ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 96 คิดถึงชีวิตในคุกจนอยากกลับไปอีกอย่างนั้นหรือ?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 96 คิดถึงชีวิตในคุกจนอยากกลับไปอีกอย่างนั้นหรือ?
บทที่ 96 คิดถึงชีวิตในคุกจนอยากกลับไปอีกอย่างนั้นหรือ?
วันต่อมา ซ่งชิงหลันออกจากบ้านหลังจากป้อนนมแพะให้ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่เสร็จ
เมื่อเปิดประตูบ้านออกมาก็พบว่ามีแขกไม่ได้รับเชิญสองคนมารออยู่
เป็นเจี่ยงชุ่ยเหลียนและไป๋ชุนเฟินที่ยืนหน้าแดงก่ำจากความหนาวเย็นอยู่หน้าบ้าน เห็นได้ชัดว่าสองแม่ลูกมายืนดักรออยู่เป็นเวลานานแล้ว
ซ่งชิงหลันขมวดคิ้ว แต่ยังคงทำหน้านิ่งเฉย ตั้งใจจะแสร้งทำเป็นไม่เห็นแล้วเดินผ่านไป
นางปิดประตูบ้านอย่างปกติและกำลังจะเดินจากไป แต่เจี่ยงชุ่ยเหลียนเข้ามาขวางไว้พร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า และคำพูดประจบประแจง “หลันหลัน เจ้าตื่นแต่เช้าเลยนะ”
หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ เนื่องจากไม่อยากจะคุยกับคนพวกนี้ จึงตอบอย่างเย็นชา “หลบไป”
เจี่ยงชุ่ยเหลียนไม่ยอมหลบ และยังคงยิ้มพูดต่อไป “เจ้าจะไปที่ใดหรือ?”
ซ่งชิงหลันเริ่มหมดความอดทน “ข้าจะไปที่ใดมันเกี่ยวอันใดกับเจ้า ไปให้พ้นทางเสีย”
พูดจบหญิงสาวก็เดินหลบไปอีกทาง
แต่ไป๋ชุนเฟินก็เข้ามาขวางไว้อีกครั้ง และตะโกนใส่ซ่งชิงหลันเสียงดัง “อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะ เจ้ากำลังจะไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ใช่หรือไม่”
ว่าจบก็มองหน้านางอย่างหาเรื่องแล้วชี้หน้า
ซ่งชิงหลันยังคงนิ่งแล้วส่งสายตาเฉียบคมออกไป “พูดอันใดของเจ้า”
ไป๋ชุนเฟินรู้สึกว่าสายตานั้นสร้างความวิตกในใจของนางได้อย่างน่าประหลาด ความกลัวเริ่มก่อตัวในจิตใจ
นางจึงรีบหลบไปซ่อนอยู่ด้านหลังมารดา เมื่ออยู่ใกล้เจี่ยงชุ่ยเหลียนนางจึงเริ่มมั่นใจขึ้น
จากนั้นก็พูดต่อ “อย่ามาโกหกข้า เมื่อคืนข้าเห็นเจ้ากับป้าสะใภ้สองคนออกมาจากร้านเสื้อชิงเยว่พร้อมกัน ข้าสงสัยมาตั้งนานแล้ว คนพวกนั้นยากจนจะตาย อยู่ ๆ จะเอาเงินจากที่ใดมาทำร้านเสื้อ เจ้าต้องอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่”
ซ่งชิงหลันยังคงเย็นชา ไม่มีอาการตกใจใด ๆ
นางยกแขนขึ้นกอดอก ส่งสายตาเย็นชาให้สองแม่ลูก ยกยิ้มขึ้นมาระหว่างเอ่ย “แล้วถ้ามันเป็นร้านของข้าจริง นั่นเกี่ยวกับพวกเจ้าด้วยหรือ”
