Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 363 ตอบไม่ตรงคำถาม

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 363 ตอบไม่ตรงคำถาม
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 363 ตอบไม่ตรงคำถาม

ทางด้านเรือนปทุม

หลิวจี้และเอ้อร์หลางนำหัวไชเท้าดองมาส่งได้ทันเวลา พอดีกับที่กงเหลียงเหลียวและฉีเซียนกวนสองศิษย์อาจารย์กำลังจะรับประทานอาหาร

สือโถวให้ห้องครัวหั่นหัวไชเท้าแล้วยกมาที่โต๊ะด้วยตนเอง

สองสามวันนี้กงเหลียงเหลียวไม่ได้ออกไปด้านนอกเพราะอากาศหนาว เมื่อไม่ได้ออกกำลังกาย พลังงานในร่างกายจึงเผาผลาญน้อย ย่อมไม่มีความอยากอาหารนัก ขณะกำลังมองกับข้าวบ้านๆ เต็มโต๊ะพลางครุ่นคิดว่าจะไปขออาศัยกินข้าวฝีมืออาวั่งที่บ้านฉินเหยาสักมื้อนั้น ปลายจมูกก็พลันได้กลิ่นเปรี้ยวหอมยั่วน้ำลาย

เป็นกลิ่นเปรี้ยวที่หอมมากราวกับกลิ่นเครื่องหอมหลากหลายชนิดผสมผสานกัน เพียงแค่ได้กลิ่นก็ทำให้เขานึกถึงร้านขายของดองเล็กๆ ในเมืองหลวงแห่งนั้น

กับข้าวต่างๆ ในร้านนั้น พ่อครัวใหญ่ในจวนทำไม่ได้ ต่อให้ทำออกมาได้ก็ไม่ใช่รสชาตินั้น

เมื่อถึงฤดูร้อนที่ไม่ค่อยเจริญอาหาร เขาจะสั่งให้ห้องครัวต้มข้าวต้มขาวข้นหม้อหนึ่ง เมื่อกินกับผักดองของร้านนั้นเขาก็สามารถซดข้าวต้มได้ถึงสองชามใหญ่

“กลิ่นอะไรน่ะ”

สือโถวเพิ่งก้าวเข้าประตูมา ชายชราก็มองมาที่เขาแล้ว ดวงตาจับจ้องอยู่ที่จานกระเบื้องในมือ แววตาเปล่งประกายมากขึ้นเรื่อยๆ

สือโถววางหัวไชเท้าดองลงแล้วตอบว่า “เรียนท่านอาจารย์ นี่คือหัวไชเท้าดองที่คุณชายหลิวส่งมาขอรับ เห็นทีจะทราบว่าวันนี้ท่านไม่ค่อยอยากอาหารจึงตั้งใจส่งมาช่วยให้ท่านเจริญอาหารขอรับ”

ฉีเซียนกวนขยับตัวขึ้นเล็กน้อยมองดู หัวไชเท้าขาวๆ ประดับด้วยผลจูยวี๋สีแดงสด ดูแล้วช่างน่ากินเสียจริง

กงเหลียงเหลียวมิได้แสดงออกทางสีหน้า ทั้งยังคิดจะตำหนิหลิวจี้ว่าดีแต่ทำเรื่องไร้สาระเช่นนี้ แต่ตะเกียบที่ยื่นออกไปกลับรวดเร็วที่สุด

หัวไชเท้าคำหนึ่งถูกส่งเข้าปาก ไชเท้าเย็นเล็กน้อย แต่ในห้องมีไออุ่นจากเตาไฟ ความเย็นเพียงเล็กน้อยนี้จึงกำลังดี ให้สัมผัสสดชื่นกรุบกรอบ กงเหลียงเหลียวไม่พูดอะไรอีก คีบกินอีกคำแล้วคำเล่า

ฉีเซียนกวนรอแล้วรอเล่า รอให้ท่านอาจารย์เอ่ยปากจะได้เริ่มขยับตะเกียบบ้าง

ผู้ใดจะคาดคิด ชายชราจะกินไม่หยุดปากเลย เนิ่นนานจนกระทั่งฉีเซียนกวนแทบจะกลั้นน้ำลายไว้ไม่ไหว ชายชราจึงคล้ายว่าเพิ่งนึกถึงเขาขึ้นมา รีบโบกมือให้เขามาชิมด้วย

เมื่ออาจารย์เอ่ยปาก ศิษย์ถึงกล้าลงมือ น่าเสียดายที่ยังชิมได้ไม่ถึงสองชิ้น จานกระเบื้องก็เกลี้ยงเป็นมันวับ ไม่เหลือหัวไชเท้าดองแม้แต่ชิ้นเดียว

