ถูกขับออกจากตระกูลแล้วอย่างไร ข้าคือแม่มด - บทที่ 452 ปีศาจหมาป่า
บทที่ 452 ปีศาจหมาป่า
ยิ่งเดินลึกเข้าไป บริเวณโดยรอบก็ดูเหมือนจะยิ่งเงียบลง
ขณะที่ทีมกู้ภัยกำลังสงสัยว่าทำไมหนิงหนิงถึงพาพวกเขาเดินลึกเข้าไปข้างใน จู่ ๆหนิงหนิงก็หยุดลง
เธอหยุดอยู่หน้าถ้ำแห่งหนึ่ง
“มีถ้ำอยู่ที่นี่ด้วย!”
ทุกคนอุทานด้วยความประหลาดใจ ไม่คิดว่าในป่าไผ่จะซ่อนถ้ำไว้ด้วย
หนิงหนิง “หมีแพนด้าอยู่ที่นี่”
เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัย “อะไรนะ?”
หนิงหนิงพูดซ้ำอีกครั้ง “หมีแพนด้าอยู่ในถ้ำ”
เธอมั่นใจมาก
[หา? เจอหมีแพนด้าแล้วเหรอ?]
[ไม่จริงใช่ไหม เร็วขนาดนี้เลย?]
[อย่าบอกนะว่า งูขาวตัวเล็กนั่นเป็นคนหาเจอ]
[ไม่น่าใช่นะ ทีมกู้ภัยบอกว่าพวกเขาเคยมาที่นี่แล้ว แต่ไม่พบหมีแพนด้า เป็นไปได้ยังไง]
[ฉันสงสัยว่าหนิงหนิงพูดมั่ว]
[พวกคุณมีปัญหาหรือไง พูดมั่วหรือเปล่าก็แค่เข้าไปดูก็รู้แล้ว มีความจำเป็นอะไรต้องพูดมั่ว?]
[ใช่ เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่พิสูจน์ได้ทันที คำโกหกแบบนี้จะมีประโยชน์อะไร บางคนนี่เกลียดหนิงหนิงจนผิดปกติไปแล้ว]
…
ในขณะที่คอมเมนต์กำลังถกเถียงกัน ทางนี้ทีมกู้ภัยก็ค่อย ๆ เข้าใกล้ถ้ำ
พวกเขาเพิ่งเข้าใกล้ถ้ำได้สองก้าว จู่ ๆ ก็มีก้อนกลม ๆ สีขาวดำวิ่งออกมาจากในถ้ำ
ถ้านี่ไม่ใช่หมีแพนด้าแล้วจะเป็นอะไรไปได้อีก
แฟนคลับที่ไม่ชอบหนิงหนิงซึ่งกำลังทะเลาะกันอยู่ก็ถึงกับงงไปหมด คอมเมนต์ที่พิมพ์ไว้ยังไม่ทันได้ส่งเลย
“จับมันไว้!”
“มาแล้ว ๆ! ไม่ต้องรีบ!”
…
[ว้าว? แพนด้า!]
[เป็นแพนด้าจริง ๆ! หาเจอแล้ว!]
[ฮ่า ๆ เมื่อกี้ใครบอกว่าหนิงหนิงไม่มีทางหาเจอ นี่ไงเจอแล้ว]
[ขำมาก โดนตบหน้ากันสด ๆ ฮ่า ๆ ๆ]
[ฉันบอกแล้วไง อย่าพูดมั่นใจเกินไป ฮิ ๆ]
[ไม่หวังพึ่งหนิงหนิง? ขอโทษนะ หนิงหนิงเป็นคนหาเจอ ใครทนไม่ได้แนะนำให้ฆ่าตัวตายไปเลย]
…
โชคดีที่ทีมกู้ภัยได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว พวกเขาสกัดแพนด้าได้สำเร็จและจับมันไว้ได้
ส่วนแพนด้าตกใจมาก มันร้องเสียงแหลมด้วยความหวาดกลัว
แต่ในชั่วขณะนั้น หนิงหนิงรู้สึกถึงพลังงานลึกลับบางอย่างทันที สายตาของเธอมองข้ามฝูงชนไปยังป่าไผ่ด้านใน
ที่นั่น มีแสงสีทองลอยอยู่
แสงนั้นค่อนข้างแสบตา หนิงหนิงหรี่ตาลงเล็กน้อย
เมื่อเทียบกับตอนที่เห็นครั้งแรก แสงสีทองบนตัวหมาป่าตัวนั้นดูเหมือนจะสว่างขึ้นกว่าเดิม
พลังนี้แฝงไปด้วยความระแวดระวัง มุ่งตรงไปที่ทีมกู้ภัยที่กำลังเข้าใกล้แพนด้า
แพนด้ายังคงดิ้นรนต่อต้าน แต่ทีมกู้ภัยมีวิธีรับมืออยู่แล้ว พวกเขาหยิบไม้เด็ดออกมา นั่นคือนมขวดที่แม้แต่ลูกแพนด้าก็ปฏิเสธไม่ได้
และแล้ว แพนด้าก็กอดขวดนมไว้ ดื่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่ส่งเสียงครางอีกต่อไป และไม่หวาดกลัวอีกแล้ว
