ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 99 ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 99 ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ
บทที่ 99 ถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ
ซ่งชิงหลันตอบเสียงเบา “น่าจะน้ำตาลตก”
“น้ำตาลตกคืออันใดหรือเจ้าคะ?” อู่เชียนเชียนดูงุนงง
ซ่งชิงหลันรีบตอบอย่างเร่งรีบ “ตอนนี้ยังไม่มีเวลาอธิบาย”
ระหว่างที่ตอบก็หันไปมองสาวใช้แล้วถามต่อ “ท่านหญิงของเจ้าเป็นเช่นนี้บ่อยหรือไม่ นางมีโรคประจำตัวหรือไม่?”
สาวใช้ยังคงร้องไห้และส่ายหน้าไปมา “ข้าไม่รู้เจ้าค่ะ… ข้าเพิ่งเข้ามาทำงานได้ไม่นาน”
อู่เชียนเชียนถามอย่างกังวลใจ “พี่ชิงหลัน เราจะทำอย่างไรกันดีเจ้าคะ”
“รีบช่วยนางก่อน” ซ่งชิงหลันเอ่ยอย่างใจเย็น หันหน้าไปทางเหวยหมิ่นจือที่อยู่ข้าง ๆ “ท่านป้า เอาถุงเข็มมาให้ข้าทีเจ้าค่ะ”
หลังจากนั้นก็หันไปทางอู่เชียนเชียน “เชียนเชียนไปเอาน้ำมาหนึ่งถ้วย แล้วเติมน้ำตาลเข้าไป”
สาวน้อยไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรเพียงทำตามอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้นเหวยหมิ่นจือก็กลับมาพร้อมอุปกรณ์สำหรับฝังเข็ม
ซ่งชิงหลันเปิดมันออกมาทันที เมื่อเห็นเข็มเงินเรียงกันอยู่ภายใน สาวใช้ก็เบิกตากว้าง ถามอย่างตกใจ “ท่าน… ท่านจะทำอันใดเจ้าคะ?”
แม้แต่คนที่ยืนมองรอบ ๆ ก็พากันตกใจ พวกเขาซุบซิบกันเสียงเบา
“จะดีหรือ ข้ารู้มาว่าการฝังเข็มไม่ใช่เรื่องง่าย มันซับซ้อนมาก หากพลาดเพียงนิดเดียวสามารถทำคนตายได้เลยนะ”
“ใช่น่ะสิ ข้าเคยได้ยินว่ามีหมอเฒ่าผู้หนึ่ง แทงเข็มผิดแล้วคนไข้ตายด้วย”
“น่ากลัวจริง ๆ”
“อีกอย่างนางไม่ใช่คนทั่ว ๆ ไป เป็นถึงภรรยาท่านผู้ว่า หากไม่ระวังอาจโดนกุดหัวได้เลย”
เหวยหมิ่นจือได้ยินดังนั้นก็ตื่นตระหนก เข้ามาจับแขนหลานสาวอย่างกังวล “ชิงหลัน เจ้าแน่ใจแล้วหรือ เหตุใดเราไม่รอให้ท่านหมอมารักษาเล่า”
หญิงสาวขมวดคิ้ว “หากมัวรีรอจะยิ่งแย่ ท่านป้า ท่านไม่ต้องห่วง ลืมที่ข้าเคยช่วยท่านตาไปแล้วหรือ?”
หลังจากนั้นซ่งชิงหลันก็หันไปสั่งสาวใช้ “ช่วยถอดรองเท้ากับถุงเท้าท่านหญิงให้ข้าที”
“แต่ข้า… ข้าไม่กล้า… ท่านหญิงจะเป็นอันใดหรือไม่…” ท่าทางของสาวใช้ยังดูหวาดกลัว
นั่นทำให้ซ่งชิงหลันเริ่มเสียงดังขึ้น “เร็วเข้าสิ เจ้าอยากช่วยท่านหญิงจริงหรือไม่?”
“ช่วย… อยากช่วยเจ้าค่ะ… ท่านหญิงต้องไม่เป็นอันใด”
สาวน้อยตกใจกลัว รีบเข้าไปช่วยถอดรองเท้าและถุงเท้าของภรรยาท่านผู้ว่าทันที
ซ่งชิงหลันเอาเข็มสีทองออกมา เล็งที่จุดฝังเข็มบริเวณฝ่าเท้า แล้วเสียบปลายแหลมของมันลงไป
จากนั้นก็เอาเข็มเงินออกมาอีกเล่มแล้วฝังเพิ่มอีก
เวลานั้นทุกคนต่างกลั้นหายใจรออย่างใจจดใจจ่อ ไม่ใครเอ่ยสิ่งใดออกมา
ซ่งชิงหลันเริ่มกระวนกระวายมากขึ้น มองไปทางสตรีสูงศักดิ์ที่ยังแน่นิ่ง
ไม่นานนักเปลือกตาของภรรยาท่านผู้ว่าก็ค่อย ๆ ขยับ ในที่สุดนางก็ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ
ซ่งชิงหลันถอนหายใจอย่างโล่งอก แล้วรีบถอนเข็มออก
สาวใช้ตัวน้อยที่อยู่ข้าง ๆ ก็ร้องอย่างตื่นเต้น “ท่านหญิง ท่านหญิงเจ้าคะ ท่านฟื้นแล้ว เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ?”
