Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 352 การจัดซื้อร่วม

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 352 การจัดซื้อร่วม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 352 การจัดซื้อร่วม

กลางเดือนสิบ แขกเหรื่อได้ย้ายออกไปแล้ว ห้องหนังสือใหม่ของบ้านฉินเหยาซึ่งจะเริ่มลงมือก่อสร้าง ในที่สุดก็ได้เริ่มต้นขึ้นเสียที

วัสดุก่อสร้างนั้น เดิมทีหลิวจี้ได้สั่งจองไว้เรียบร้อยแล้ว ชายใบ้เป็นผู้รับผิดชอบดูแลการก่อสร้างทั้งหมด เขาเรียกคนงานมาห้าหกคน พอเสียงประทัดดังขึ้น จอบแรกก็ถูกขุดลงไปบนพื้นดิน การก่อสร้างจึงได้เริ่มต้นขึ้น

ในครั้งนี้ มิใช่เพียงแค่บ้านของฉินเหยาเท่านั้นที่ทำการก่อสร้าง บ้านเรือนส่วนใหญ่ในหมู่บ้านก็กำลังซ่อมแซมบ้านของตนเช่นกัน โดยตั้งใจว่าจะซ่อมแซมเสริมความแข็งแรงของบ้านเรือนทั้งหมดให้แล้วเสร็จก่อนที่หิมะแรกจะมาเยือน

และสาเหตุที่พวกเขาสามารถทำเช่นนี้ได้ ก็เป็นเพราะบัดนี้ทุกคนต่างก็พอมีเงินมีทองอยู่ในมือแล้ว

ในหมู่บ้านนั้นมีหลายครัวเรือนที่ส่งสมาชิกครอบครัวสองถึงสามคนไปทำงานที่โรงงานเครื่องเขียน หากเป็นสองสามีภรรยาที่เริ่มทำงานตั้งแต่ช่วงที่โรงงานเครื่องเขียนเปิดรับสมัครคนงานจำนวนมาก จวบจนบัดนี้ก็เป็นเวลานานถึงห้าเดือนเต็ม คนหนึ่งจะได้รับเงินกว่าสามร้อยเหวิน สองคนรวมกันก็ได้ถึงหกร้อยเหวิน

ห้าเดือนรวมกันก็ได้เงินถึงสามตำลึงแล้ว เพียงพอสำหรับการซ่อมแซมเสริมความแข็งแรงของตัวบ้านแบบง่ายๆ ได้อย่างสบาย

นี่เป็นเพียงค่าแรงของคนงานธรรมดาทั่วไป หากเป็นพวกหัวหน้างานย่อยเช่นอวิ๋นเหนียงและซุ่นจื่อ เมื่อรวมกับเงินรางวัลที่เพิ่งแจกไปในเดือนเก้าแล้วก็จะได้มากกว่านี้อีก

ทว่าเรื่องการร่วมกันก่อสร้างบ้านเรือนนี้ ในตอนแรกยังมิได้มีการตกลงกันเป็นเอกฉันท์ เป็นหลิวจี้ที่พลันนึกขึ้นได้ในระหว่างที่กำลังสอนหนังสืออยู่ในชั้นเรียนว่า การร่วมกันจัดซื้อวัสดุก่อสร้างในปริมาณมากอาจจะช่วยประหยัดเงินไปได้ไม่น้อย

นี่อย่างไรเล่า เพื่อที่จะหักเงินเล็กน้อยจากงบประมาณอันแสนจะจำกัดที่ฉินเหยามอบให้มาเข้ากระเป๋าตนเอง เขาจึงได้ใช้คารมอันคมคายของตนชักชวนชาวบ้านสิบสองครัวเรือนในหมู่บ้านให้ตัดสินใจร่วมกันจัดซื้ออิฐ กระเบื้องและไม้แปรรูปในคราวเดียว

ชาวบ้านนั้นมักจะชอบทำตามๆ กันไปอยู่แล้ว ปีนี้ทุกคนต่างก็ได้เงินจากการทำงานให้กับโรงงานเครื่องเขียนจริงๆ พอได้ยินว่าพวกของหลิวจี้และเถ้าแก่เนี้ยผู้ขายกระเบื้องจากหมู่บ้านเซี่ยเหอได้เจรจาตกลงราคากันในราคาที่ต่ำมาก หลิวเหล่าฮั่นก็ตัดสินใจทันทีว่าจะซ่อมแซมเรือนเก่าของตนใหม่ทั้งหมด

เมื่อมีผู้อาวุโสในหมู่บ้านเช่นหลิวเหล่าฮั่นเข้าร่วมด้วย ช่างไม้หลิวก็มิอาจนิ่งเฉยอยู่ได้อีกต่อไป