เจ้าหน้าที่ทีมกู้ภัยยังคงปลอบใจมันไม่หยุด
“ไม่ต้องกลัวนะ กลับไปกับลุงป้าด้วยกัน เราจะตรวจสุขภาพให้นะ”
บางคนมองดูแล้วรู้สึกสงสาร
“โอ้ แม่ของเจ้าหนูตัวนี้หายไปไหนแล้วนะ”
ทกุคนต่างถอนหายใจยาว ๆ สำหรับแม่ของมัน คาดว่าเป็นไปได้สูงที่จะเป็นเรื่องร้ายมากกว่าดี
ทุกคนต่างเอ็นดูแพนด้าที่สูญเสียพ่อแม่ตัวนี้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด
ลูกแพนด้าดูเหมือนจะรู้สึกถึงความหวังดีของมนุษย์ จึงไม่ดิ้นรนอีกต่อไป แต่ตั้งใจกินอาหารอย่างสบายใจแทน
หนิงหนิงรู้สึกได้ว่าพลังงานนั้นหายไปอย่างกะทันหัน
พอมองอีกครั้ง ที่ป่าลึกด้านนั้น แสงสีทองก็ได้หายไปแล้ว
มันมาอย่างเงียบเชียบ และจากไปโดยที่ไม่มีใครพบเห็นว่ามันเคยมาที่นี่
จนกระทั่งทีมกู้ภัยหาพาหนะมา แล้วนำหมีแพนด้าขึ้นรถ ผู้ชมบางคนก็ยังคงมึนงงอยู่
[ไม่จริงใช่ไหม เป็นหนิงหนิงที่หามันเจอจริง ๆ เหรอ]
[เป็นอะไรไป ไม่ยอมรับเหรอ?]
[ชิวชิวของพวกคุณไม่ได้ขอให้สัตว์เล็ก ๆ ช่วยหรอกเหรอ? แล้วพวกสัตว์เล็ก ๆ ล่ะ ทำไมไม่เห็นสักตัว?]
[ฮาแทบตาย หมีแพนด้าถูกพบแล้ว แต่ตลอดทั้งกระบวนการไม่เห็นสัตว์เล็กสักตัว เห็นแต่พวกคุณโม้ไปเรื่อย]
[มันเรื่องอะไร ครั้งนี้ก็แค่หนิงหนิงเร็วกว่านิดหน่อยเท่านั้น ถึงอย่างไรชิวชิวก็ช่วยแล้ว ขอแค่หาเจอก็พอแล้ว จะพูดอะไรมากมาย]
[จะพูดอะไรมากมาย? ถ้าพวกคุณไม่วิจารณ์หนิงหนิงล่วงหน้า พวกเราก็ขี้เกียจตอกกลับพวกคุณหรอก]
[‘น่ารำคาญจริง สุดท้ายก็ต้องอาศัยชิวชิว’ คำนี้ใครพูด? ยังไง ไม่ยอมให้คนอื่นตบหน้าเหรอ?]
[แต่เดิมการหาสัตว์ตัวเล็ก ๆ ในป่าใหญ่ขนาดนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แต่บางคนดันดื้อรั้น พอหาไม่เจอสักพักก็เริ่มเยาะเย้ย จะรีบร้อนไปทำไม]
[แถมยังใช้มาตรฐานสองมาตรฐาน ให้พวกเขาพูดได้ แต่ไม่ให้คนอื่นพูด]
[ฉันก็พูดได้นะว่า ขงชิวไม่ได้ช่วยอะไรเลยสักนิด]
[ไม่เป็นไร ยังไงในเส้นเรื่องของพวกคนร้ายบางคน สุดท้ายหมีแพนด้าก็ถูกพบโดยขงชิว]
…
พวกหนิงตังหัวเราะเยาะอย่างบ้าคลั่ง แก้แค้นสำหรับการที่หนิงหนิงถูกวิจารณ์ล่วงหน้าไปอย่างสาสม
ใช่เลย เมื่อหนิงหนิงลงมือ ก็รู้เลยว่ามีฝีมือหรือไม่
พวกเจินกั่วโกรธจนแทบตาย หลังจากนำกระแสมาตลอด สุดท้ายก็ยังถูกหนิงหนิงพลิกสถานการณ์จนได้
จะคัดค้านก็ไม่มีข้ออ้าง ได้แต่นอนยอมให้ถูกเยาะเย้ย
หลังจากจัดการหมีแพนด้าเรียบร้อย ภารกิจวันนี้ของทีมกู้ภัยก็เสร็จสมบูรณ์
พวกเขาขอบคุณหนิงหนิงอย่างมาก ก่อนจากไป ยังได้มอบอาหารที่เหลือทั้งหมดให้กับหนิงหนิงด้วย
หนิงหนิงเองก็ไม่เกรงใจ รับไว้ทั้งหมด
คราวนี้ ปัญหาอาหารสำหรับค่ำนี้และเช้าพรุ่งนี้ก็แก้ไขหมดแล้ว
พนักงานที่ให้ของเห็นข้อมือของเธอ แล้วรู้สึกประหลาดใจ “คุณหาสร้อยข้อมือเจอแล้วเหรอ?”
