Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Advanced
Sign in Sign up
  • หน้าหลัก
  • นิยายทั้งหมด
  • Banner Contact
Sign in Sign up

ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว - ตอนที่ 552 ละอายใจในความด้อยของตน

  1. Home
  2. ทะลุมิติมาเป็นแม่เลี้ยง ข้าพลิกฟื้นทั้งครอบครัว
  3. ตอนที่ 552 ละอายใจในความด้อยของตน
Prev
Next
<*>นิยายBookmarksไม่แจ้งเตือนท่านสามรถดูนิยายอัพเดทได้ที่นี่<*>Click

ตอนที่ 552 ละอายใจในความด้อยของตน

หลิวจี้ขับเกวียนวัวที่บรรทุกของมาเต็มคัน ค่อยๆ เคลื่อนเข้าสู่หมู่บ้านอย่างช้าๆ

ออกจากบ้านไปไม่กี่วัน เขาก็จัดการธุระที่เมียจ๋ามอบหมายให้เสร็จสิ้นทั้งหมดแล้ว ตอนนี้เขาคือหลิวจวี่เหรินผู้ครอบครองที่ดินสามพันหมู่!

แน่นอนว่า ที่ดินยังคงเป็นของคนอื่น เขาเป็นเพียงเจ้าของในนามเท่านั้น

แต่เนินเขาสาลี่สีทองสามสิบหมู่นั้น เรือนเล็กชานเมืองที่ให้เช่าได้เงินปีละสิบตำลึงและร้านค้าเล็กๆ ในเมืองที่ค่าเช่าปีละสามสิบตำลึงกลับเป็นของเขาอย่างแท้จริง

อ้อ ไม่สิ เป็นของเมียจ๋าผู้สง่างามและทรงพลังของเขาต่างหาก

หันกลับไปมองสาลี่ที่บรรจุเต็มตะกร้าบนเกวียนวัว หลิวจี้ก็ลูบไล้ผลสาลี่สีเหลืองน่ารักเบาๆ เผยรอยยิ้มอย่างพอใจ

สาลี่ไม่กี่ตะกร้านี้ล้วนเป็นสาลี่ที่เขาเก็บมาจากภูเขาด้วยตนเอง เลือกแต่ลูกที่ใหญ่ที่สุดและกลมที่สุด บวกกับค่าเช่าในกระเป๋า หลิวจี้สามารถจินตนาการถึงรอยยิ้มอันสดใสที่ปรากฏขึ้นบนมุมปากของเมียจ๋าของเขาได้แล้ว

เมียจ๋ามีความสุข เขาก็มีความสุข ครอบครัวก็จะอยู่เย็นเป็นสุขและกลับมาพร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง

ส่วนความผิดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเคยทำไว้ก่อนหน้านี้ เมียจ๋ามีงานยุ่งรัดตัว คงจะจำไม่ได้แล้ว

ในใจของหลิวจี้รู้สึกเบิกบาน ครู่หนึ่งก็เร่งให้วัวเดินเร็วขึ้นหน่อย อย่าทำให้เขาพลาดโอกาสร่วมโต๊ะอาหารเย็นกับเมียจ๋า

ครู่หนึ่งก็หันกลับไปลูบตะกร้าสาลี่ รู้สึกเพียงว่าทิวทัศน์ของภูเขาตรงหน้านี้ช่างงดงามเหลือเกิน

ฤดูใบไม้ร่วงผ่านไปแล้ว ในภูเขาเต็มไปด้วยใบไม้ที่ย้อมเป็นสีทองอร่าม ภายใต้แสงอาทิตย์ยามเย็น ส่องประกายอบอุ่น เมื่อลมพัดเบาๆ ก็ร่วงหล่นลงมาราวกับฝนทองคำที่โปรยปราย

วัวจำทางได้ มันบรรทุกเจ้านายเข้าสู่หมู่บ้าน เมื่อเห็นทิวทัศน์ที่คุ้นเคย วัวก็อดไม่ได้ที่จะร้อง “มอ” ออกมา