หลายวันมานี้ เขาพบว่ามีรถม้าหน้าตาไม่คุ้นเคยหลายคันมาจอดอยู่ที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน ผู้คนที่ลงมาจากรถม้าล้วนสวมใส่เสื้อผ้าอาภรณ์ที่ทำจากแพรพรรณและผ้าฝ้ายเนื้อดี เมื่อเข้ามาในหมู่บ้านแล้ว พวกเขาก็เที่ยวตระเวนสอบถามข่าวคราวของมหาบัณฑิต

บางคนถึงกับเดินทางไปถึงหน้าประตูเรือนเพื่อขอเข้าพบโดยตรง ทว่าน่าเสียดายที่เรือนปทุมได้แขวนป้ายงดรับแขกไว้ พวกเขาจึงทำได้เพียงกลับไปอย่างผิดหวัง

ทว่าในวันรุ่งขึ้น คนเหล่านี้ก็พากันกลับมาอีก บ้างก็ไปซุ่มรออยู่บริเวณใกล้เคียงเรือนปทุม บ้างก็ไปด้อมๆ มองๆ สอบถามข่าวคราวอยู่แถบบ่อน้ำของหมู่บ้าน หวังจะลองเสี่ยงโชคดู เผื่อว่าจะได้พบเจอกับท่านมหาบัณฑิตที่ออกมาเดินเล่นบ้าง

น่าเสียดาย อากาศนับวันยิ่งหนาวเย็นลงทุกขณะ ที่บ้านของท่านมหาบัณฑิตนั้นมีอ่างไฟให้ความอบอุ่น ทั้งยังมีการอุ่นสุราเล่นหมากล้อมกันอย่างเพลิดเพลินเจริญใจ จะออกมาเดินเล่นข้างนอกให้ลำบากไปไย

เมื่อวันเวลาผ่านไปนานเข้า ชาวบ้านในหมู่บ้านก็เริ่มคุ้นหน้าคุ้นตากับคนเหล่านี้มากขึ้น

อากาศหนาวเหน็บจนมิอาจทนอยู่ด้านนอกได้นาน บ้านของยายหวังจึงเป็นผู้ริเริ่มเปิดประตูบ้าน ต้มน้ำร้อนเชิญเหล่าบัณฑิตผู้เดินทางมาด้วยความเลื่อมใสศรัทธาเหล่านี้ให้เข้ามาพักผ่อนในบ้าน

ในตอนแรกนั้น ยายหวังเพียงแต่มีจิตเมตตา เตรียมน้ำร้อนไว้ให้เหล่าบัณฑิตหนุ่มเหล่านี้ได้ดื่มแก้หนาว โดยมิได้คิดจะเก็บเงินเลยแม้แต่น้อย

ต่อมาภายหลัง บัณฑิตหนุ่มเหล่านั้นต่างก็รู้สึกเกรงใจขึ้นมาเอง ทุกครั้งที่พวกเขาจะลากลับจึงมักจะวางเหรียญอีแปะจำนวนหนึ่งไว้บนโต๊ะเสมอ

เงินค่าน้ำชาที่คนเหล่านี้มอบให้นั้นมีจำนวนมากบ้างน้อยบ้างแตกต่างกันไป ผู้ที่มีฐานะร่ำรวยหน่อย รู้สึกว่าการได้มานั่งพักผ่อนในบ้านของชาวนานั้นให้ความรู้สึกแปลกใหม่ไปอีกแบบ ครั้งหนึ่งจึงมักจะวางเศษเงินไว้ราวหนึ่งถึงสองเฉียน

ส่วนผู้ที่มีฐานะด้อยกว่าก็มักจะซื้อไข่ไก่ของเจ้าของบ้านสักเจ็ดหรือแปดฟอง ถือเป็นการตอบแทนน้ำใจของยายหวัง

ไปๆ มาๆ ไม่รู้ว่าด้วยเหตุอันใด เหล่าบัณฑิตหนุ่มผู้มาซุ่มรอท่านมหาบัณฑิตต่างก็รู้กันโดยมิได้นัดหมายว่าจะต้องมุ่งหน้าไปยังบ้านของยายหวัง สามสี่ห้าคนรวมกลุ่มกันนั่งหนึ่งโต๊ะ ไม่ว่าจะมีชาติกำเนิดสูงส่งหรือต่ำต้อยเพียงใด ต่างก็ต้มน้ำร้อนอังเตาถ่าน พูดคุยสรวลเสเฮฮากันอย่างออกรส นับเป็นบรรยากาศแบบชนบทที่ให้ความเพลิดเพลินไปอีกแบบหนึ่ง

เมื่อช่างไม้หลิวเห็นดังนั้น ในใจพลันก็บังเกิดความตื่นตัวขึ้นมา ในที่สุดเขาก็เข้าใจคำพูดที่ฉินเหยาเคยกล่าวกับตนในครานั้นแล้ว