ที่ข้อมือของหนิงหนิง สร้อยข้อมือที่ดูเหมือนงูจริง ๆ สวมอยู่อย่างดี
ไม่รู้ว่าหาเจอตั้งแต่เมื่อไร
หนิงหนิง “อืม พอดีเจอในป่าน่ะ”
‘เมื่อไรกันล่ะ?’
‘ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นเลย’
แต่พวกเขาก็ไม่ได้ติดใจอะไร บอกลาหนิงหนิงแล้วก็พากันกลับไปพร้อมหมีแพนด้าอย่างมีความสุข
ส่วนหนิงหนิงก็ถือของหลายถุงกลับไปที่ถ้ำ
ตอนกลับไปยังเป็นช่วงเช้าอยู่
เนื่องจากมีอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว ทั้งสามคนในกลุ่มของหนิงหนิงจึงอยู่ในถ้ำเฉย ๆ รอให้ฟ้ามืด
ส่วนกลุ่มของเจียงเจินกำลังวุ่นวายกับการหาวัตถุดิบ
ในป่านี้ไม่สามารถกินสัตว์ป่าได้ สิ่งที่เหลือที่กินได้และอร่อยก็มีน้อยมาก
อีกทั้งในกลุ่มคนนี้ ก็มีแค่จี๋เสี่ยวเสี่ยวคนเดียวที่ทำอาหารเป็น ส่วนคนที่เหลือหลายคนไม่รู้จักแม้แต่พืชพื้น ๆ ทั่วไป
ดีที่มีขงชิวที่รู้ว่าวัตถุดิบที่พวกเขาต้องการอยู่ที่ไหน
แต่ทุกคนก็กลัวปีศาจหมาป่า ไม่กล้าเดินไปไกลเกินไป ได้แต่หาในบริเวณที่สำนักเซียนได้ตรวจสอบและวางกลไกป้องกันไว้แล้วเท่านั้น
ทุกคนเริ่มยุ่งตั้งแต่หลังอาหารเที่ยง
ในที่สุดก่อนฟ้ามืด พวกเขาก็หาผักป่าต่าง ๆ ได้ครบ และทำซุปเห็ดและซุปผักป่าที่หอมอร่อย
ดูแล้วมื้อนี้อุดมสมบูรณ์มาก
แฟน ๆ เห็นไอดอลของตัวเองกินอาหารดี ๆ ด้วยความสามารถของตัวเอง ก็รู้สึกภูมิใจ
พวกเขานึกถึงหนิงหนิงและกำลังเตรียมจะไปล้อเลียนสักหน่อย
ฝั่งหนิงหนิงก็กำลังเตรียมกินอาหารเย็นเช่นกัน
เมื่อแฟน ๆเข้าไปในห้องไลฟ์ฝั่งนั้น ก็เห็นหนิงหนิงกำลังคีบอาหารเข้าปาก
พอมองดูดี ๆ
ทั้งสามคนนั่งล้อมเป็นวงกลม ตรงกลางบนพื้นมีแผ่นหินสูงครึ่งตัวคน บนแผ่นหินปูด้วยผ้าปูโต๊ะลายดอกไม้
ดูมีบรรยากาศของการปิกนิกมากเลยทีเดียว
เดี๋ยวก่อน ผ้าปูโต๊ะนี่มาจากไหนกัน
แต่นี่ไม่ใช่ประเด็นสำคัญ ประเด็นสำคัญคือ อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ
มีอาหารสี่อย่างบวกกับซุปหนึ่งถ้วย
มีปลาเปรี้ยวหวาน ซี่โครงหมูตุ๋น ผัดผักรวมมิตรสามอย่าง และไก่ตุ๋นเห็ด
แม้แต่ซุปก็เป็นซุปปลา
ส่วนหนิงหนิงก็เพิ่งกัดซี่โครงหมูตุ๋นเข้าปากไปเมื่อสักครู่
[???]