หลิวจี้ที่กำลังง่วงซึมเพราะโดนแดดยามเย็นส่องก็พลันสะดุ้งตื่นขึ้นมา

พอนั่งตัวตรงแล้วมองดูก็พบว่ามาถึงหมู่บ้านตระกูลหลิวแล้ว

เมื่อเกวียนวัวเคลื่อนผ่านหน้าประตูใหญ่ของโรงงานเครื่องเขียน หลิวจี้ก็ประหลาดใจเมื่อพบว่า ในเวลานี้ชาวบ้านซึ่งควรจะอยู่บ้านเตรียมอาหารเย็นกลับไม่ได้อยู่บ้าน แต่กลับมาต่อแถวยาวเหยียดอยู่หน้าประตูใหญ่ของโรงงานเครื่องเขียน

แต่ละคนยิ้มแย้มแจ่มใส ชะเง้อมองไปข้างหน้า ไม่รู้ว่ามีเรื่องน่ายินดีอะไร ถึงได้ทำให้พวกเขาตั้งตารอคอยกันขนาดนี้

มีคนเห็นหลิวจี้ขับเกวียนเข้ามาก็พยักหน้าทักทาย “นายท่านจวี่เหรินกลับมาแล้ว!”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเขาคิดไปเองหรือไม่ หลิวจี้รู้สึกว่าสายตาที่ชาวบ้านมองมาที่ตนนั้นดูเป็นกันเองเป็นพิเศษ

เขาหยุดรถแล้วถามอย่างสงสัยว่า “ทุกคนมาทำอะไรกันที่นี่หรือ”

พี่สะใภ้โจวหัวเราะร่าแล้วถามกลับว่า “นายท่านจวี่เหรินไม่รู้หรือเจ้าคะ การค้ากล่องเครื่องใช้สตรีที่เมืองหลวงไปได้ดีแล้ว ผู้ใหญ่บ้านกำลังแจกเงินปันผลให้ทุกคนอยู่เลย!”

พอพูดถึงตรงนี้ พี่สะใภ้โจวก็ตื่นเต้นอย่างยิ่ง ประสานมือทั้งสองข้างแล้วสะบัดไปมา “ไม่คิดว่าจะได้รับเงินปันผลเร็วขนาดนี้ โชคดีที่ตอนนั้นเชื่อคำพูดของผู้ใหญ่บ้านแล้วลงหุ้นไปด้วย ไม่อย่างนั้นเราคงไม่เจอเรื่องดีๆ แบบนี้หรอก นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรเลยก็มีเงินปันผลให้รับแล้ว”

กำลังพูดอยู่ ข้างในก็มีคนตะโกนเรียกชื่อคนบ้านโจวขึ้นมาพอดี พี่สะใภ้โจวรีบตอบรับเสียงดัง “อยู่ อยู่ ข้าอยู่นี่!”

“โอ๊ย นายท่านจวี่เหรินข้าคงจะเสียเวลากับท่านอีกไม่ได้แล้ว ข้าเข้าไปก่อนนะเจ้าคะ” พี่สะใภ้โจวไม่มีเวลาแม้แต่จะยิ้มให้หลิวจี้ นางยกชายกระโปรงขึ้นแล้ววิ่งผ่านชาวบ้านที่ต่อแถวอยู่เข้าไปในโรงงาน

คนอื่นๆ มองอย่างอิจฉา แต่พอคิดว่าตัวเองก็มีส่วนด้วยก็อดทนรอต่อไป รอให้ข้างในเรียกชื่อ

ไม่นานนัก พี่สะใภ้โจวก็เดินออกมาอย่างร่าเริง ชาวบ้านรีบถามนางว่า “ได้เท่าไรหรือ”

“ห้าตำลึงถ้วน!” คำตอบของพี่สะใภ้โจวดังกังวานไปทั่วทั้งแถวและยังดังไปถึงหูของหลิวจี้ที่อยู่ข้างทางอีกด้วย ทำให้เขาสะท้านไปทั้งตัว

“ห้าตำลึง ครั้งเดียวก็ได้ทุนคืนแล้ว!” ชาวบ้านไม่อยากจะเชื่อ แต่เมื่อเห็นพี่สะใภ้โจวแบมือออก ในนั้นก็มีเงินก้อนเล็กๆ ห้าตำลึงจริงๆ แต่ละคนก็ตาเป็นประกาย

มีคนตบไหล่หลิวกงแล้วถามว่าบ้านเขาลงหุ้นไปหลายหุ้นเลยใช่หรือไม่

หลิวกงพยักหน้าอย่างถ่อมตน “ก็ไม่มากเท่าไร แค่สิบหุ้นเอง”

พี่สะใภ้โจวร้องโอ้โฮอย่างเกินจริง “สวรรค์ช่วย ทีเดียวก็ได้เงินห้าสิบตำลึงเลยนะนั่น!”