ฉีเซียนกวนขบปากอยู่ครู่หนึ่ง หากไม่ใช่เพราะข้างนอกฟ้ามืดทางลื่น เขาก็อยากจะออกเดินไปยังเรือนของฉินเหยาแล้วขโมยโอ่งหัวไชเท้าดองของนางมาให้หมดเสียเดี๋ยวนี้

สือโถวมองคุณชายของตนอย่างสงสาร แล้วมองไปยังกงเหลียงเหลียวที่อิ่มหนำสำราญหลังจากกินข้าวหมดไปชามใหญ่ แอบขยิบตาให้คุณชายของตน เป็นนัยว่ายังมีอีก

ฉีเซียนกวนแอบดีใจในใจเงียบๆ รอจนกินอาหารเย็นเสร็จแล้ว อยู่เป็นเพื่อนท่านอาจารย์ต่ออีกหน่อย พอออกจากห้องโถงก็ให้สือโถวรีบพาตนไปหาของว่างกิน

“คุณชายไม่ต้องรีบร้อนไปขอรับ ข้าน้อยให้คนหั่นเตรียมไว้ในห้องของท่านแล้ว” สือโถวกล่าวอย่างขบขัน

ฉีเซียนกวนก้าวเข้าห้องนอนของตนด้วยความยินดี ในห้องจุดตะเกียงสว่างแล้ว ทั้งยังตั้งเตาถ่านไว้สองเตา ทำให้ทั้งห้องอบอุ่นยิ่งนัก

หัวไชเท้าดองขาวราวหยกกองหนึ่งวางนิ่งอยู่ในจานกระเบื้องสีเขียว รอให้เขาลิ้มลอง

ฉีเซียนกวนกินรวดเดียวจนสะใจ เมื่อเงยหน้าขึ้นก็พบว่าสือโถวยังยืนอยู่ตรงหน้า ท่าทางเหมือนรอจะพูดอะไรบางอย่างจึงเอ่ยถามอย่างสงสัย “ยังมีเรื่องใดอีกรึ”

สือโถวเอ่ย “คุณชาย เมื่อเร็วๆ นี้ที่อำเภอไคหยางเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นเรื่องหนึ่ง ท่านอยากจะฟังหรือไม่ขอรับ”

ฉีเซียนกวนครุ่นคิดเพียงครู่เดียวก็เดาได้ “เกี่ยวข้องกับหลิวจี้หรือ”

สือโถวฝืนพยักหน้ารับ “นับว่าใช่ขอรับ อย่างไรเสียเขาก็เป็นสามีของฉินเหนียงจื่อ”

เช่นนั้นก็เกี่ยวข้องกับฉินเหยา แววตาของฉีเซียนกวนปรากฏความฉงนสงสัย นางมิได้ดูแลการค้าอยู่ที่โรงงานเครื่องเขียนในหมู่บ้านตลอดเวลาหรอกหรือ เรื่องใหญ่ที่เกิดขึ้นในอำเภอไคหยางเกี่ยวข้องอะไรกับนาง

“ในหมู่บ้านก็ไม่เห็นมีใครพูดถึงเรื่องใหญ่อะไรนี่” ฉีเซียนกวนกล่าวอย่างไม่เข้าใจนัก

สือโถวมองไปยังทิศทางบ้านของฉินเหยาก่อนถอนใจยาวเฮือกหนึ่ง “คุณชาย ในหมู่บ้านมีคนออกไปข้างนอกไม่กี่คนจึงไม่มีผู้ใดพูดถึง แต่ในตัวอำเภอไคหยางนั้น เรียกได้ว่าคึกคักยิ่งนักขอรับ”

สือโถวเล่าเรื่องของจินฉานฉูให้คุณชายของตนฟัง

หนึ่งในสามอธรรมแห่งอำเภอไคหยางแต่เดิม เพราะความแค้นเรื่องที่ดินหนึ่งร้อยหมู่ แค่คืนเดียวก็ถูกแก้แค้นจนตกต่ำสิ้นอำนาจ ผู้คนต่างสาปแช่ง แม้แต่ในบทละครก็ยังไม่กล้าแต่งเช่นนี้

และต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดนี้ก็คือสองสามีภรรยาหลิวจี้ ในอำเภอไคหยางเล่าลือกันไปทั่วแล้วว่า หาเรื่องผู้ใดก็หาเรื่องได้ แต่อย่าได้หาเรื่องสองสามีภรรยาคู่นี้ มิฉะนั้นแล้วก็จะมีจุดจบเช่นเดียวกับตระกูลจิน

ฉีเซียนกวนนึกประหลาดใจ ไม่คาดคิดเลยว่าในช่วงสองสามวันนี้ คนข้างกายตนกลับไปทำเรื่องใหญ่ถึงเพียงนี้

แต่ก็ยังกล่าวอย่างเป็นกลางว่า “นี่เป็นการกำจัดภัยให้ราษฎร เป็นเรื่องดีไม่ใช่หรือ”

สือโถวเองก็มีความเห็นเช่นเดียวกันในจุดนี้ แต่เมื่อครุ่นคิดให้ละเอียดแล้วก็น่าหวาดหวั่นยิ่งนัก คุณชายน้อย!

