คุณหนูใหญ่ผู้นี้ไม่ต้องการก้าวหน้า - ตอนพิเศษ 2 เรื่องราวในตระกูลฉิน (2)
ตอนพิเศษ 2 เรื่องราวในตระกูลฉิน (2)
………………..
ช่วงนี้สะใภ้หวังเต็มไปด้วยความกังวลจนผมหงอกเพิ่มขึ้นอีกหลายเส้น ทั้งยังเสียใจนักหนา นางคิดว่าน่าจะรีบหมั้นหมายคู่ครองให้ฉินหมิงเยี่ยนให้เร็วกว่านี้ ไม่ใช่ปล่อยให้เขาทำตามอำเภอใจ เขาอยากตั้งตัวให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน หรือปล่อยให้เขาใช้ชีวิตนอกบ้าน ปะปนกับพวกคนเหลวแหลกตามใจ
แล้วผลลัพธ์เป็นอย่างไรเล่า ปีแล้วปีเล่าที่ล่วงเลยไปโดยไร้ประโยชน์ จนเขากลายเป็นชายโสดวัยเกินอายุสมรส พอสอบราชการได้จิ้นซื่อได้รับแต่งตั้งตำแหน่งราชการ ถือว่าตั้งตัวได้แล้ว แต่เคราะห์กรรมก็มาเยือน ปู่ของเขากลับจากไปในเวลาเดียวกัน ถึงแม้ฮ่องเต้จะอนุญาตให้ได้รับยกเว้นโดยไม่ต้องลาพักไว้ทุกข์ แต่พิธีไว้ทุกข์ที่ควรกระทำก็ยังต้องกระทำอยู่ดี
ในระหว่างปีที่ไว้ทุกข์ ฉินหมิงเยี่ยนรับราชการอย่างเชี่ยวชาญ งานในกรมอาญา เหมือนจะเป็นสิ่งที่เขาถนัดและคุ้นเคย ในเวลาเพียงปีเดียวเขาสามารถคลี่คลายคดีแปลกประหลาดได้หลายคดี จนได้รับสมญา “เทพน้อยยอดนักสืบ” อีกทั้งยังเป็นที่ชื่นชมของผู้บังคับบัญชาในกรมอาญา
ทว่าเมื่อกล่าวถึงเรื่องคู่ครอง เขากลับดูเหมือนคนไร้ปฏิภาณ หลังจากนัดดูตัวกับหญิงสาวชาติตระกูลสูงส่งถึงสามครั้งกลับไม่ถูกใจสักครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สี่
เมื่อฉินหมิงเยี่ยนพ้นช่วงไว้ทุกข์ แต่สะใภ้หวังยังไม่พ้น นางจึงพาเขาไปนัดดูตัวที่สถานที่อย่างวัดอวี้ฝอหรืออารามจินหวาเหล่านี้ โดยถือโอกาสจุดตะเกียงวิญญาณให้ท่านปู่ผู้ล่วงลับไปพร้อมกันกับการดูตัว
ครั้งที่สี่นี้ เป็นไปตามความชอบของอีกฝ่าย จึงมายังวัดอวี้ฝอ สะใภ้หวังยังกำชับฉินหมิงฉุน ให้อยู่เคียงข้าง มาเป็นเพื่อนพี่ชายด้วย เพื่อช่วยเตือนสติไม่ให้ฉินหมิงเยี่ยนพูดจาเหลวไหล
ฉินหมิงฉุนรับคำอย่างมั่นใจ ตบหน้าอกตัวเองดังปึก ประกาศว่าเรื่องการดูตัวของพี่ชายครั้งนี้ ให้เป็นหน้าที่ของเขา รับรองจะคว้าสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้ไว้ได้แน่นอน
แต่พอเห็นพี่ชายยืนเผชิญหน้ากับคุณหนูโจวพี่สาวผู้นั้น เขาจึงรู้ได้ว่าเหตุใดพี่ชายของตนจึงยังไม่มีคู่ครอง บัดนี้มีเหตุผลอย่างชัดเจน
เขาเป็นพวกเก็บซ่อนความรู้สึกกระมัง ยังยืนอยู่ครึ่งเค่อเอ่ยไม่ถึงสามประโยคด้วยซ้ำ
ฉินหมิงฉุนส่งสายตาให้ฉินหมิงเยี่ยนราวกับคนบ้า หนังตาแทบเหน็บชาแล้ว ท่านดึงความสามารถของท่านยามสอบปากคำผู้ต้องสงสัยออกมาสิ ยืนโง่อยู่นั่น จะพาสาวงามกลับบ้านมีหลานให้ข้าอุ้มได้อย่างไร
ฉินหมิงเยี่ยนเมื่อเห็นสัญญาณที่น้องชายส่งมา กระแอมไอเบาๆ มองไปยังคุณหนูโจวที่อยู่ด้านข้าง เอ่ย “คุณหนูโจว ในยามปกติชอบทำสิ่งใดหรือ”