เขาไม่ลังเลอีกต่อไป ใช้เงินสองตำลึงซื้อบ้านร้างซึ่งตั้งอยู่ถัดจากแปลงดอกทานตะวันของตนเอง

ประจวบเหมาะกับที่ตอนนี้ทั้งหมู่บ้านกำลังเริ่มลงมือก่อสร้างพร้อมกัน เขาจึงมิยอมน้อยหน้า เข้าร่วมกลุ่มจัดซื้อของหลิวจี้ด้วยอีกคน

เมื่อปริมาณการสั่งซื้อมีจำนวนมาก อย่างที่คิดวัสดุก่อสร้างก็สามารถต่อรองราคาให้ลดลงได้ หลิวจี้จึงสามารถหักเงินห้าร้อยเหวินเข้ากระเป๋าของตนเองไปอย่างอิ่้มอกอิ่มใจ

น่าเสียดายอยู่เพียงแค่อย่างเดียว เดิมทีเขายังสามารถรีดไถเงินจากพวกหัวหน้าคนงานอย่างชายใบ้ได้อีกราวหนึ่งถึงสองร้อยเหวิน ต้องโทษอาวั่งทั้งหมด อยู่ดีๆ ก็ดันมาขุดไถที่ดินทั้งหมดแล้วสั่งให้เพาะปลูกใหม่ ทำให้เขาเหนื่อยล้าจนบัดนี้ทำได้เพียงนอนอยู่บนเตียง มองดูร่างที่วุ่นวายของฉินเหยาตาปริบๆ

ฉินเหยาเองก็อารมณ์ไม่ใคร่จะดีนัก เดิมทีควรจะเป็นหลิวจี้ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานก่อสร้าง ทว่าบัดนี้กลับกลายเป็นนางเสียเอง อารมณ์จึงพลุ่งพล่านหงุดหงิดยิ่งนัก

หลิวจี้เห็นฉินเหยาเดินผ่านหน้าต่างไปก็ส่งยิ้มอย่างไร้เดียงสาให้ “เมียจ๋า ลำบากเจ้าแล้ว”

ฉินเหยา “ข้าไม่ลำบาก แต่ชะตาชีวิตรันทด!”

เมื่อเห็นว่าเขายังสามารถยิ้มออกมาได้ ฉินเหยาซึ่งเดินผ่านหน้าต่างไปแล้วก็พลันถอยกลับมา จ้องมองเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาเคลือบแคลงสงสัย

สายตานั้นร้อนแรงเกินไป หลิวจี้รู้สึกเขินอายอย่างประหลาดจึงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตั้งแต่คอลงไป เหลือเพียงใบหน้า “เมียจ๋า เจ้ามองอันใดอยู่หรือ~”

“ข้าดูแล้วเจ้าไม่เหมือนคนขยับตัวไม่ได้นะ ปากนี้ก็ยังพูดเก่งอยู่มิใช่รึ”

ฉินเหยาพลันก้าวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว หลิวจี้กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ชำเลืองมองประตูหน้าต่างที่เปิดอยู่ด้วยความลนลาน “เมียจ๋า ประตูยังมิได้ปิดเลยนะ เช่นนี้ไม่เหมาะสมกระมัง”

ฉินเหยากระชากผ้านวมออกจากตัวเขา เพิ่งจะยื่นมือออกไป หลิวจี้ก็ขยับตัวมาข้างหน้าอย่างกระตือรือร้น ในใจคิดว่านี่มันช่างเร้าใจเกินไปแล้วกระมัง ฝ่ามือหนึ่งก็ฟาดลงบนแผงอกที่แอ่นขึ้นของเขาทันที

หลิวจี้ไม่ทันตั้งตัว ร้อง “อ๊า!” เสียงหลงออกมาคำหนึ่งแล้วล้มลงบนที่นอนอันหนานุ่ม มือประคองหน้าอกไว้อย่างแผ่วเบา

กล้ามเนื้อที่เคล็ดขัดยอกถูกแรงภายนอกกระแทกอย่างกะทันหัน ความเจ็บปวดรวดร้าวจนมิอาจกลั้นน้ำตาไหลแทรกซึมเข้าสู่ไขกระดูก บุรุษร่างสูงเจ็ดฉื่อพลันน้ำตานองหน้า สูดลมหายใจเข้าอย่างต่อเนื่องด้วยความเจ็บ

ท่าทางเช่นนี้ ดูไม่เหมือนแสร้งทำ

ผู้ก่อเหตุอย่างฉินเหยากระแอม “แค่กๆ” ออกมาเบาๆ สองครั้ง เพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกผิดของตนเองแล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า

“ข้าดูแล้วอาการบาดเจ็บของเจ้าค่อนข้างหนักหนาเลย ให้พวกอาวั่งไปเชิญท่านหมอกลับมาดูอาการให้เจ้าดีหรือไม่”