ไป๋ชุนเฟินรีบตะคอกอย่างกระวนกระวาย “ก็ถ้ามันเป็นความจริง เจ้าก็ทำเช่นนี้กับข้าไม่ได้น่ะสิ”
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันเลิกคิ้ว “ทำอันใด”
“ก็… ข้า… คือ…” ซ่งชิงหลันส่งสายตากดดัน ไป๋ชุนเฟินหวาดกลัวเกินกว่าจะเอ่ยคำพูดออกมา
เจี่ยงชุ่ยเหลียนเข้ามาปกป้องลูกสาว ยิ้มให้ซ่งชิงหลันแล้วเริ่มพูด “หลันหลัน พี่ใหญ่ของเจ้าลำบากมากตอนนี้ ในเมื่อเจ้าช่วยป้าสะใภ้สองคนนั้นได้ แล้วเหตุใดจึงไม่ช่วยนางบ้าง”
ซ่งชิงหลันเหยียดยิ้ม “ช่วย? จะให้ข้าช่วยเรื่องใดกัน”
เมื่อเจี่ยงชุ่ยเหลียนได้ยินคำถามนั้นก็รีบอธิบายออกมา “ก่อนหน้านี้ พี่ใหญ่ของเจ้าไปที่ร้านเพื่อสมัครเป็นช่างเย็บปัก แต่ข้าไม่รู้ว่าเกิดเหตุใดขึ้น ป้าสะใภ้ของเจ้าไล่นางออกมา พวกเราก็เลยมาหาเจ้า เพื่อให้เจ้าช่วยพี่ใหญ่เรื่องงานในร้าน”
ได้ยินเช่นนั้นซ่งชิงหลันก็ถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง “พวกเจ้านี่มันหน้าด้านหน้าทนเสียจริง ยังไม่รู้หรือว่าลูกสาวเจ้าฝีมือไม่ได้เรื่อง ยังกล้ามาคิดเรื่องทำงานที่ร้านชิงเยว่อีกอย่างนั้นหรือ ฝันอยู่หรืออย่างไร และข้าจะเตือนเป็นครั้งสุดท้าย อย่ามายุ่งกับข้า เราไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว”
พูดจบซ่งชิงหลับก็จ้องไปที่สองแม่ลูกอย่างไม่พอใจแล้วหันหลังเดินหนีไป
เจียนชุ่ยเหลียนอารมณ์เสียอยู่ครู่หนึ่ง เดินตามไปคว้าข้อมือบาง ยอมทิ้งศักดิ์ศรีตนเอง คุกเข่าอ้อนวอนอดีตลูกสะใภ้ “เหตุใดเจ้าถึงใจร้ายกับข้านัก พวกเรามาเพื่อขอร้องให้เจ้าช่วย เจ้าอยากได้สิ่งใดจากเราเพียงแค่บอกมา”
ไป๋ชุนเฟินได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกทนไม่ไหวตรงเข้ามา “ท่านแม่ เหตุใดต้องไปขอร้องนางด้วย อย่างกับทำเช่นนี้แล้วนางจะยอมอย่างนั้นแหละ”
“ใช่ เจ้าพูดถูก” ระหว่างที่ตอบแบบนั้นเจี่ยงชุ่ยเหลียนก็ดึงแขนเสื้อหญิงสาวเอาไว้แล้วพูดต่อ “ข้าจะไม่ขอร้องอันใดอีกต่อไปแล้ว หากเจ้าไม่ตกลงจะช่วยพี่สาวเจ้า ข้าจะไปก่อกวนที่ร้านนั่นทุกวัน แล้วจะบอกให้ชาวบ้านรู้ว่าร้านของเจ้ามันโกง เอาให้ค้าขายต่อไปไม่ได้ เลือกเอาว่าอยากให้ข้าทำเช่นนั้นหรือไม่ หึ !”
“พูดบ้าอันใดกัน!” ซ่งชิงหลันผลักเจี่ยงชุ่ยเหลียนออกไปด้วยความขยะแขยง
เมื่อถูกผลักนางก็แสดงสีหน้าเหลือเชื่อออกมา “เจ้า… กล้าดีอย่างไรมาผลักข้า!”