“อ้อ”
คุณหนูโจวได้ยินคำว่า ‘อ้อ’ เพียงคำเดียว จึงกลั้นใจเอ่ยถาม “ท่านล่ะ”
ฉินหมิงเยี่ยนเอ่ย “ข้า หากอยู่บ้านก็มักจะฝึกกระบี่กับน้องชาย หากไม่เช่นนั้นก็ดูตำราแพทย์ ศึกษาคดีความ หรืออ่านแผนภาพกระดูกและเส้นประสาท หากทำงานราชการที่กรมอาญา ก็มักคลี่คลายคดีหรือศึกษาแฟ้มคดีเก่าๆ”
“ท่านรู้วิชาการแพทย์ด้วยหรือ” คุณหนูโจวรู้สึกประหลาดใจ
ฉินหมิงเยี่ยนเอ่ย “ไม่เชี่ยวชาญนัก แต่พอรู้บ้างเรื่องกระดูกและเส้นประสาท อีกทั้งรู้จักตรวจชีพจรบ้างเล็กน้อย เพราะบางครั้งต้องใช้ในการคลี่คลายคดี”
ฉินหมิงฉุน แย่แล้ว เอาอีกแล้ว
เขากระแอมไอหนักๆ
ฉินหมิงเยี่ยนมองไป เห็นเขาขยิบตาอย่างบ้าคลั่ง ขมวดคิ้วขึ้น
คุณหนูโจวกลับเอ่ยถาม “สืบคดีต้องใช้วิชาการแพทย์หรือเจ้าคะ”
เมื่อถูกถามถึงงานที่เขาถนัด ฉินหมิงเยี่ยนจึงเปิดปากพูดไม่หยุด “แน่นอน ยกตัวอย่างเช่นคดีฆาตกรรม ต้องตรวจสอบว่าผู้ตายเสียชีวิตอย่างไร ร่างกายของคนตายจะบอกเล่าความจริงผ่านรายละเอียดเล็กน้อย”
คุณหนูโจวร่างกายแข็งทื่อทันที “คน คนตายอย่างนั้นหรือ”
“ใช่แล้ว คดีฆาตกรรมเป็นคดีที่พบได้บ่อยที่สุด ยังมีบางคดีที่คนร้ายพยายามสร้างฉากหลอกลวงให้ดูเหมือนฆ่าตัวตาย เช่นเดือนก่อน ข้าเจอคดีหนึ่ง ผู้ตายไส้ทะลักออกมา มีหนอนชอนไช…”
แค่กๆๆๆ
ฉินหมิงฉุนไอจนหน้าเขียวแล้ว
ผู้ใดดูตัวแล้วเอ่ยเรื่องคนตายกับคู่ดูตัว ยังมีหนอน ไยท่านจึงไม่เอ่ยถึงหลุมอุจจาระเลยเล่า
บรรพบุรุษของข้า ไฉนท่านไม่เอ่ยถึงลม ดอกไม้ หิมะ ดวงจันทร์ เป็นคนพูดน้อยก็ดี เอ่ยถึงเรื่องสังหาร คนตายอะไรกัน ดูสิทำให้คุณหนูเขาตกใจจน…
คุณหนูโจวสมองขาวโพลน นึกถึงภาพที่ฉินหมิงเยี่ยนเอ่ยถึง ดวงตากลอก ส่งเสียงในลำคอ ตัวอ่อนยวบล้มลงไปกับพื้น
บรรยากาศชุลมุนวุ่นวายขึ้นมาทันใด
ฉินหมิงฉุนถึงกับมองเห็นดวงดาววิบวับในดวงตา เฮ้อ รายนี้ก็หลุดมือไปอีกแล้ว
ฉินหมิงเยี่ยนยังคงยื่นนิ่งด้วยท่าทางใสซื่อ นี่เป็นสิ่งที่นางถาม เขาเพียงเอ่ยตอบตามความจริงเท่านั้น นี่เป็นหน้าที่ของเขาทั้งหมดนี่นา
…
สะใภ้หวังส่งฮูหยินโจวออกจากวิหารด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะหันกลับมาถอนหายใจเฮือกใหญ่ มือที่ชี้ไปยังฉินหมิงเยี่ยนสั่นระริก “เจ้า เจ้า…”
ฉินหมิงฉุนและอนุวั่นประคองนางซ้ายขวาให้นั่งลง คนหนึ่งรินน้ำ คนหนึ่งลูบหลังนาง
อนุวั่นเอ่ยปลอบ “พี่หญิงท่านอย่าได้ร้อนใจ นี่เป็นสิ่งที่เราคาดเดาไว้แล้วว ไม่มีประโยชน์ใดที่ท่านต้องโมโหจนทำให้เกิดริ้วรอยแก่ตัวเอง ไม่คุ้มค่าจริงๆ”
ฉินหมิงเยี่ยนรีบคุกเข่าลงทันทีด้วยความคุ้นชิน