ความคิดวาบหวามในใจของหลิวจี้ถูกความเจ็บปวดรวดร้าวที่คนธรรมดามิอาจทานทนได้นี้ทำลายสิ้นไปนานแล้ว เขานอนร้องโอดโอยอยู่บนเตียง แต่กลับไม่สนใจข้อเสนอของนาง

นานๆ ทีจะจับได้ว่าสตรีใจร้ายผู้นี้รู้สึกผิดสักครั้ง เขาไม่มีทางปล่อยให้นางผ่านเรื่องนี้ไปง่ายๆ แน่

หลิวจี้ยิ่งร้องยิ่งน่าเวทนา พวกคนงานเช่นชายใบ้ที่กำลังยุ่งอยู่ในสวนหลังบ้านต่างก็อดรนทนไม่ไหววิ่งมาดูว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น

ถูกคนมากมายจับจ้องด้วยความเป็นห่วง ฉินเหยาจึงเตะขาเตียงอย่างกระอักกระอ่วน เตือนให้หลิวจี้สงบลงบ้าง พอได้แล้ว!

หันไปอธิบายกับพวกชายใบ้ว่า “ไม่มีอะไร เขาอาการกำเริบน่ะ พวกเจ้าทำงานต่อเถิด ไม่เป็นอะไรหรอก”

ชายใบ้มองดูหลิวจี้ที่นอนกอดผ้าห่มกลิ้งไปมาบนเตียง เหงื่อท่วมหัว หางตาคลอหน่วยด้วยน้ำตาก็แสดงสีหน้าอย่างเป็นห่วงราวกับจะถามว่า ไม่เป็นอะไรจริงๆ หรือ

ฉินเหยายิ้มพยักหน้า พวกชายใบ้จึงค่อยจากไปอย่างลังเล

พอคนเหล่านั้นจากไป หลิวจี้ก็ร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวดอีกครั้ง ฉินเหยามีหรือจะยังตามใจเขาอีก

นางเล่นนิ้วมือของตนเอง กล่าวเสียงเรียบว่า “แปลกจริง มือของข้าเหตุใดจึงรู้สึกคันจนแทบจะทนไม่ไหวแล้วนะ”

เสียงของนางยังไม่ทันจะขาดคำดี คนบนเตียงก็รีบหุบปากเงียบกริบทันทีอย่างรู้งาน เขาเบิกดวงตารูปดอกท้อเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ประดุจดังดอกสาลี่ต้องหยาดฝน กัดชายผ้าห่มไว้แน่น จ้องมองนางด้วยท่าทางอ่อนแอและไร้เดียงสา

แววตาของฉินเหยามืดลงเล็กน้อย จ้องมองเขาอยู่ถึงห้าวินาทีเต็มจึงค่อยเบือนสายตาออกไปอย่างไม่เต็มใจนัก มองไปยังผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่แล้วกล่าวอย่างรังเกียจว่า

“ร่างกายของเจ้าช่างผอมบางเกินไปแล้ว ต่อไปไปฝึกร่างกายพร้อมกับต้าหลางเถิด”

เหตุผลนางก็ช่วยเขาคิดไว้ให้แล้ว “สนามสอบมิใช่สถานที่ที่จะทนอยู่ได้ง่ายๆ ยิ่งรอบหลังๆ ยิ่งต้องอยู่ในนั้นนานขึ้น ต้องอุดอู้อยู่ในห้องเล็กๆ เช่นนั้นสามถึงห้าวัน ด้วยร่างกายของเจ้าในตอนนี้คงไม่ไหวเป็นแน่”

กล่าวจบ สายตาอันมืดครึ้มก็จับจ้องไปยังใบหน้าของเขาอีกครั้ง หัวใจของหลิวจี้พลันเด้งขึ้นมาถึงคอหอย กลัวว่านางจะฟาดฝ่ามือลงมาอีกครั้งแล้วส่งตนเองไปพบพญายม

ทว่าสายตาของนางเพียงหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของเขาครู่หนึ่ง จากนั้นก็หันหลังเดินออกจากห้องไป

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 352 การจัดซื้อร่วม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Pandaa

    น่าจะสลับบทบาทนะ​ เป็นหญิงงามอ่อนแอ​ เอาแต่หว่านเสน่ห์​

    19/05/2026 at 10:08 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

61f2447eQHKxQIgL
เก็บตกนักฆ่า มาเป็นหนุ่มบ้านนา
17/06/2022
novelpds959a
เกิดใหม่ยุค 80: มีสามีคลั่งรักและลูกแฝดสามก็ไม่ได้แย่นะ!
11/07/2026
novelpdf5r4r
เมื่อสาวออฟฟิศกลายเป็นแม่สามีในยุคโบราณ
11/07/2026
62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
11/07/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.