ภรรยาท่านผู้ว่าขมวดคิ้วอย่างสงสัยแล้วถามเสียงเบา “นี่มัน… เกิดอันใดขึ้น”
สาวใช้น้ำตานองหน้าแล้วรีบตอบ “ท่านเพิ่งหมดสติไปอย่างกะทันหัน ข้าตกใจแทบตาย แต่โชคดีที่แม่นางท่านนี้มาช่วยท่านไว้เจ้าค่ะ”
ตอนนั้นเองที่อู่เชียนเชียนเอาน้ำหวานเข้ามา “น้ำหวานมาแล้วเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันหันไปรับน้ำหวานมาส่งให้ภรรยาท่านผู้ว่า “ท่านหญิง ท่านดื่มน้ำหวานก่อนแล้วจะดีขึ้น”
ภรรยาผู้ว่าไม่ได้สงสัยอะไร นางเพียงรับน้ำหวานไปดื่ม
หลังจากดื่มเรียบร้อย หญิงสาวก็ถามต่ออย่างเป็นห่วง “เป็นอย่างไรเจ้าคะ ตอนนี้ท่านรู้สึกอย่างไร”
ใบหน้าที่ซีดเซียวของคนป่วยพลันเริ่มมีเลือดฝาด แล้วยกยิ้มจาง ๆ “ข้าดีขึ้นมากเลย ขอบใจเจ้ามาก”
ซ่งชิงหลันจึงยิ้มออกมา “ค่อยยังชั่ว…”
ตอนนั้นเองที่เหอไห่หลิงกลับมาที่ร้านพร้อมท่านหมอจากจี๋ชุนถัง “หมอมาแล้ว หมอมาแล้ว…”
เหอไห่หลิงเดินเข้าไปในร้าน เมื่อเห็นภรรยาของท่านผู้ว่าได้สติและลุกขึ้นนั่งได้แล้วก็ถามขึ้นอย่างตกใจ “เกิดอันใดขึ้น”
เหวยหมิ่นจือรีบเดินไปอธิบาย “หลันหลันเป็นคนช่วยภรรยาท่านผู้ว่าเอาไว้”
เหอไห่หลิงได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งใจ “ค่อยยังชั่ว ข้าคิดว่าจะเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว เมื่อครู่ตกใจแทบตาย”
เหวยหมิ่นจือกอดอกแล้วพูดอย่างกลัว ๆ “ข้าก็กลัวเช่นกัน กระวนกระวายไปหมด ลืมไปด้วยซ้ำว่าหลันหลันเคยช่วยรักษาท่านพ่อมาก่อน ครั้งนี้เรารอดเพราะความรู้ทางการแพทย์ของนางแท้ ๆ”
เหอไห่หลิงยิ้มตอบอย่างมีความนัย “บางทีนี่อาจพลิกวิกฤติให้เป็นโอกาสก็ได้”
เหวยหมิ่นจือฟังสิ่งที่น้องสะใภ้พูดแล้วก็มองไปทางหลานสาวและภรรยาท่านผู้ว่าที่กำลังพูดคุยกันอย่างถูกคอ
หลิงซีเหยียน ภรรยาของผู้ว่า มีอายุมากกว่าซ่งชิงหลันเพียง 5-6 ปี เมื่อทั้งสองพูดคุยกันก็ดูราวกับถูกชะตากันตั้งแต่แรกพบ
นางไม่คาดคิดว่าซ่งชิงหลันจะเป็นคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความกระฉับกระเฉง มีความคิดความอ่านที่แตกต่างจากผู้คนมากมาย ทำให้ทุกสิ่งที่พูดขึ้นมาช่างน่าสนใจ
สุดท้ายหลิงซีเหยียนก็ซื้อเสื้อผ้าหลายชุดจากร้านชิงเยว่ และกลายเป็นหนึ่งในสมาชิกของร้านในที่สุด
ซ่งชิงหลันและอู่เชียนเชียนออกไปส่งหลิงซีเหยียนถึงหน้าประตูร้าน
หลิงซีเหยียนมองมาที่ซ่งชิงหลันอย่างซาบซึ้งและเอ่ยขึ้น “น้องชิงหลัน วันนี้ข้าต้องขอบคุณเจ้ามากจริง ๆ หากไม่ได้เจ้าช่วย ข้าคง…”
ซ่งชิงหลันรีบตอบกลับ “ท่านพี่ซีเหยียน อย่าพูดอย่างนั้นเลยเจ้าค่ะ ท่านเพียงต้องพกน้ำหวานติดไปด้วยเวลาออกไปข้างนอกเท่านั้น”
หลิงซีเหยียนพยักหน้า “ปกติข้าเอามันมาด้วย แต่วันนี้รีบออกมาข้างนอก และชิงจูเองก็ตื่นเต้นมากที่จะได้มาที่นี่ ครั้งนี้ก็เลยลืมเอามาด้วยน่ะ”
สาวใช้ชิงจูพยักหน้ารับ “ข้าจะจำไว้เจ้าค่ะ ขอบคุณแม่นางชิงหลันมาก”
สาวน้อยมีแววตาของความชื่นชมซ่งชิงหลันอย่างมาก และตอนนี้ก็ไม่ได้ดูกังวลใจใด ๆ อีก
หลิงซีเหยียนคว้ามือซ่งชิงหลัน ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความเสียดาย “วันนี้ข้าได้เจอเจ้า เหมือนถูกชะตาตั้งแต่แรกพบ อย่างกับได้พูดคุยกับเพื่อนเก่าที่รู้จักกันมานานเสียอย่างนั้น น่าเสียดายที่เวลาผ่านไปเร็ว ข้ายังดูเสื้อผ้าที่เจ้าทำไม่ครบทุกตัวเลย”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “ยังมีเวลาอีกมาก ต่อไปท่านสามารถมาที่นี่ได้เสมอเจ้าค่ะ”
“แน่นอน เอาเป็นว่าวันนี้ข้าต้องขอตัวก่อนนะ”
หลังพูดจบหลิงซีเหยียนก็ขึ้นไปนั่งบนเกี้ยวของนาง