ไป๋ชุนเฟินเองก็หน้าแดงด้วยความโกรธไม่ต่างกัน “เจ้ากล้าผลักแม่ข้าหรือ เจ้าเจอดีแน่…”
ทันทีที่ไปชุนเฟินพูดจบก็มีเสียงเย็นยะเยียบน่าเกรงขามดังขึ้นมาจากด้านหลัง “แม่นางไป๋ อยู่ ๆ ก็เกิดคิดถึงชีวิตในคุกจนอยากกลับไปอีกอย่างนั้นหรือ”
เมื่อเจี่ยงชุ่ยเหลียนได้ยินเสียงนั้น ความเกรี้ยวกราดของนางก็สงบลงทันที รีบหันหน้าไปทางต้นเสียง จึงพบว่าเป็นอู่ต้าหย่งที่ยืนอยู่ “นายท่านอู่… แหะ ๆ บังเอิญเสียจริงเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเห็นว่าเหอไห่หลิงมาด้วยกันกับเจ้าหน้าที่หนุ่ม
เมื่อเห็นนาง ป้าสะใภ้รองก็รีบเข้ามาดูหลานสาวด้วยความเป็นห่วง “หลันหลัน เจ็บตรงใดหรือไม่?”
นางเพียงส่ายหน้า “ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ”
เหอไห่หลิงออกมายืนด้านหน้าซ่งชิงหลัน มองไปที่ไป๋ชุนเฟินแล้วพูดขึ้น “แม่นางไป๋ จำที่นายท่านอู่พูดวันนั้นไม่ได้แล้วหรือ เจ้าถูกสั่งห้ามไม่ให้มาก่อเรื่องกับพวกเราอีก นี่เจ้ากล้าขัดคำสั่งเขาหรือ”
ไป๋ชุนเฟินเม้มริมฝีปากแล้วคำรามเสียงต่ำ “นายท่านอู่บอกเพียงว่าไม่ให้ไปยุ่งที่ร้านชิงเยว่ แต่ไม่ได้ห้ามให้ข้ามาที่นี่”
อู่ต้าหย่งขมวดคิ้วและพูดเสียงเรียบ “ไม่ว่าจะเป็นที่ใด หากเจ้าก่อปัญหาเดือดร้อนให้ผู้อื่น สุดท้ายก็ต้องนอนคุกไม่ต่างกัน รีบหลีกไปประเดี๋ยวนี้”
คนที่เคยติดคุกอย่างเจี่ยงชุ่ยเหลียนหวาดกลัวคำขู่นั้นอย่างมาก นางพลันนึกถึงช่วงเวลาน่าสังเวชนั้นขึ้นมาจึงได้รีบลากลูกสาวออกไปทันที
เหอไห่หลิงมองสองแม่ลูกที่รีบหนีไปเพราะความกลัวก็อดไม่ได้ที่จะถ่มน้ำลายไล่หลัง “พวกคนตระกูลไป๋นี่มันน่ารำคาญเสียจริง ไม่เคยหยุดคิดเรื่องเลว ๆ ให้คนอื่นเดือดร้อนได้เลยสินะ”
ซ่งชิงหลันจับมือป้าสะใภ้รองเพื่อปรามนาง
และเริ่มถามขึ้น “ท่านป้าสะใภ้รอง ท่านมากับท่านพี่อู่ได้อย่างไรกันเจ้าคะ”
เหอไห่หลิงจึงอธิบาย “เมื่อวานเจ้าบอกให้ป้าไปซื้อของว่างกับชาชั้นดี ป้าไม่ค่อยรู้เรื่องชามากนัก ก็เลยจะมาหาเจ้า เผื่อจะไปร้านชาด้วยกัน แต่ไม่คิดว่าพอมาถึงแล้วจะเห็นสองแม่ลูกนั่นดักรอเจ้าอยู่ ป้าเลยไปที่ประตูเมือง ตามนายท่านอู่มาช่วย”
หญิงสาวตอบอย่างเกรงใจ “ท่านพี่อู่ ข้าต้องขออภัยท่านจริง ๆ เจ้าค่ะ ต้องรบกวนท่านอีกแล้ว”
เจ้าหน้าที่หนุ่มกลับยิ้มอย่างเขินอาย “ไม่ใช่เรื่องใหญ่อันใดเลย อีกอย่างหากเจ้าอยากซื้อชา ข้าช่วยแนะนำให้ได้ มีร้านประจำที่ข้ามักจะซื้อชาดี ๆ อยู่”