ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 95 นี่มันมากเกินไป
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 95 นี่มันมากเกินไป
บทที่ 95 นี่มันมากเกินไป
ซ่งชิงหลันรีบดึงสาวน้อยมาที่โต๊ะอาหารแล้วพูดอย่างยิ้ม ๆ “ท่านเป็นผู้พระคุณกับร้านเสื้อชิงเยว่ของเรา ข้าย่อมต้องตอบแทนคุณหนูด้วยอาหารจานหรูอยู่แล้วเจ้าค่ะ เพื่อแสดงความขอบคุณ”
“โอ๊ย พี่ชิงหลัน ข้าอายหมดแล้วเจ้าค่ะ อย่าพูดเช่นนั้นสิ”
อู่เชียนเชียนนั่งลง “ความจริงข้าก็ไม่ได้ช่วยอันใดมาก เพียงแค่เพื่อนของข้าถามว่าซื้อเสื้อผ้าจากที่ใด ข้าจึงพาพวกนางไปที่ร้าน เสื้อผ้าของพี่ชิงหลันต่างหากที่สวยงามถูกใจทุกคน ต่อไปคนทั้งเมืองก็คงอยากจะสวมเสื้อผ้าที่ท่านเป็นคนทำ มีหวังงานยุ่งไม่ได้หยุดมือแน่เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันตอบอย่างถูกอกถูกใจ “พูดได้ดี”
แม่เฒ่าซ่งคีบน่องเป็ดลงไปในชามของเชียนเชียน แล้วพูดพร้อมยิ้ม “เอาเถิด พวกเจ้ามัวแต่คุยกัน กินข้าวสักที อาหารจะเย็นเสียก่อน”
สาวน้อยเห็นน่องเป็ดขนาดใหญ่ในชามตัวเองก็เอ่ยทันที “ท่านย่า ท่านกินน่องเป็ดนี้สิเจ้าคะ”
ว่าจบก็คีบเอาน่องเป็ดนั้นขึ้นมาเพื่อที่จะคืนให้หญิงชรา
“ไม่เป็นอันใด เจ้ากินเถิด เรายังมีอีกน่อง” ซ่งชิงหลันห้ามนางไว้ แล้วเอาน่องเป็ดให้ท่านย่า
อู่เชียนเชียนยิ้มกริ่ม “ถ้าอย่างนั้น ข้าไม่เกรงใจแล้วนะเจ้าคะ”
ท่านย่าเองก็มีรอยยิ้มไม่ต่างกัน “เอาเลย ตามสบายเจ้าเถิด เราครอบครัวเดียวกันทั้งนั้น”
ทุกอย่างเป็นไปตามที่คาดไว้ กิจการของร้านเสื้อชิงเยว่ดีวันดีคืน มีลูกค้าเข้ามาไม่ขาดสาย
บรรดาสตรีชั้นสูงผู้มั่งคั่งต่างแวะเวียนเข้ามาที่ร้าน หลังจากได้ยินคำเล่าลือถึงเสื้อผ้าที่สวยงามของที่นี่
พวกนางล้วนไม่ขาดแคลนเงินทอง เมื่อรู้เรื่องระบบสมาชิกของร้านชิงเยว่ก็พากันซื้อสินค้ากันคราวละหลายชิ้น ทำให้หลี่ซิ่วซิ่วและบรรดาช่างเย็บปักทำงานกันจนมือเป็นระวิง
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงที่มีหน้าที่ดูแลร้านเองก็วุ่นทั้งวันจนเวียนหัวไม่ต่างกัน
ในช่วงเย็นของวันนี้ เมื่อเห็นว่างานทุกอย่างเสร็จสิ้นดีแล้ว ซ่งชิงหลันก็เอ่ยขึ้น “ขอบคุณทุกคนที่ร่วมลงแรงด้วยกันมา วันนี้ทุกคนจะได้เงินตอบแทนความเหนื่อยกันแล้ว”
ตอนนั้นเองที่หลี่ซิ่วซิ่วเพิ่งจะรู้ตัว “ข้าลืมไปเลย เหตุใดหนึ่งเดือนถึงผ่านไปเร็วเช่นนี้”
นางเคยทำงานที่ร้านหมิงซิ่วฟาง และรู้สึกว่าแต่ละวันช่างยาวนานเหมือนผ่านไปเป็นปี ต้องรอค่าจ้างอย่างใจจดใจจ่อ ไม่คาดคิดว่าพอมาทำงานที่นี่ ทุกอย่างกลับผ่านไปอย่างรวดเร็วไม่ทันได้ตั้งตัว