หลิวกงยิ้มจางๆ “เป็นพ่อข้าที่ลงหุ้นไว้ ตอนนั้นพวกเรายังห้ามเขาอยู่เลย”

“ต้าฝูเก่งจริงๆ” บรรดาผู้เฒ่าทั้งชื่นชมทั้งอิจฉา ได้แต่เสียใจว่าทำไมตอนนั้นถึงไม่กัดฟันลงหุ้นเพิ่มอีกสักหน่อย

แต่ตอนนี้ก็ดีมากแล้ว นี่เป็นแค่เงินปันผลชุดแรกเอง ผู้ใหญ่บ้านเพิ่งจะบอกไปว่าพอถึงสิ้นปีจะแจกอีกครั้งหนึ่ง ปีนี้ชาวบ้านจะต้องได้ฉลองปีใหม่อย่างคึกคักแน่นอน

หลิวจี้ที่ยืนดูอยู่ก็ได้แต่มองชาวบ้านรับเงินออกมาอย่างตาปริบๆ เกือบจะอิจฉาจนร้องไห้

“สวัสดีขอรับนายท่านจวี่เหริน!”

มีเงาคนผู้หนึ่งปรากฏขึ้นข้างเกวียนวัวตั้งแต่เมื่อใดไม่ทราบ หลิวจี้เกือบจะถูกเขาทำให้ตกใจ

เมื่อหันไปมองก็เห็นชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบร้อยคนหนึ่ง ดูจากอายุแล้วน่าจะใกล้เคียงกับเขา ข้างกายยังมีเด็กชายหน้าผอมอีกคนหนึ่งตามมาด้วย

หลิวจี้ขมวดคิ้ว “เจ้าเป็นใครหรือ”

ในหมู่บ้านตระกูลหลิวของเขามีคนแบบนี้ด้วยหรือ

อาจจะเพราะไม่คิดว่านายท่านจวี่เหรินจะจำตนเองไม่ได้ หลิวเฟิ่นตั้นจึงพูดอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า “ข้าคือหลิวเฟิ่นตั้น นายท่านจวี่เหรินท่านจำข้าไม่ได้แล้วหรือขอรับ ตอนเด็กๆ เราสองคนยังเคยเก็บมูลวัวด้วยกันเลยนะขอรับ”

หลิวจี้ตกใจในใจ ชายหนุ่มที่แต่งตัวเรียบร้อย หน้าตาพอจะเรียกได้ว่าดูดีคนนี้คือหลิวเฟิ่นตั้น คนจนที่สุดในหมู่บ้านตระกูลหลิวของพวกเขางั้นหรือ

เมื่อสัมผัสได้ถึงความประหลาดใจของหลิวจี้ หลิวเฟิ่นตั้นเองก็รู้สึกเขินอายอยู่บ้าง “นี่เป็นเพราะว่าท่านป้าโจวบอกว่าจะหาหญิงสาวมาให้ข้าดูตัวก็เลยแต่งตัวเสียหน่อย จะได้ไม่ถูกหญิงสาวบ้านนั้นรังเกียจตอนที่มาดูตัว”

เด็กชายดึงชายเสื้อของท่านพ่อ เตือนว่าอย่ามัวแต่คุย หลิวเฟิ่นตั้นถึงได้นึกขึ้นได้ว่าตนเองไม่ได้มาทักทายสหายในวัยเด็ก แต่มาเพื่อนำไข่ไก่มาให้ผู้ใหญ่บ้าน

“ที่บ้านเพิ่งเลี้ยงแม่ไก่ไม่กี่ตัว นี่เป็นไข่ที่เพิ่งเก็บมาได้ ได้ยินว่าผู้ใหญ่บ้านชอบกินขนมที่ทำจากไข่ไก่จึงอยากรบกวนนายท่านจวี่เหรินช่วยนำไปมอบให้นางด้วยนะขอรับ”

พูดพลางก็วางตะกร้าไข่ไก่ลงบนที่ว่างของเกวียนวัวแล้วยิ้มให้หลิวจี้อีกครั้ง ถึงได้จูงลูกจากไป

