก’ ที่เขียนอยู่ก็ขมวดคิ้วอย่างสงสัยและถามขึ้น “นี่คืออันใดหรือ?”
เหอไห่หลิงรีบอธิบายอย่างรวดเร็วพร้อมรอยยิ้ม “ที่ร้านชิงเยว่ของเรามีระบบที่เรียกว่าสมาชิกเจ้าค่ะ เมื่อท่านซื้อเสื้อผ้าจากร้านเราครบสิบชิ้นในครั้งเดียว ท่านจะเข้าเป็นสมาชิกระดับแรกของร้านได้ ยิ่งท่านซื้อมากขึ้น ในอนาคตก็จะยิ่งเป็นสมาชิกระดับสูงขึ้น”
หญิงสาวได้ยินแบบนั้นจึงถามต่อ “ระดับสูงขึ้นแล้วดีอย่างไร”
“ยิ่งระดับสูงขึ้น ท่านก็จะเพลิดเพลินกับบริการที่มากขึ้นจากร้านเราเจ้าค่ะ อย่างเช่น ท่านสามารถเลือกเสื้อผ้าชุดใหม่ ๆ จากร้านเราได้ก่อนผู้ใด โดยที่พวกเราจะส่งชุดไปให้ถึงคฤหาสน์ ยิ่งไปกว่านั้น เรายังสามารถช่วยหาเสื้อผ้าตามความต้องการของท่านได้อีกด้วย ท่านสามารถปรับเปลี่ยนแบบได้เองตามความพอใจได้เลย”
ทันทีที่ได้ยินคำอธิบายเหล่านั้น สตรีผู้ร่ำรวยทั้งหมดก็สนอกสนใจขึ้นมาทันที
“นี่มันน่าสนใจมาก”
“เช่นนี้ข้าก็จะสามารถทำเสื้อผ้าที่เป็นของข้าเพียงผู้เดียวขึ้นมาได้ ไม่ต้องกลัวว่าจะซ้ำกับผู้ใด ไม่เลวเลย”
“รีบเอาสมุดบันทึกมา ข้าจะลงชื่อเอาไว้”
“อีกอย่าง หากที่ร้านมีเสื้อผ้าแบบใหม่ ๆ ออกมาเมื่อไร อย่าลืมส่งคนไปบอกข้าที่คฤหาสน์ด้วย”
“ข้าด้วย”
เหอไห่หลิงตอบรับอย่างนุ่มนวล “เจ้าค่ะ พวกท่านโปรดวางใจ”
ในที่สุดผู้ดูแลร้านทั้งสองก็ช่วยกันส่งลูกค้าผู้ร่ำรวยทั้งหมดกลับไปอย่างมีความสุข
“หวังว่าพวกเราจะได้รับใช้คุณหนูอีกในอนาคตนะเจ้าคะ”
อู่เชียนเชียนเป็นคนสุดท้ายที่ออกจากร้าน และหันมาพูดกับท่านป้าทั้งสอง “ช่วยบอกพี่ชิงหลันด้วยนะเจ้าคะ ว่าประเดี๋ยวข้าจะไปกินมื้อเย็นกับนางที่บ้าน”