สะใภ้หวังดื่มน้ำอึกหนึ่งตามที่ฉินหมิงฉุนส่งมา เอ่ยด้วยความโกรธ “นึกว่าเจ้าบอกเรื่องโครงกระดูกในห้องของเจ้ามันแปลกประหลาดพอแล้ว แต่นี่เจ้ากลับทำให้มันยิ่งแปลกประหลาดขึ้นไปอีก อะไรนะ เจ้ากล้าพูดเรื่องคนตาย แถมยังเอ่ยอย่าง…”
“ละเอียด” อนุวั่นเอ่ยเสริม ชี้ไปยังฉินหมิงเยี่ยน “ข้าเป็นคนใกล้แก่ยังทนฟังไม่ได้ เอ่ยเรื่องน่าฟังไม่ได้หรืออย่างไร”
ฉินหมิงเยี่ยนเอ่ยตอบเก้อเขิน “นางเอ่ยถามข้าก่อน ข้าคิดว่าหากนางชอบข้า ต่อไปใช้ชีวิตร่วมกัน จะช้าจะเร็วนางก็ต้องรู้”
“เหอะ เจ้ายังคิดไปไกล คนเขาฟังก็กลัวไปก่อนแล้ว จะอยู่กันได้อย่างไร” สะใภ้หวังกุมหน้าอก “โอ๊ย ใจข้า เจ้าคิดจะทำให้ข้าโมโหจนตายหรืออย่างไร ไยข้าจึงได้คลอดท่อนไม้อย่างเจ้าออกมา เมื่อก่อนเจ้าไม่ได้เป็นเช่นนี้นี่”
ฉินหมิงเยี่ยนรำพึงในใจ เมื่อก่อนข้าก็ไม่คิดว่าสตรียุ่งยาก แต่ตอนนี้รู้สึกว่าพวกนางวุ่นวายยิ่งนัก คนตายยังดีกว่า ไม่โหวกเหวกโวยวาย ยอมให้ชำแหละ เอ้ย ชันสูตร และยังบอกความจริงเกี่ยวกับคดีได้อีก
“แล้วก็เจ้า บอกเจ้าให้จับตาดูมิใช่หรือ ไยจึงทำให้เขาเป็นหนักกว่าเดิมเล่า” สะใภ้หวังจ้องเขม็งไปยังฉินหมิงฉุน “พวกเจ้าเป็นเช่นนี้ เมื่อไรเราจะได้อุ้มหลานเล่า พี่ชายเจ้าไม่ได้ เช่นนั้นก็เป็นเจ้าแทนแล้วกัน”
ฉินหมิงฉุนเบิกตากว้าง “ท่านแม่ ข้ายังอายุแค่สิบห้า ข้ายังเรียนหนังสืออยู่นะขอรับ”
ฉินหมิงเยี่ยนตาวาว “ข้าว่าก็เข้าท่าดี เจ้าจงแต่งงานเร็วๆ และมีลูกหลายๆ คน จากนั้นส่งลูกคนหนึ่งมาเป็นบุตรบุญธรรมของข้า ข้าก็ไม่ต้องแต่งงานแล้ว”
ฉินหมิงฉุนกัดฟันกรอด “พี่ชาย ท่านช่วยทำตัวให้เหมือนมนุษย์หน่อยได้หรือไม่”
“การสร้างครอบครัวก่อนแล้วค่อยตั้งตัวนั้นถือว่าถูกต้อง เป็นพี่ที่พลาดเองในอดีต หมิงฉุน เจ้าเชื่อข้า” ฉินหมิงเยี่ยนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“นี่ เรื่องอะไรต้องเป็นข้าเล่า”
“ไสหัวไป พวกเจ้าไสหัวไปให้หมด” สะใภ้หวังเห็นพวกเขาถกเถียงกันก็โมโห ยกมือนวดขมับ
สองพี่น้องละอายใจ เอ่ยปลอบเล็กน้อย จากนั้นเดินออกไป เมื่อสบตากัน ต่างก็รู้สึกผิดอยู่ในใจ
ด้านในห้อง อนุวั่นเอ่ยปลอบ “บางทีวาสนาของเขาคงยังมาไม่ถึง คนต่อไปอาจจะใช่ก็ได้นะเจ้าคะ”
สะใภ้หวังครุ่นคิดด้วยใบหน้าเศร้าหมอง เอ่ย “เจ้าว่าถ้าข้ามองข้ามการดูตัวไปเลย ให้พวกเขาเจอกันอยู่ไกลๆ จะได้หรือไม่”
“เอ่อ…หากแต่งมาแล้ว มาเจอเรื่องที่เขาทำ จะร้องไห้ทั้งวันทั้งคืนหรือไม่เจ้าคะ กลายเป็นคู่ทุกข์ยาก เช่นนั้นคงยิ่งไม่ดีกระมัง” อนุวั่นถอนหายใจ เอ่ย “รู้เช่นนี้คงให้พี่สาวของเขาเลือกให้สักตระกูล”
สะใภ้หวังสะท้านไปทั้งตัว กระบอกตาแดงก่ำ เงียบลงไป มีหลายสิ่งหลายอย่างที่ถ้ารู้ คงไม่ต้องนึกถึงนางฝันถึงนางในทุกๆ ค่ำคืนกระมัง
ตอนนี้นางอยู่ที่ใดกัน
Noolek
มีต่ออีกไหมคะ