ซ่งชิงหลันเอ่ยหยอกล้ออย่างติดตลก “ก็เจ้ามัวแต่ทำงานจนลืมวันลืมคืนไปหมดแล้ว เจ้าเหนื่อยมากเพื่อร้านของเรา”
เถ้าแก่เนี้ยสาวมอบเงินสองตำลึงให้ช่างเย็บปักทุกคนตามที่ตกลงกันไว้แล้วพูดต่อ “วันนี้พวกเจ้ากลับไปพักกันก่อนเถิด แล้ววันพรุ่งก็พักสักครึ่งวันแล้วค่อยมาทำงานกันนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น บรรดาช่างเย็บปักต่างก็ดีใจแล้วพูดขึ้นอย่างพร้อมเพรียง “เยี่ยมจริง ๆ ขอบคุณท่านเถ้าแก่เนี้ยเจ้าค่ะ”
เมื่อเหล่าช่างเย็บปักกลับกันไปหมดแล้ว ซ่งชิงหลันก็เรียกป้าสะใภ้ทั้งสองต่อ “ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านป้าสะใภ้รอง มากับข้าทีเจ้าค่ะ”
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงตามหลานสาวที่เป็นเจ้าของร้านเข้าไปด้านหลังด้วยกัน นางเอาสมุดบัญชีขึ้นมาดูค่าใช้จ่ายและยอดขายต่าง ๆ แล้วพูดขึ้น “เดือนนี้หลังหักต้นทุน ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว เราได้กำไรสามร้อยตำลึง นี่คือเงินปันผลของพวกท่านเจ้าค่ะ”
“เงินปันผลหรือ?” ผู้ใหญ่ทั้งสองมองมาที่ซ่งชิงหลันเป็นตาเดียวอย่างประหลาดใจ
เถ้าแก่เนี้ยสาวพยักหน้ารับแล้วเอ่ยต่อ “ใช่เจ้าค่ะ นี่คือร้านของเรา ท่านทั้งคู่ทำงานอย่างหนักเพื่อให้ได้เงินพวกนี้มา ย่อมต้องได้รับส่วนแบ่งเช่นกัน”
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเปิดถุงเงินนั่นดูก็ต้องประหลาดใจที่ได้เห็นเงินกว่าสามสิบตำลึงในนั้น
ป้าสะใภ้รองกล่าวขึ้น “หลันหลัน… นี่มันมากเกินไปหรือไม่”
สามสิบตำลึง พวกนางไม่รู้เลยว่าหากทำงานอย่างหนักหนึ่งปีจะหาเงินจำนวนเท่านี้ได้หรือไม่
ซ่งชิงหลันจับมือป้าทั้งสองแล้วพูดขึ้น “จากนี้ไป พวกท่านจะได้รับเงินปันผลจากกำไรของร้านคนละหนึ่งส่วนจากสิบส่วน เราครอบครัวเดียวกัน พวกท่านต้องได้กินอยู่อย่างสบายเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นป้าสะใภ้ทั้งสองก็ซาบซึ้งเป็นอย่างมาก พวกนางน้ำตาเอ่อคลอแล้วพูดขึ้น “หลันหลัน ขอบคุณเจ้ามาก เจ้าเป็นคนดีมากจริง ๆ”
นางยังคงยิ้มตอบ “ไม่ต้องขอบคุณเจ้าค่ะ เรามาช่วยกันทำให้ร้านของเรารุ่งเรืองเติบโตขึ้นอีกในอนาคตกันเถิด ความจริง ข้ายังมีเรื่องที่อยากจะปรึกษาพวกท่านอยู่อีก”
ซ่งชิงหลันหยิบสมุดบันทึกที่เขียนแผนการค้าขายออกมา
“ท่านป้าสะใภ้ใหญ่ ท่านป้าสะใภ้รอง ข้าวางแผนจะปรับปรุงระบบในร้านของเราเพิ่มอีก วันพรุ่งอยากให้ท่านช่วยออกไปหาซื้อชาและของว่างที่ดีที่สุดมาเตรียมไว้สำหรับรับรองแขก แต่ข้าอยากขอร้องอีกเรื่อง ช่วยจดจำความชอบของลูกค้าแต่ละคนเอาไว้ให้ดีด้วยนะเจ้าคะ เมื่อได้พูดคุยกับพวกนาง ก็จำเรื่องความต้องการ รสนิยมด้านการแต่งกายเอาไว้ และรายงานเรื่องเหล่านี้ให้ข้ารู้เป็นรายคนไป”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้าและพูดขึ้น “นี่เป็นความคิดที่ดีมาก ช่วงบ่ายมีคุณหนูคนหนึ่งมาดูเสื้อผ้าที่ร้าน นางเริ่มหิวขึ้นมา แล้วถามป้าว่ามีของว่างบ้างหรือไม่ แต่เป็นเพราะเราไม่ได้เตรียมสิ่งใดไว้ นางจึงอยู่ไม่นานก็ออกไป”