“ท่านรู้หรือไม่ว่าสองอธรรมที่เหลือเรียกขานฉินเหนียงจื่อลับหลังว่าอย่างไร”

ฉีเซียนกวนส่ายหน้า ส่งสัญญาณให้สือโถวอย่าอ้อมค้อม รีบพูดออกมาให้หมดในคราวเดียว

สือโถวกระซิบว่า “เหล่าอันธพาลล้วนเรียกนางว่า เหนียงเหนียงปีศาจร้าย”

คนที่ปกติแล้วดูภายนอกเย็นชาแต่จิตใจอบอุ่น ลับหลังในที่ที่พวกเขามองไม่เห็นกลับเป็นคนที่ถ้ามีแค้นต้องชำระทันที สังหารคนได้ไม่กระพริบตา ใช้วิธีการโหดเหี้ยม ท่านไม่คิดว่าน่ากลัวหรอกรึ

ฉีเซียนกวนตกตะลึงไปครู่หนึ่ง มีปีศาจร้ายอยู่ข้างกายเขารึ

เมื่อเหลือบมองท่าทางหวาดผวาจนขนหัวลุกของสือโถว ฉีเซียนกวนก็รู้สึกว่าเขาคิดมากเกินไป

เด็กหนุ่มกล่าวอย่างจริงจัง “ที่เหล่าอันธพาลเรียกนางว่าเหนียงเหนียงปีศาจร้าย นั่นก็เพราะนางยืนอยู่ข้างราษฎรผู้บริสุทธิ์ ในสายตาของราษฎรที่ถูกเหล่าอันธพาลข่มเหง นางคือวีรสตรีของพวกเขา!”

“สือโถว ต่อไปนี้เจ้าจงฟังเรื่องเหลวไหลเหล่านี้ให้น้อยลงเสียบ้าง ล้วนเป็นเรื่องที่เหล่าบัณฑิตยากจนแต่งขึ้นเพื่อหลอกลวงผู้คน” ฉีเซียนกวนทำสีหน้าเคร่งขรึม ในฐานะนายย่อมต้องตักเตือนบ่าวของตนมิให้กล่าวหาวีรสตรีว่าเป็นปีศาจ

สือโถวรีบคุกเข่าลง ก้มหน้าประสานหมัดรับคำหนักแน่น “บ่าวรู้ความผิดแล้ว คุณชายโปรดระงับโทสะด้วยขอรับ!”

ภายในห้องเงียบไปครู่หนึ่ง ฉีเซียนกวนจึงกล่าวอย่างอ่อนโยนว่า “ลุกขึ้นเถิด”

“ขอบคุณคุณชาย” สือโถวจึงลุกขึ้น ถอยไปยืนอยู่หลังประตูห้อง

ข้างในห้องเหลือเพียงเด็กรับใช้ข้างกายผู้หนึ่งคอยปรนนิบัติ ฉีเซียนกวนเดินไปที่โต๊ะหนังสือ เลือกตำราเล่มหนึ่งเตรียมจะอ่าน ทว่าจิตใจกลับมิได้อยู่ที่ตำรา

ฉีเซียนกวนพลันรู้สึกว่า ศิษย์น้องจี้ผู้ซึ่งปกติหน้าหนาไร้ยางอายของเขาครั้งนี้กลับดูปกติเกินไปจนดูห่างเหินไปบ้าง

เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นถึงเพียงนี้กลับมิได้มาแจ้งให้ทราบสักคำ หากเผื่อว่าเขามีวิธีการที่ดีกว่าเล่า

ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ฉีเซียนกวนก็ตัดสินใจเรียนรู้จากฉินเหยา ไม่สิ้นเปลืองพลังงานครุ่นคิดให้วุ่นวายใจตนเอง เขาวางตำราลงแล้วขึ้นเตียงนอน พรุ่งนี้เช้าตรู่ค่อยไปคาดคั้นถามศิษย์น้องหลิวจี้ผู้นี้ด้วยตนเองว่าหมายความว่าอย่างไร ยังเห็นศิษย์พี่เช่นเขาอยู่ในสายตาบ้างหรือไม่!