หลิวจี้อ้าปากค้างเล็กน้อย จ้องมองตะกร้าไข่ไก่นั้นอยู่เป็นเวลานานถึงครึ่งเค่อ ถึงได้หุบปากลงอย่างแข็งทื่อ

เขาเงยหน้ามองฟ้าแล้วก็มองดูประตูใหญ่ของโรงงานเครื่องเขียนที่คึกคัก จากนั้นก็มองดูสองพ่อลูกที่เดินจากไปไกล หลิวจี้อดไม่ได้ที่จะตบหน้าตัวเองเบาๆ

เขาเพิ่งจะจากหมู่บ้านไปห้าวันเองใช่หรือไม่

ทำไมถึงรู้สึกเหมือนจากไปห้าปีเลย!

หลิวเฟิ่นตั้นที่จนที่สุดในหมู่บ้านดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาไม่พอ ยังมีแม่สื่อมาทาบทามเขาอีกหรือ

แล้วยังมีชาวบ้านในหมู่บ้านอีก นั่งอยู่บ้านเฉยๆ เงินก็มาส่งถึงที่ อย่างน้อยก็ได้ห้าตำลึง นี่มันชีวิตเทพเซียนอะไรกัน

มองดูหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ หลิวจี้รู้สึกแปลกหน้า นี่คือหมู่บ้านตระกูลหลิวที่เขารู้จักจริงๆ หรือ

ใช่และก็ไม่ใช่

หมู่บ้านก็ยังคงเป็นหมู่บ้านเดิม คนก็ยังคงเป็นคนกลุ่มเดิม เพียงแต่ผู้ใหญ่บ้านเปลี่ยนเป็นฉินเหยาเท่านั้น

หลิวจี้หยุดอยู่ที่หน้าประตูใหญ่ของโรงงานเครื่องเขียน มองดูชาวบ้านทีละคนๆ ถือเงินจากไปอย่างมีความสุข จนกระทั่งตะวันลับขอบฟ้า ยามโพล้เพล้มาเยือน สตรีผู้เป็นที่เคารพนับถือของชาวบ้านก็ปรากฏตัวขึ้นพลางบิดขี้เกียจ

“กลับมาแล้วหรือ” นางยิ้มให้เขา ดูออกว่าอารมณ์ดีมาก แม้ว่าในแววตาจะมีความเหนื่อยล้าอยู่บ้าง

หลิวจี้พยักหน้า ชี้ไปยังที่นั่งว่างข้างกาย รอให้นางขึ้นมานั่งแล้วขับรถกลับบ้านด้วยกัน

“เจ้าช่างเก่งกาจจริงๆ” เขาพึมพำขึ้นมาทันที

น้ำเสียงนั้นอิจฉาอยู่บ้างและก็ละอายใจในความด้อยของตนอยู่บ้าง

ฝากนิยายบ้านน้อยๆไว้ด้วยนะคะ บราวนี่ออนไลน์ <จิ้ม>
Prev
Next

Comments for chapter "ตอนที่ 552 ละอายใจในความด้อยของตน"

MANGA DISCUSSION

ใส่ความเห็น

You must Register or Login to post a comment.

Novel PDF

YOU MAY ALSO LIKE

6d-fe53-105
ชายาเจ้าหยุดเย้าข้าเสียที
12/06/2026
novelpdf0d4g
จากหมอเทวดาสู่ป๊ะป๋าสายเปย์
29/06/2026
novelpds958
ยอดชายาหนีรัก ไปพักใจที่ชายป่า
29/06/2026
600ff4f0qBTFsl5k
เซียนหมอหญิงยอดนักฆ่า
25/06/2026

    © 2020 - 2023 Novelpdf.xyz
    เว็บอ่านนิยาย นิยาย pdf เว็บ “novelpdf.xyz ” เว็บอ่านนิยายสนุกๆ เพลิดเพลินไปกับนิยายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น นิยายวาย, นิยายจีน, นิยายรัก, แฟนตาซี, กำลังภายใน, ผจญภัย สุดยอดวิชากำลังภายใน อัพเดททุกวัน ดฯฌซ,ฑ๊โฌฮฤ

    Sign in

    Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Sign Up

    Register For This Site.

    Log in | Lost your password?

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.

    Lost your password?

    Please enter your username or email address. You will receive a link to create a new password via email.

    ← Back to Novel PDF » คลังนิยายแปลอัปเดตไว 24 ชม.