“มีอีกเรื่องหนึ่ง ตอนนี้เสื้อผ้าที่เราขายในร้านมีราคาธรรมดาเกินไป ทำให้ลูกค้าค่อนข้างจะคงที่ ไม่มีอะไรมาดึงดูดความสนใจเพิ่มเติม ข้าจึงวางแผนจะเพิ่มประเภทเสื้อผ้า เสื้อผ้าทั่วไปของเราราคาอยู่ที่สองถึงสามตำลึง ข้าจะออกแบบเสื้อผ้าชุดพิเศษ ให้มีราคาอยู่ที่ห้าถึงหกตำลึง และทำแบบเฉพาะที่มีเพียงหนึ่งหรือสองชิ้นให้ขายได้ถึงสิบตำลึง จะได้ดึงความสนใจจากลูกค้ามากขึ้น”
เหอไห่หลิงพยักหน้าตาม และถามอย่างกังวล “เสื้อผ้าราคาแพงเช่นนั้นลูกค้าจะไม่ตกใจแย่หรือ?”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วอธิบาย “ไม่ต้องกังวลเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ เราเพียงเพิ่มตัวเลือกที่มากขึ้นให้พวกเขาเท่านั้น และตราบใดที่งานของเราออกมาดูสวยงาม พวกเขาย่อมยอมจ่ายแพงเพื่อได้เป็นเจ้าของมันอย่างแน่นอน”
ว่าจบ หญิงสาวก็ส่งสมุดบันทึกอีกเล่มให้ผู้จัดการร้านทั้งสองดู
ภายในนั้นคือเสื้อผ้าทั้งหมดที่หญิงสาวใช้เวลาที่ผ่านมาในการคิด ออกแบบ ดัดแปลง และวาดเก็บเอาไว้
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงเปิดดูไปทีละหน้า เห็นเสื้อผ้าแต่ละแบบในนั้นก็อดอุทานขึ้นมาไม่ได้ “ไอ๊หยา เสื้อผ้าพวกนี้สวยงามมากเสียจริง ข้าคิดว่าที่เราวางขายตอนนี้ก็สวยมากอยู่แล้ว แต่นี่มันยิ่งกว่านั้นอีก หลันหลัน เจ้าคิดมันขึ้นมาได้อย่างไรกัน มันน่าทึ่งมากจริง ๆ”
เหวยหมิ่นจือพยักหน้าเห็นด้วย “ใช่ หากตัดเย็บตามนี้ได้ เหล่าสตรีชั้นสูงต้องชอบมันมากและยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อแน่นอน”
หลานสาวเพียงยิ้มพอใจโดยไม่ได้พูดอะไรต่อ
นางไม่อาจบอกทั้งสองได้ว่าตนคือวิญญาณจากอนาคตที่เดินทางข้ามเวลากลับมา ดังนั้นจึงเต็มไปด้วยความคิดออกแบบที่แสนล้ำสมัย ซึ่งไม่มีให้เห็นในยุคนี้
หากตอบไปเช่นนั้น ท่านทั้งสองคงหวาดกลัว ไม่ก็คิดว่านางเสียสติไปแล้ว
จากนั้นทั้งคู่ก็ส่งสมุดบันทึกคืนแก่เถ้าแก่เนี้ยสาว
ซ่งชิงหลันเอ่ยขึ้น “ตอนนี้ก็มืดค่ำแล้ว ปิดร้านแล้วกลับบ้านกันเถิดเจ้าค่ะ”
“ดีเลย เรากลับกันเถิด”
ทั้งสามลุกขึ้นพร้อมกัน เก็บข้าวของสักพัก ก็ออกจากร้านด้วยกัน
โดยไม่ทันสังเกตเลยว่ามีใครบางคนกำลังทำท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ อยู่มุมหนึ่ง มองดูพวกนางจากไป