……

วันรุ่งขึ้น หลังจากที่หลิวจี้จัดการธุระในบ้านอย่างการซักผ้า กวาดพื้น ฝึกฝนร่างกายและท่องตำราเสร็จสิ้น พอถึงช่วงสายก็รีบกินข้าวร้อนๆ คำหนึ่งแล้วจึงแบกหีบหนังสือรีบร้อนมายังเรือนปทุม

ยังไม่ทันก้าวเข้าไปก็ถูกศิษย์พี่ตัวน้อยผู้สวมเสื้อคลุมสีดำขวางไว้ที่หน้าประตู

ลมหนาวพัดหวีดหวิว แผ่นหลังของหลิวจี้เกร็งขึ้น รู้สึกหนาวจนตัวสั่น “ศิษย์พี่เหตุใดจึงมายืนตากลมหนาวอยู่ที่ประตูเล่า รีบเข้าบ้านไปผิงไฟเถิด ข้าจะแข็งตายอยู่แล้ว”

พูดพลางก็ยื่นมือออกไปหมายจะโอบไหล่ศิษย์พี่ตัวน้อยเช่นเคย เตรียมจะกอดคอพาดบ่า

เสียงตบดัง “เพียะ!” ดังขึ้น หลิวจี้ที่ไม่ทันตั้งตัวถูกมือเล็กๆ ตีเข้าที่หลังมือ

เทียบกับฝ่ามือของสตรีใจร้ายที่บ้านแล้ว นี่นับว่าเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย มิได้รู้สึกอันใดเลย

แต่ทว่า!…ศักดิ์ศรีป่นปี้!

หลิวจี้เงื้อมือขึ้นตามสัญชาตญาณคิดจะดีดหน้าผากเขาสักที ฉีเซียนกวนหรี่ตามองแล้วสบตาเขา ตวาดว่า “หลิวจี้ เจ้ากล้ารึ!”

มือที่ชายหนุ่มยกขึ้นสูง สุดท้ายก็ค่อยๆ วางลงบนหน้าผากของเด็กชายเบาๆ “แหะๆๆ ศิษย์พี่ท่านดูสิ ผมของท่านถูกลมพัดจนยุ่งหมดแล้ว มา ศิษย์น้องจะจัดให้ท่าน…”

ฉีเซียนกวนแค่นเสียงเย็นชา แต่ในใจกลับถอนหายใจยาวอย่างโล่งอก โชคดีที่หลิวจี้มิกล้าดีดหน้าผากศิษย์พี่เช่นเขา

ดังนั้น ศิษย์พี่จึงซักไซ้ศิษย์น้องต่อว่า “เมื่อพบกับปัญหาเหตุใดจึงไม่บอกข้า หรือเจ้าคิดว่าข้าอายุยังน้อยจึงช่วยเจ้าไม่ได้”

ฉีเซียนกวนขยับเข้าไปใกล้หลิวจี้แล้วกล่าวเสริมเสียงเบา “ท่านอาเขยของข้าคือเจ้าเมืองของพวกเจ้าเชียวนะ!”

หลิวจี้กล่าวอย่างประหลาดใจระคนยินดี “เช่นนั้นการสอบฝู่ซื่อปีหน้า จะให้ท่านเจ้าเมืองช่วยผ่อนปรนให้ข้าผ่านไปได้เลยหรือไม่”

ฉีเซียนกวนเบิกตากว้าง “เจ้าพูดอะไรของเจ้า?!”

หลิวจี้ถามกลับอย่างตกใจ “ศิษย์พี่ ท่านสิกำลังพูดอะไร”

ตอบไม่ตรงคำถาม ทั้งสองคนสบตากันนิ่งอึ้งไปชั่วขณะ

จนกระทั่งเสียงตะโกนก้องของกงเหลียงเหลียวดังมาจากในลานบ้าน “จะเรียนหรือไม่เรียนกันแน่!”

สองศิษย์พี่ศิษย์น้องที่มองหน้ากันอย่างกระอักกระอ่วนจึงได้เริ่มขยับตัวอีกครั้ง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 363 ตอบไม่ตรงคำถาม"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

1 Comment

  1. Peanut

    ศิษย์พี่ศิษย์น้องคู่นี้ น่ารักอ่ะ😂😂😂😂😂

    06/08/2025 at 15:33 น.
Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

62789bebSaP1P9fk
บันทึกตำนานราชันอหังการ [ 剑道第一仙 ]
10/07/2026
Yqkg
ฉันมีพี่ชาย 7 คน
18/04/2025
65c45e275HyR33Hh
ยอดกุ๊กบุกแดนเซียน
03/04/2025
novelpdf001
สตรีแกร่งตระกูลไป๋
18/11/2024

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.